
ยอดขายโตโยต้าตลาดมะกันพุ่ง
อานิสงส์ลดแลกแจกแถมเปิดศึกราคากดดอก0%พร้อมส่วนลดเกือบแสน
โพสต์ทูเดย์
— ยอดขายรถยนต์ในสหรัฐทะยานขึ้นดีสุดในรอบ 7 เดือน นับตั้งแต่รัฐบาลออกโครงการช่วยซื้อรถ เหตุโตโยต้าเปิดศึกราคาครั้งใหญ่ หวังดึงลูกค้ากลับเอเอฟพี รายงานว่า ยอดขายรถยนต์ในสหรัฐเดือน มี.ค. ได้พุ่งขึ้นถึง 24.3% ทำสถิติสูงสุดในรอบ 7 เดือน หลังจากที่บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เปิดสงครามราคามอบส่วนลดและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้แก่ลูกค้าสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพื่อหวังดึงลูกค้าให้กลับมาอีกครั้ง หลังจากที่บริษัทเผชิญกับวิกฤตการณ์ด้านความปลอดภัย
รายงานระบุว่า ยอดขายโดยรวมเดือน มี.ค. นั้นเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 11.78 ล้านคัน จาก 10.38 ล้านคัน ในเดือน ก.พ. และยังสูงกว่าเดือนเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 9.72 ล้านคัน และหากคิดเป็นยอดรวมช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ ก็พุ่งขึ้นแล้ว 15.5% เมื่อเทียบกับช่วง 3 เดือนแรกของปี 2552
“
นโยบายส่วนลดต่างๆ ช่วยกระตุ้นยอดขายรถได้สูงที่สุดนับตั้งแต่ที่รัฐบาลออกโครงการช่วยซื้อรถยนต์เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา” เจสซิกา คอลด์เวลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์อุตสาหกรรมยานยนต์ของ เอ็ดมุนด์ ดอตคอม กล่าวการออกแคมเปญจูงใจด้วยดอกเบี้ย 0% และการมอบส่วนลดเกือบทุกรุ่นสูงสุดถึง 3,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 9.9 หมื่นบาท) ส่งผลให้ยอดขายของโตโยต้าเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 40.7% ไปอยู่ที่ 186,863 คัน และยังคงรั้งอันดับ 2 ตามหลังค่ายฟอร์ด มอเตอร์ส จากสหรัฐ
รายงานระบุว่า ค่ายฟอร์ด มอเตอร์ส ยังคงรั้งอันดับ 1 กับยอดขายที่เพิ่มขึ้น 43% ไปอยู่ที่ 178,546 คัน แม้ว่าการให้ข้อเสนอจูงใจลูกค้าจะเริ่มลดลง ขณะที่ราคารถโดยเฉลี่ยก็เริ่มปรับสูงขึ้นแล้วก็ตาม โดยฟอร์ดมีส่วนแบ่งการตลาดลดลงมาเล็กน้อยอยู่ที่ 16.7%
สำหรับบริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) นั้นมียอดขายเพิ่มขึ้น 20.6% ไปอยู่ที่ 188,546 คัน โดยมีส่วนแบ่งการตลาดลดลง 0.4% อยู่ที่ 17.6%
อย่างไรก็ดี ไครสเลอร์ มอเตอร์ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 แบรนด์ใหญ่สหรัฐ หรือบิ๊กทรีนั้น กลับมียอดลดลงถึง 8.3% อยู่ที่ 92,623 คัน
ขณะที่ยอดขายของบริษัทรถยนต์เอเชียรายอื่นๆ นั้นต่างก็ปรับตัวสูงขึ้นกันถ้วนหน้า อาทิ ค่ายนิสสัน มอเตอร์ ซึ่งขยับขึ้นมาอยู่ที่ 5 โดยมียอดเพิ่มขึ้น 43.3% อยู่ที่ 95,468 คัน ขณะที่ฮอนด้า เพิ่มขึ้น 22.5% อยู่ที่ 108,262 คัน
วันเดียวกัน บริษัท เดมเลอร์ เอจี ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากเยอรมนี และบริษัทในเครืออีก 3 แห่ง ยอมรับผิดและตกลงที่จะจ่ายเงิน 185 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6,105 ล้านบาท) เพื่อยุติคดี หลังถูกยื่นฟ้องกรณีติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐใน 22 ประเทศรวมทั้งไทย ระหว่างปี 2541
–2551 เพื่อสัญญาทางธุรกิจมหาศาล ซึ่งนับว่าเข้าข่ายผิดกฎหมาย ว่าด้วยการต่อต้านการคอร์รัปชันในต่างประเทศของสหรัฐ






