
หุ้นจีนในตลาดสหรัฐฯร่วงหนัก หลัง 'สี จิ้นผิง' ครองตำแหน่งต่อ
หุ้นบริษัทชั้นนำของจีนในตลาดสหรัฐดิ่งฮวบ ถูกเทขาย สูญเสียมูลค่าการตลาดเกือบ 7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลัง สี จิ้นผิง ครองตำแหน่งผู้นำต่อเป็นสมัยที่สาม
หุ้นของบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของจีนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ลดลงมากถึง 25% ในวันจันทร์หลังจากที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนได้ดำรงตำแหน่งสมัยที่สาม โดยบริษัทที่ใหญ่ที่สุด 10 แห่งของจีนที่จดทะเบียนในนิวยอร์กสูญเสียมูลค่าตลาดรวม 67.7 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งแต่ละบริษัทลดลง 8% หรือมากกว่านั้น นำโดยสองบริษัทที่ใหญ่ที่สุด - ร้านค้าปลีกออนไลน์ Alibaba และบริษัทเทคโนโลยี Pinduoduo ที่เผชิญกับผลขาดทุน 13% และ 25% ตามลำดับ
การลดลงดังกล่าวได้ขยายออกไปรวมถึงบริษัทจดทะเบียนในประเทศจีนกว่า 200 บริษัท โดยดัชนี Nasdag Golden Dragon China Index ลดลง 14.4% ในวันจันทร์ เช่นเดียวกับดัชนี Hang Seng China Enterprises Index ซึ่งวัดจากหุ้นจีนที่จดทะเบียนในฮ่องกง ลดลง 6.4% ในวันจันทร์ แม้จีนจะประกาศอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้
การเคลื่อนไหวของตลาดทุนดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากที่ สี จิ้นผิง ได้ปูทางสู่ตำแหน่งผู้นำเป็นสมัยที่ 3 อย่างไม่เคยมีมาก่อนและแต่งตั้งคณะกรรมการประจำพรรคการเมือง ซึ่งเป็นวงจรอำนาจหลักในพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ล้วนประกอบด้วยผู้ภักดี ภายใต้การนำของ สี จีนได้ดำเนินนโยบายหลายอย่างที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับภาคเทคโนโลยีในด้านต่างๆ ตั้งแต่การป้องกันข้อมูลไปจนถึงการควบคุมวิธีการใช้อัลกอริทึม นอกจากนี้ การที่จีนยังคงใช้นโยบาย Zero-Covid ซึ่งเน้นการควบคุมการระบาดอย่างเข้มงวดต่อไป ส่งผลให้นักลงทุนเกรงว่าจะเกิดการล็อคดาวน์เมืองใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ เช่น เซี่ยงไฮ้ เกิดขึ้นอีกเหมือนปีที่ผ่านมา
การลดลงของหุ้นบริษัทจีนชั้นนำในตลาดสหรัฐ สูงถึง 75% เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี จากจุดสูงสุดของมาร์เก็ตแคปที่ 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 มาอยู่ที่ 401 พันล้านดอลลาร์เมื่อวันจันทร์
อย่างไรก็ตาม Marko Kolanovic นักกลยุทธ์ชั้นนำของJPMorgan เชื่อว่าการเทขายหุ้นของจีนนั้นขาดความเชื่อมโยงกับปัจจัยพื้นฐาน โดยบอกว่านี่เป็นโอกาสทองในการซื้อหุ้น







