posttoday
แผนการ เค-ป๊อป  บุกโลก (1)

แผนการ เค-ป๊อป บุกโลก (1)

17 กุมภาพันธ์ 2556

หลายวันก่อน “เชกา” ได้ไปฟังสัมมนา เรื่อง “ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนใหม่

หลายวันก่อน “เชกา” ได้ไปฟังสัมมนา เรื่อง “ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนใหม่

เพื่ออุตสาหกรรมไทยเติบโตอย่างยั่งยืน” ที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อชี้แจงให้นักลงทุนในภาคเหนือตอนบนได้รับทราบแนวทางและเงื่อนไขของร่างสิทธิประโยชน์ใหม่ ที่ดูเหมือนจะเป็นทั้งแรงผลักไสชั้นดีให้อุตสาหกรรมไทยรายเล็กๆ ที่ล้าสมัยออกไปอยู่ต่างประเทศ กับป้องกันไม่ให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยมากนัก จากเด้งแรก ค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท ที่มากกว่าเพื่อนบ้านโดยส่วนใหญ่ คราวนี้เจอเด้งสอง เมื่อร่างสิทธิประโยชน์ที่ลดจำนวนปียกเว้นภาษีลง กับยกเลิกโซนจังหวัดที่ตั้ง ที่สิทธิเดิมจะได้ประโยชน์มากหากไปตั้งที่จังหวัดไกลๆ ตอนนี้ตั้งที่ไหนก็ได้สิทธิประโยชน์เท่ากัน ในที่สุดนักลงทุนที่ตัดสินใจมาลงทุนในเมืองไทยก็คงหาทำเลในระยะไม่เกิน 300 กม. จากกรุงเทพฯ ส่งให้เงินทองแพร่สะพัดและแออัดกระจุกตัวอยู่รอบๆ เมืองหลวงต่อไป...แล้วใครล่ะที่ได้ประโยชน์จากงานนี้

แผนการ เค-ป๊อป  บุกโลก (1)

ระหว่างการสัมมนาได้มีผู้กล่าวถึงเกาหลีว่า อยากจะให้มีละครไทยโกอินเตอร์แบบ แดจังกึม รวมทั้งการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ให้คล้ายเกาหลี ซึ่งก็เข้าทางพอดีเนื่องจากบีโอไอได้เพิ่มการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในปีนี้ด้วย แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าในภาคเกษตรกลับลดการส่งเสริมไปอย่างน่าเสียดาย โดยเฉพาะยกเลิกการส่งเสริมผลิตภัณฑ์สมุนไพร...โอยโหย... เหมือนหัวใจถูกปักฉึก... ทำไมมันถึงกลับตาลปัตรกันไปอย่างนี้ เชกา อดไม่ได้วันนั้นจึงต้องลุกขึ้นแสดงความคิดเห็นบ้าง

เกาหลีมีพื้นที่เพาะปลูกได้ไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมด นอกนั้นเป็นภูเขาและชายฝั่งทะเล ดังนั้นหากเกาหลีจะมาเอาดีทางการเกษตรแข่งกับไทยก็คงจะน่าเอ็นดูมาก ไม่ใช่ที่เหมาะที่ควร จึงช่วยไม่ได้เลยที่เขาจะต้องส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าวัฒนธรรม เช่น ละคร ดนตรี อาหาร อันเป็นแนวทางที่ถูกต้องแก่สิ่งแวดล้อมที่เป็นเงื่อนไขทางธรรมชาติ... ทว่าประเทศที่กว้างใหญ่ไพศาล เพาะปลูกพืชพันธุ์ได้ทั้งปีกลับเมินเฉยต่อข้อได้เปรียบของตนเอง ลดความสำคัญต่อภาคเกษตรในขณะที่อยากจะไปทำภาพยนตร์แข่งกับเขา ฟังดูแปลกทีเดียวสำหรับแนวคิดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกเลิกส่งเสริมผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยที่นับวันจะมีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพของประชาชนจนสามารถจะแพร่หลายไปทั่วโลกได้ ทั้งๆ ที่ภูมิปัญญายาไทยเป็นมรดกของชาติที่เป็นของเราแท้ๆ จะผลิตออกมาขายก็ไม่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้ต่างชาติที่ไหน

แน่นอนว่า ใครๆ (และเชกา) ก็อยากจะให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์และบันเทิงของเราแข่งขันกับต่างชาติได้ แต่ควรเรียนรู้อะไรบางอย่าง... ที่ดรามาเกาหลี และเคป๊อปดังไปทั่วโลกได้ ไม่ใช่เพียงเพราะได้รับการยกเว้นภาษีอากร หรือให้จ้างบุคลากรมาจากต่างประเทศ แต่เป็นเพราะแผนระดับชาติระยะยาวที่องค์กรรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดเคลื่อนไหวไปพร้อมๆ กับภาคเอกชนคนบันเทิง ซึ่งกว่าจะถึงวันนี้เขาใช้เวลาเป็นสิบๆ ปี ตัวอย่างเช่น ในยุคหนึ่ง บีโอไอพยายามส่งเสริมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ แต่ผ่านไป 20 กว่าปี จนเกือบจะเลิกส่งเสริมไปแล้ว บัดนี้ เชกา ยังหาวิศวกรที่จบวิชาเอกทางด้านเซมิคอนดักเตอร์ดีไวซ์ จากมหาวิทยาลัยในไทยมาทำงานไม่ได้เลย ลองดูฝั่งเกาหลีบ้าง ตั้งแต่ยุค 1970 เป็นต้นมา รัฐส่งเสริมการลงทุนของกลุ่มแชบอล (กลุ่มธุรกิจครอบครัวขนาดใหญ่ เช่น ซัมซอง แอลจี ฮยอนเด ฯลฯ) อันดับแรกเลยคือ เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาทั้งหมดใครต้องทำอะไรบ้าง รับหน้าที่ไป มหาวิทยาลัยต้องปั๊มบัณฑิตออกมาอย่างไร ดีไซน์หลักสูตรให้ตรงกับธุรกิจของกลุ่มต่างๆ ไป

การทำงานของเกาหลีแรงและเร็วมาก คนเกาหลีเลยมีคำติดปากว่า 8282 อ่านว่า “พัลอีพัลอี” ซึ่งคล้องเสียงกับคำว่า “ปัลรีปัลรี” แปลว่า “เร็วๆ หน่อย” เร็วๆ นี้เอง ฝั่งเกาหลีโดย Korea Foundation for International Culture Exchange (KFICE) ได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุม The 2013 World Cultural Exchange Forum ในเกาหลี Forum แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วน Korean Section กับ Overseas Section เพื่อหาข้อสรุปของความสำเร็จของกระแส Korean Wave ในปี 2012 โดยเฉพาะความสำเร็จของ “กังนัมสไตล์” และจัดทำ Roadmap ของการส่งออกวัฒนธรรมของเกาหลี สำหรับปี 2013 งานนี้ Kfice เชิญคนระดับมันสมองทั้งคนเกาหลีและคนต่างชาติผู้มีชื่อเสียงในวงวิชาการและบันเทิงมาร่วมช่วยกันคิดราว 300 คน ข้อสรุปจากการระดมสมองในงานนี้มีประโยชน์อย่างมหาศาลแก่เกาหลีในการบุกโลกค่ะ

 

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่