
‘สหรัฐ’ยังเสี่ยงถูกหั่นเครดิต
แผนแก้หนี้ไม่ดีพอจี้ลดขาดดุลจีดีพีสเปนหดตัวศก.อาการหนัก
แผนแก้หนี้ไม่ดีพอจี้ลดขาดดุลจีดีพีสเปนหดตัวศก.อาการหนัก
ผู้เชี่ยวชาญเตือนมะกันเสี่ยงถูกหั่นเครดิต เหตุแผนแก้หน้าผาคลังส่อไร้ผลลดหนี้
รอยเตอร์สเผยรายงานกึ่งวิเคราะห์ อ้างสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของโลก ว่า สหรัฐยังเสี่ยงถูกปรับลดอันดับเครดิตลงในอนาคตอันใกล้นี้ เนื่องจากแผนแก้หน้าผาการคลัง หรือ ฟิสคัล คลิฟ ของรัฐบาลเมืองลุงแซมยังคงไร้ประสิทธิภาพในการลดระดับหนี้ของประเทศ
“แม้พรรครีพับลิกันจะยอมถอยจนสามารถบรรลุข้อตกลงแก้ฟิสคัล คลิฟ ชั่วคราวกับรัฐบาลได้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐปลอดภัยแล้ว” รายงานระบุ
สตีเวน เฮส หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์อันดับความน่าเชื่อถือสหรัฐ จากมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส เผยว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในการพิจารณาปรับลดอันดับเครดิตสหรัฐคือ ความคืบหน้าของรัฐบาลในการเจรจาลดยอดขาดดุลระยะกลางและยาวของประเทศ รวมทั้งแนวโน้มระดับหนี้ที่ลดลง ซึ่งปัจจุบันยังคงมีความคืบหน้าที่ไม่มากนัก
สอดคล้องกับ นิโคลา สวอน จากสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) ซึ่งเตือนว่า เกมการเมืองและความยืดเยื้อในการบรรลุข้อตกลงระหว่างสองพรรคการเมือง ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้สหรัฐถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือมากขึ้น
ทั้งนี้ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา พรรครีพับลิกันและเดโมแครต สามารถบรรลุข้อตกลงเลี่ยงหน้าผาการคลัง ซึ่งครอบคลุมถึงมาตรการขึ้นภาษีคนรวย ทว่านักวิเคราะห์เตือนว่า แผนดังกล่าวเป็นเพียงการแก้ปัญหาระยะสั้น เนื่องจากสภาคองเกรสได้ชะลอการลดรายจ่ายออกไปชั่วคราว
กระนั้นก็ตาม ทางมูดี้ส์ และฟิทช์ ยังคงอันดับเครดิตสหรัฐไว้ที่ระดับ AAA ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ทว่าได้ปรับแนวโน้มเป็นลบ
วันเดียวกัน สำนักงานสถิติแห่งชาติสเปน เปิดเผยว่า เศรษฐกิจของประเทศหดตัว 0.7% ในช่วงไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมา ซึ่งมากกว่าคาดการณ์ก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ 0.6% และหดตัวแรงกว่าไตรมาส 3 ถึง 2 เท่า โดยเป็นผลพวงของการดำเนินแผนรัดเข็มขัดอันเข้มงวดของรัฐบาล ตลอดจนอัตราว่างงานที่พุ่งสูงถึง 26%
ด้านนักวิเคราะห์แสดงความกังวลว่า เศรษฐกิจที่หดตัวจะยิ่งสร้างความยากลำบากให้กับรัฐบาลในการแก้ปัญหาหนี้ของประเทศ
“ตัวเลขที่อ่อนแอเหล่านี้ยิ่งบ่งบอกถึงแนวโน้มเชิงลบของเศรษฐกิจในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปีนี้ คำถามสำคัญนับจากนี้ไปคือ การฟื้นตัวในตลาด ซึ่งเห็นได้จากระดับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสเปนที่ปรับลดลงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาจะช่วยบรรเทาสถานการณ์ได้หรือไม่ แต่ตอนนี้ยังคงเร็วเกินที่จะตอบได้” โฆเซ หลุยส์ มาร์ติเนซ นักวางแผนกลยุทธ์จากซิตี้กรุ๊ป กล่าว
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลแดนกระทิงดุแสดงความมั่นใจว่าเศรษฐกิจของประเทศจะสามารถกลับมาเติบโตได้อีกครั้งในช่วงปลายปีนี้







