
ทุนร้อนทะลักตลาดเกิดใหม่จุดชนวนสงครามค่าเงิน-ฟองสบู่สินทรัพย์
ไอเอฟเอฟเตือนตลาดเกิดใหม่รับมือเงินทุนไหลทะลักหลังชาติมหาอำนาจลุยกระตุ้นเศรษฐกิจ ชี้เสี่ยงเกิดสงครามค่าเงิน ภาวะฟองสบู่
ไอเอฟเอฟเตือนตลาดเกิดใหม่รับมือเงินทุนไหลทะลักหลังชาติมหาอำนาจลุยกระตุ้นเศรษฐกิจ ชี้เสี่ยงเกิดสงครามค่าเงิน ภาวะฟองสบู่
สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอฟเอฟ) ออกโรงเตือนว่า เม็ดเงินลงทุนมหาศาลจะไหลทะลักเข้าตลาดเกิดใหม่ในปีนี้ ซึ่งเป็นผลพวงจากการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของบรรดาเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ โดยเฉพาะสหรัฐ และญี่ปุ่น ประกอบกับการเติบโตที่แข็งแกร่งของเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ไอเอฟเอฟคาดการณ์ว่า ในปีนี้เงินลงทุนจะไหลเข้าเศรษฐกิจเกิดใหม่ 1.118 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 33.5 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 3.5% ซึ่งอยู่ที่ 1.108 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 33.24 ล้านล้านบาท) และคาดว่าในปี 2557 จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.150 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.45 ล้านล้านบาท)
“การไหลทะลักของเงินทุนเคยสร้างปัญหาให้กับบรรดาตลาดเกิดใหม่มาแล้วในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2550 โดยได้นำไปสู่การแข็งค่าของสกุลเงินของประเทศที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก รวมทั้งยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเกิดสงครามค่าเงิน” ชาร์ลส์ ดัลลารา ผู้อำนวยการไอเอฟเอฟ เผย
นอกจากนี้ ยังเตือนว่า เศรษฐกิจโลกเผชิญความเสี่ยงจากการที่ผู้กำหนดนโยบายของประเทศต่างๆ ดำเนินนโยบายด้านการเงินที่ไม่สอดคล้องกัน
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นภายหลังธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ประกาศเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการขยายเพดานเงินเฟ้อสู่ระดับ 2% จากเดิม 1% พร้อมออกมาตรการเข้าซื้อสินทรัพย์ (คิวอี) แบบปลายเปิดรวมมูลค่า 13 ล้านล้านเยนต่อเดือน ซึ่งมีกำหนดเริ่มใช้ในเดือน ม.ค. 2557 เช่นเดียวกับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่เดือนได้ประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) รอบที่ 3 พร้อมกับคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำ 00.25% ต่อไป
“บรรดาเศรษฐกิจขนาดใหญ่ต่างคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ และล่าสุดญี่ปุ่นก็เพิ่งจะประกาศเข้าซื้อสินทรัพย์เพิ่ม ซึ่งก็คือ การพิมพ์ธนบัตรอัดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจนั่นเอง นักลงทุนจึงหันไปให้ความสนใจพันธบัตรในตลาดเกิดใหม่แทน เนื่องจากให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า” รอยเตอร์ส เผย
ในส่วนของภูมิภาคเอเชียและละตินอเมริกา ซึ่งกำลังเผชิญกับการไหลทะลักของเงินทุนในระดับที่สูงกว่าเมื่อปี 2550 ถึง 30% นั้น ผู้อำนวยการไอเอฟเอฟเตือนว่า เสี่ยงได้รับผลกระทบอย่างหนักหากอัตราดอกเบี้ยสหรัฐพุ่งสูงขึ้น
“นักลงทุนจะมุ่งหน้ายังสหรัฐทันที ดังนั้นอาจเกิดความวุ่นวายในตลาดเศรษฐกิจ เกิดใหม่ได้”
ทั้งนี้ รายงานของไอเอฟเอฟนั้นครอบคลุมประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ 30 ประเทศ โดยในเอเชียนั้น รวมถึงไทย จีน อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเกาหลีใต้
สอดคล้องกับความเห็นของวอลสตรีตเจอร์นัล ซึ่งเตือนว่า ประเทศเอเชียเสี่ยงได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการผ่อนนโยบายการเงินของบีโอเจ เฟด ตลอดจนธนาคารกลางอังกฤษ เนื่องจากจะเกิดการไหลทะลักของเงินทุน รวมทั้งเสี่ยงเกิดภาวะฟองสบู่ในตลาดสินทรัพย์
มาซายูกิ คิชิคาวะ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากบริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ริล ลินช์ ในญี่ปุ่น มองว่า ในเบื้องต้นชาติเอเชียจะได้รับอานิสงส์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจของญี่ปุ่น เนื่องจากช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับระบบการเงินในภูมิภาคภายหลังสถาบันการเงินยุโรปถอยห่างจากเอเชีย ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่ปะทุขึ้นในยุโรป
อย่างไรก็ตาม คิชิคาวะ เตือนว่า สิ่งที่เอเชียควรระมัดระวัง คือ ปริมาณเงินร้อนที่มากเกินไปสามารถสร้างปัญหาได้เช่นกัน







