posttoday
ทิศทางตลาดหุ้นโลกปี 2556 ปีทอง'บริก'-ยูโรโซน

ทิศทางตลาดหุ้นโลกปี 2556 ปีทอง'บริก'-ยูโรโซน

06 มกราคม 2556

หากเหลียวมองเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าปี 2555

หากเหลียวมองเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าปี 2555

โดย...ณัฐสุดา จิตตปาลพงศ์

หากเหลียวมองเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าปี 2555 เป็นปีที่น่าผิดหวังสำหรับตลาดหุ้นของบรรดากลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ (บริก) อันประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีน ตลอดจนตลาดการเงินของชาติยูโรโซนที่ตกเป็นเหยื่อของวิกฤตหนี้อย่าง กรีซ อิตาลี และสเปน

เพราะขณะที่วิกฤตหนี้ยุโรปยังพ่นพิษไม่เลิกจนฉุดความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างหนัก ซึ่งเห็นได้จากตลาดหุ้นกรีซ ซึ่งเมื่อช่วงกลางปี 2555 ดิ่งต่ำสุดในรอบ 20 ปี หุ้นสเปนร่วงต่ำสุดในรอบ 9 ปี และหุ้นยุโรปโดยรวมดิ่งต่ำสุดในรอบ 4 ปี เมื่อเทียบกับหุ้นสหรัฐ ด้านตลาดทุนจีน ซึ่งเมื่อครั้งหนึ่งเคยถูกยกให้เป็นแหล่งลงทุนที่น่าจับตามองมากที่สุดแห่งหนึ่ง ก็สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนไม่น้อยหลังร่วงหนักถึง 25% เมื่อเทียบกับปี 2554

แม้จะเป็นข่าวร้ายส่งท้ายปีเก่า ทว่าก็พอจะมีข่าวดีต้อนรับปีใหม่ให้นักลงทุนได้ชื่นใจกันบ้างหลังผลสำรวจล่าสุด ซึ่งจัดทำโดยรอยเตอร์ส พบว่า บรรดานักลงทุนและนักเศรษฐศาสตร์ระดับแถวหน้าของโลกต่างพร้อมใจกันฟันธงว่า ปี 2556 จะเป็น “ปีทอง” สำหรับหุ้นของกลุ่มประเทศบริก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ตลาดหุ้นจีน” ที่มีการคาดการณ์กันว่าหุ้นแดนมังกรจะพุ่งขึ้นถึง 17% ในปีนี้

แจ็ก บูรูดีเจียน กรรมการผู้จัดการสถาบันบริหารกองทุน บูล แอนด์ แบร์ พาร์ทเนอร์ส ในสหรัฐ แสดงความเชื่อมั่นว่า เม็ดเงินลงทุนจะไหลเข้าตลาดหุ้นจีนอีกครั้งในปี 2556 หลังการเปลี่ยนถ่ายอำนาจเมื่อปีก่อนสิ้นสุดลง

“บรรยากาศการลงทุนมักเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนช่วงที่มีการเลือกตั้งหรือเปลี่ยนถ่ายอำนาจ ซึ่งก็เป็นเหตุผลหลักที่นักลงทุนเลือกหลีกเลี่ยงตลาดหุ้นมังกรในช่วงปีที่ผ่านมา แต่เมื่อสถานการณ์การเมืองกลับสู่ภาวะปกติอีกครั้ง เชื่อได้ว่าพวกเขาจะแห่เข้าไปในจีนในปีนี้อย่างแน่นอน” บูรูดีเจียน กล่าว

ทิศทางตลาดหุ้นโลกปี 2556 ปีทอง'บริก'-ยูโรโซน

 

สอดคล้องกับความเห็นของฟิลิป พูล หัวหน้าฝ่ายวางแผนกลยุทธ์จากธนาคารเอชเอสบีซี ซึ่งมองว่าตลาดหุ้นจีนจะได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากนักลงทุนในปีนี้หลังเศรษฐกิจเริ่มกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง ประกอบกับการที่รัฐบาลส่งสัญญาณเดินหน้าปฏิรูปเศรษฐกิจด้วยการลดการพึ่งพาการส่งออกและหันมากระตุ้นการบริโภคภายในประเทศมากขึ้น เพื่อนำไปสู่เศรษฐกิจที่ “ยั่งยืน”

อย่างไรก็ตาม จอห์น พอล สมิธ นักวางแผนกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นตลาดเกิดใหม่จากธนาคารดอยช์แบงก์ ออกโรงเตือนว่า ความสำเร็จของหุ้นจีนนั้นขึ้นอยู่กับความรวดเร็วและความคืบหน้าในการปฏิรูปเศรษฐกิจของรัฐบาลแดนมังกร ซึ่งมีแนวโน้มสูงที่จะสร้างความผิดหวังอีกครั้งอย่างเช่นที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต

หรือถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายก็คือ โอกาสที่ตลาดหุ้นจีนจะคึกคักในปีนี้อาจมีไม่มากนัก หากรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของว่าที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงไม่สามารถผลักดันนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจตามที่นักลงทุนคาดหวังไว้ได้

ทั้งนี้ สัญญาณการฟื้นตัวของตลาดหุ้นจีนเริ่มปรากฏให้เห็นบ้างแล้วในช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยปรับขึ้นกว่า 12% ในช่วงเดือน ธ.ค. 2555 หลังดิ่งอยู่ในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ตลอดทั้งปี โดยนักวิเคราะห์เชื่อมั่นว่า การฟื้นตัวดังกล่าวจะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงปีนี้อย่างแน่นอน

นอกจากตลาดการเงินของจีนแล้ว ตลาดหุ้นของอีกสองประเทศสมาชิกบริก

อย่าง บราซิล และ รัสเซีย ก็ยังติดโผของกูรูการเงินเช่นกัน โดยในส่วนของตลาดหุ้นรัสเซียนั้น คาดการณ์กันว่าจะปรับตัวสูงขึ้น 1415% ในปีนี้เลยทีเดียว

“การขยายตัวทางเศรษฐกิจและการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนในประเทศที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างมั่นคง ส่งผลให้หุ้นรัสเซีย โดยเฉพาะหุ้นบริษัทในกลุ่มค้าปลีกและก่อสร้างเนื้อหอมมากๆ ในปีนี้” รอยเตอร์ส เผย

เช่นเดียวกับตลาดหุ้นญี่ปุ่น ซึ่งนักวิเคราะห์ชี้ว่าจะคึกคักอย่างแน่นอนในปีมะเส็งหลังนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ชินโสะ อาเบะ ให้คำมั่นจะดำเนินนโยบายเชิงรุกเพื่อแก้ปัญหาเงินฝืดที่รุมเร้าประเทศมานานหลายปี ขณะที่ จิม โอนีล ประธานฝ่ายบริหารสินทรัพย์จากธนาคารโกลด์แมน แซคส์ และผู้บัญญัติศัพท์ “บริก” ยกให้ตลาดหุ้นแดนปลาดิบเป็นตลาดการเงินที่มีแนวโน้มแข็งแกร่งสุดในปี 2556

ด้านดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นพุ่งขึ้น 23% ตลอดช่วงปีมังกรที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการพุ่งขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 ปี และสูงที่สุดตั้งแต่ปี 2548

“นักลงทุนยังคาดหวังว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะผ่อนนโยบายการเงินลง” ฮิโรอิชิ นิชิ จากบริษัทบริหารหลักทรัพย์ เอสเอ็มบีซี นิกโก กล่าว

และเช่นเดียวกับตลาดหุ้นแดนมังกรนั้น ทุกสายตากำลังจับจ้องรัฐบาลญี่ปุ่นว่าจะสามารถรักษาคำมั่นสัญญาฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศได้หรือไม่ ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในปีนี้

แต่ที่สร้างความประหลาดใจมากที่สุดก็เห็นจะเป็นตลาดหุ้นของชาติสมาชิกยูโรโซน โดยเฉพาะ สเปนและอิตาลี ซึ่งได้รับเลือกจากนักบริหารกองทุนกว่าครึ่งให้เป็นแหล่งลงทุนอันดับ 1 ในปีนี้ โดยส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่าเป็นผลพวงจากความคืบหน้าในการแก้วิกฤตหนี้ของยูโรโซนเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอนุมัติเงินกู้มูลค่า 3.43 หมื่นล้านยูโร (ราว 1.3 ล้านล้านบาท) ให้กรีซเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา

“สินทรัพย์ยุโรปกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง” อแลง โบโคปซา นักวิเคราะห์จากโซซิเอเต เจเนอราล กล่าว

นอกจากนี้ ยุโรปยังมีความคืบหน้าในการก่อตั้ง “สหภาพธนาคาร” โดยล่าสุด มีมติมอบหมายให้ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เข้ามากำกับดูแลธนาคารในยูโรโซน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคการเงินในภูมิภาคเพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตหนี้เกิดซ้ำอีกระลอก

“แม้อิตาลีและเยอรมนีจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในปีนี้ แต่ก็ไม่น่าจะฉุดความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้มากนัก เพราะทั้งตัวเลขคาดการณ์จีดีพียูโรโซนที่แข็งแกร่งมากขึ้นในปีนี้เมื่อเทียบกับปีก่อน ประกอบกับการแทรกแซงตลาดของอีซีบีด้วยการเข้าซื้อพันธบัตรของชาติสมาชิกที่ประสบปัญหาหนี้ ล้วนแต่ช่วยดึงดูดให้นักลงทุนกลับคืนสู่ตลาดยุโรปอีกครั้งหลังห่างหายไปในช่วงปีที่ผ่านมา” รอยเตอร์ส รายงาน

ทั้งนี้ เมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ทางอีซีบีคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจยูโรโซนจะหดตัว 0.3% ในปี 2556 จากที่หดตัว 0.5% ในปี 2555

นอกจากนี้ ผลสำรวจของรอยเตอร์สยังยกให้ตลาดหุ้น เม็กซิโก อินเดีย ตุรกี เคนยา และ ไนจีเรีย เป็นตลาดการเงินที่น่าลงทุนในปีนี้อีกด้วย

ในส่วนของหุ้นสหรัฐนั้น นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะยังแข็งแกร่งในปี 2556 ทว่า ตลอดทั้งปีงูเล็กน่าจะปรับตัวสูงขึ้นอยู่ที่ราว 4.5% สวนทางกับเมื่อปีก่อนที่พุ่งแรงถึง 13% เนื่องจากคาดว่าผลประกอบการเอกชนในปีนี้จะหดลง

“ผมไม่ได้กำลังจะฟันธงว่า ปีนี้จะเป็นอาร์มาเกดอนสำหรับหุ้นสหรัฐ แต่ก็ไม่ใช่ปีทองอย่างแน่นอน” ดัค โคต หัวหน้าฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ตลาดจากไอเอ็นจี กล่าว

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้ก็เป็นเพียงการคาดการณ์ของเหล่ากูรู และตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่ายุโรปจะไม่เผชิญอุปสรรคในการแก้วิกฤตหนี้อีกครั้ง สหรัฐจะฝ่าฟันวิกฤตหน้าผาการคลังได้สำเร็จ รวมทั้งเศรษฐกิจจีนจะกลับมาฟื้นตัว

งานนี้ต้องลุ้นกันต่อไปว่าโลกจะสามารถก้าวพ้นวิกฤตต่างๆ ได้หรือไม่ มิฉะนั้นปี 2556 ก็คงจะเป็นอีกปีที่ตลาดการเงินทั่วโลก ไม่เว้นแม้กระทั่งตลาดบริกซึมยาว

 

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่