
หนี้มะกัน‘ชนเพดาน’31ธ.ค.นี้
ขุนคลังไล่จี้รัฐบาลฝ่ายค้านเร่งผ่าทางตันแก้ฟิสคัลคลิฟ
ขุนคลังไล่จี้รัฐบาลฝ่ายค้านเร่งผ่าทางตันแก้ฟิสคัลคลิฟ
รัฐมนตรีคลังสหรัฐเตือนระดับหนี้สหรัฐใกล้ชนเพดาน เตือนฝ่ายการเมืองเร่งเจรจาผ่าหน้าผาการคลัง ขยายเพดานหนี้เพิ่ม
ทิโมธี ไกธ์เนอร์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ได้ส่งจดหมายเตือนไปยังสภาคองเกรสว่า ระดับหนี้สาธารณะของสหรัฐกำลังจะชนเพดานหนี้ 18.39 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในวันจันทร์ที่ 31 ธ.ค.นี้ ซึ่งอาจทำให้ประเทศต้องประสบกับภาวะผิดนัดชำระหนี้ตามมา หากรัฐบาลและฝ่ายค้านยังไม่สามารถเจรจาปัญหาหน้าผาทางการคลัง (ฟิสคัล คลิฟ) เพื่อนำไปสู่การขยายเพดานหนี้เพิ่มได้
ในจดหมายที่ส่งถึงยัง แฮร์รี รีด ประธานวิปรัฐบาลในวุฒิสภาสหรัฐ ไกธ์เนอร์ ระบุว่า กระทรวงการคลังจะเริ่มดำเนินมาตรการพิเศษ โดยยับยั้งการออกตราสารหนี้ทั้งในระดับรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น เพื่อช่วยต่อลมหายใจให้เหลือเงินราว 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งในเวลาปกตินั้น เงินจำนวนนี้จะหมดลงภายในเวลา 2 เดือน
อย่างไรก็ตาม ไกธ์เนอร์เตือนด้วยว่าสำหรับครั้งนี้ ไม่รู้ว่าเงินจำนวนดังกล่าวจะหมดลงเมื่อไร เนื่องจากมีตัวแปรสำคัญอย่างฟิสคัล คลิฟ ที่รัฐบาลพรรคเดโมแครต และฝ่ายค้านพรรครีพับลิกัน ต้องเจรจาเรื่องการขึ้นภาษีและลดงบประมาณรายจ่ายภายในเส้นตายวันที่ 31 ธ.ค. ที่จะถึงนี้เช่นกันด้วย
ทั้งนี้ รัฐบาลพรรคเดโมแครตต้องการให้สภาคองเกรสอนุมัติขยายเพดานการก่อหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นอีก หลังจากที่เคยขยายเพดานหนี้มาก่อนหน้านี้แล้วช่วงกลางปี 2554 ที่ผ่านมา
ทว่าพรรคฝ่ายค้านรีพับลิกันได้ตั้งเงื่อนไขแลกเปลี่ยนในการเจรจาหน้าผาการคลัง อาทิ ต้องการให้คงแผนขึ้นภาษีคนรวยที่รายได้เริ่มต้น 1 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปีขึ้นไปเอาไว้เช่นเดิม ขณะที่ทางฝ่ายรัฐบาลนั้นต้องการให้เริ่มต้นขึ้นภาษีที่รายได้ 4 แสนเหรียญสหรัฐต่อปี ทำให้ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถตกลงกันได้ ท่ามกลางเส้นตายที่เหลืออีกเพียง 4 วันเท่านั้น
บรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างวิเคราะห์ว่า หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถผ่าทางตันปัญหาดังกล่าวร่วมกันได้ ก็จะส่งผลให้มีเงินหายออกไปจากระบบเศรษฐกิจประเทศมากถึงราว 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งอาจฉุดให้เขตเศรษฐกิจใหญ่สุดอันดับ 1 ของโลกแห่งนี้ กลับสู่ภาวะถดถอยอีกครั้งและส่งผลกระทบไปยังเขตเศรษฐกิจทั่วโลกตามไปด้วย







