posttoday
ต้นเหตุคือ ‘เธอ’

ต้นเหตุคือ ‘เธอ’

23 ธันวาคม 2555

ในยุคที่เศรษฐกิจพัฒนาไปอย่างก้าวไกล ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจีน โดยเฉพาะคนที่อาศัยตามเมืองใหญ่ก็ดีขึ้นอย่างถนัดตา

ในยุคที่เศรษฐกิจพัฒนาไปอย่างก้าวไกล ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจีน โดยเฉพาะคนที่อาศัยตามเมืองใหญ่ก็ดีขึ้นอย่างถนัดตา

สังเกตได้จาก “บ้านพักอาศัย” ที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และมีอาณาบริเวณที่ร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ นี่ยังไม่นับรวมโครงการบ้านหลากหลายชนิด และราคาที่มีให้เลือกสรรตามความพึงพอใจของลูกค้า แต่กว่าจะถือกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าบ้านอย่างเต็มตัว หรือได้จับจองบ้านเช่ากับเขาสักหลัง ก็ทำเอาหืดขึ้นคอกันทีเดียว เพราะต้องใช้ความพยายามและความอดทนอย่างสูง ไม่ว่าจะเป็นการตกอยู่ในภาวะทาสเงินผ่อน หรือไม่ก็ต้องกัดฟันสู้กับค่าเช่าห้องราคาแพง

บ่อยครั้งความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากการครอบครองบ้านหรือเช่าบ้านมักนำไปสู่ความแตกแยก และจบลงด้วยการฟ้องร้อง ดูเหมือนว่าข้อพิพาทเกี่ยวกับเรื่องราวทำนองนี้จะกลายเป็นปัญหาสังคมที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน

เราลองไปดูกันว่า “บ้าน” เป็นเหตุแห่งนานาความขัดแย้งได้อย่างไรกัน

ข่าวคราวการฟ้องร้องแย่งกรรมสิทธิ์ในการถือครองบ้าน (ตามบทบัญญัติทางกฎหมายของจีนกำหนดให้มีสิทธิในการถือครองเป็นเวลา 70 ปี ส่วนอาคารเชิงพาณิชย์มีสิทธิในการถือครองนาน 50 ปี) ที่ปรากฏให้เห็นตามสื่อแขนงต่างๆ เพิ่มจำนวนขึ้นจนน่าตกใจ แทบไม่น่าเชื่อว่าสินทรัพย์ชิ้นนี้จะมีอานุภาพในการทำลายความสัมพันธ์อันแนบแน่นของคนที่ใช้ชีวิตร่วมกันมานานนับสิบปีได้มากถึงขนาดนี้ ความสัมพันธ์นานารูปแบบที่พังทลายลงด้วยน้ำมือของการแก่งแย่งกรรมสิทธิ์ในการถือครอง “บ้าน” ของชาวจีนยุคปัจจุบันในหลายต่อหลายกรณี สร้างความฉงนให้แก่ผู้ที่ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและภาวะกดดันเช่นนี้เป็นอย่างมาก

ต้นเหตุคือ ‘เธอ’

 

กรรมสิทธิ์ในการถือบ้านถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ในสายตาของคู่สมรสแล้ว สินทรัพย์ชิ้นนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อคนสองคน และเป็นรากฐานที่สำคัญต่อการสร้างครอบครัวที่มีเสถียรภาพ ด้วยเหตุนี้สถิติการหย่าร้างของคู่รักยุคปัจจุบันมักมีสาเหตุหลักมาจากความขัดแย้งเรื่องการมีกรรมสิทธิ์ในการถือครองบ้าน ทั้งยังเป็นเหตุนำไปสู่ความร้าวฉานของชีวิตคู่อีกด้วย สังเกตได้จากพฤติกรรมการยื่นเงื่อนไขให้ฝ่ายตรงข้ามใส่ชื่อเจ้าบ้านร่วม เพื่อเป็นการรับประกันความมั่นคงของชีวิตสมรส แต่ก็มักเกิดกรณีที่ฝ่ายตรงข้ามไม่ยินยอม นั่นหมายถึงการไม่ไว้เนื้อเชื่อใจคู่ชีวิต บั่นทอนความรู้สึกของฝ่ายตรงข้าม บางรายต้องเลิกรากันไปด้วยเหตุดังกล่าว หรือไม่ก็ไปตกลงกันในชั้นศาลสำหรับกรณีที่จดทะเบียนแต่งงานกันเรียบร้อยแล้ว

ความขัดแย้งเรื่องการถือครองกรรมสิทธิ์บ้านของบรรดาพี่น้องท้องเดียวกันน่าจะเป็นอะไรที่ไกล่เกลี่ยผลประโยชน์ได้อย่างลงตัว หากราคาบ้านมีแนวโน้มลดลง ตรงกันข้ามราคาบ้านในขณะนี้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นชนวนที่สร้างความร้าวฉานให้แก่คนกลุ่มนี้อย่างมาก เพราะเป็นผลประโยชน์ก้อนใหญ่ที่นับวันจะเพิ่มมูลค่า ผลการสำรวจข้อพิพาทเรื่องการแย่งชิงมรดกชี้ให้เห็นว่า กว่าร้อยละ 90 ในการฟ้องร้องมีวัตถุประสงค์หลักอยู่ที่การแย่งชิงสิทธิในการถือครองบ้าน สะท้อนให้เห็นว่าชาวจีนให้ความสำคัญกับกรรมสิทธิ์ในเรื่องดังกล่าวมากจนถึงกับยอมตัดสัมพันธ์กับคนที่เติบโตมาด้วยกัน

ลองคิดดูว่ากว่าจะเลี้ยงเด็กคนหนึ่งจนโต พ่อแม่ต้องเสียหยาดเหงื่อแรงกายไปมากเพียงใด ดังนั้นเมื่อเราเติบใหญ่ก็มีหน้าที่ตอบแทนท่านด้วยการดูแลเอาใจใส่อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แต่ความจริงที่น่าขมขื่นก็คือ สิทธิในการถือครองบ้านกลายเป็นชิ้นปลามันที่มีความสำคัญต่อชาวจีนที่ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมที่เต็มไปด้วยการแข่งขันแห่งนี้ ยิ่งในครอบครัวที่มีลูกมากกว่า 1 คน ยากที่จะแบ่งเค้กชิ้นนี้ให้อยู่ในการถือครองของลูกคนใดคนหนึ่ง โดยมากลูกที่ไม่ได้รับสิทธินั้นมักรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม จึงไม่ปรนนิบัติพ่อแม่ตามหน้าที่ของลูกที่ดี

ในกรณีที่เลวร้าย ลูกๆ ถึงกับไม่แยแสและปล่อยให้พ่อแม่ใช้ชีวิตไปตามมีตามเกิด ความกดดันทั้งจากภายนอกและภายในบีบบังคับให้พ่อแม่บางรายถึงกับฟ้องร้องเพื่อขอความเห็นใจจากศาล และมีคำสั่งให้ลูกๆ ปฏิบัติตามหน้าที่ที่พึงมีต่อบุพการีก็ปรากฏให้เห็นอยู่ไม่น้อย

นี่เป็นเรื่องราวที่สะท้อนให้เห็นถึงความร้าวฉานของความสัมพันธ์นานารูปแบบที่เกิดขึ้นจากการแย่งชิงกรรมสิทธิ์ในการถือครองบ้าน นับวันปัญหาดังกล่าวจะทวีความรุนแรงมากขึ้น จนมีการตั้งคำถามกับสังคมจีนทุกวันนี้ว่า คุณธรรมและหน้าที่ที่พึงมีต่อครอบครัวและบุพการีด้อยค่ากว่าสินทรัพย์ที่ไร้ความรู้สึกชิ้นนี้หรือ?

ในทางกลับกัน การเช่าบ้านก็ใช่ว่าจะไร้ซึ่งปัญหา เพราะนับวันราคาบ้านเช่าตามเมืองใหญ่ก็ถีบตัวสูงขึ้น หลายคนคิดจะเช่าบ้านไปพลาง มองหาบ้านไปพลาง แต่ก็ต้องมาตกม้าตายกันเป็นทิวแถว คิดว่าการกลับมาตั้งหลักด้วยการเช่าบ้าน เพื่อรอให้ได้บ้านราคาตก แล้วค่อยซื้อเป็นความคิดที่ดี ที่ไหนได้ลำพังราคาบ้านเช่าที่จ่ายแต่ละเดือนแทบจะแบกรับไม่ไหว ซ้ำร้ายราคาบ้านกลับสูงขึ้น โอกาสที่จะมีบ้านไว้ในครอบครองก็ดูเลือนรางลงไปทุกขณะ

คนต่างเมืองจำนวนไม่น้อยหอบความฝันหรือหอบครอบครัวมาใช้ชีวิตอยู่ตามเมืองใหญ่ พวกเขาล้วนมีความกดดันเรื่องหาที่อยู่อาศัยทั้งสิ้น สำหรับคนที่มีรายได้สูงหน่อยอาจเลือกผ่อนบ้านราคาแพง แต่คนที่มีรายได้ไม่มาก (ถือเป็นคนส่วนใหญ่) ต้องใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก นอกจากจะต้องยอมเดินทางไปกลับที่ทำงานวันละหลายชั่วโมง จ่ายค่าเช่าที่ราคาไม่สมเหตุสมผล ขลุกตัวอยู่ในพื้นที่ไม่กี่สิบตารางเมตร อยู่กันอย่างแออัดยัดเยียดแล้ว ยังต้องเผชิญหน้ากับราคาค่าเช่าบ้านที่ผกผันไปตามราคาบ้าน ภายใต้สภาวการณ์ที่กดดันเช่นนี้ หลายคนจำต้องตัดสินใจเลือกว่าจะเดินหน้าต่อไป หรือกลับไปใช้ชีวิตอยู่อย่างเรียบง่ายที่บ้านเกิดเมืองนอนของตน

ที่น่าสนใจก็คือ ชาวจีนยังคงให้น้ำหนักไปที่การซื้อบ้านมากกว่าการเช่าบ้าน โดยเฉพาะคนที่มีอายุมักให้ความสำคัญกับแนวคิดดังกล่าว เพราะการมีบ้านเป็นของตนเองย่อมหมายถึงอนาคตที่สดใสของลูกหลาน ถึงแม้จะมีทำเลที่ตั้งห่างไกลจากตัวเมืองไปบ้าง มีพื้นที่ไม่ใหญ่มาก แต่ก็ปรารถนาจะซื้อไว้ในครอบครอง อีกอย่างเงื่อนไขการแต่งงานของคนยุคนี้มักให้ความสำคัญกับการมีบ้าน ผู้คนจำนวนมากจึงยังคงดิ้นรนไขว่คว้าที่จะมีบ้านเพื่อเป็นหลักประกันที่มั่นคงให้แก่ชีวิตและสร้างโอกาสในการหาคู่ครอง

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชาวจีนจะให้ความสำคัญกับกรรมสิทธิ์ในการถือครองบ้าน แต่ปรารถนาที่จะครอบครองสินทรัพย์ชิ้นนี้อย่างไม่ลืมหูลืมตา ย่อมนำมาซึ่งปัญหานานัปการ และดูเหมือนว่าข้อพิพาทที่เกิดขึ้นจากเหตุดังกล่าวจะเป็นเส้นขนานกับคุณธรรมเข้าไปทุกที

 

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี