
กระแสโลกแตกลามหนัก แห่ตุนของ-สร้างห้องนิรภัย-จับลัทธิปล่อยข่าวลือนับพัน
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวคราวที่ร้อนแรงที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นกระแสวันโลกแตกวันที่ 21 ธ.ค. 2012
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวคราวที่ร้อนแรงที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นกระแสวันโลกแตกวันที่ 21 ธ.ค. 2012
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวคราวที่ร้อนแรงที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นกระแสวันโลกแตกวันที่ 21 ธ.ค. 2012 ที่ลามหนักไปทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ประเทศจีน โดยทางการได้จับกุมสมาชิกกลุ่มคริสเตียน “อัลไมตี ก็อด” กว่า 1,000 คน หลังเผยแพร่ข่าวลือเกี่ยวกับวันสิ้นโลก
ที่สหรัฐชาวอเมริกันแห่ติดตั้ง “ท่อหลบภัย”ท่อใต้ดินที่มีความยาว 50 ฟุต ซึ่งนอกจากมีคุณสมบัติป้องกันได้ทั้งแรงระเบิดและอาวุธนิวเคลียร์แล้ว ภายในยังตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่อำนวยความสะดวกเต็มที่ ทั้งโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ ห้องน้ำ และห้องนอน ขณะที่ประชาชนในหลายประเทศต่างก็ได้กักตุนอาหารและข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเพื่อรับมือกับวันโลกแตก
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศในหลายประเทศในทวีปอเมริกาใต้กลับเต็มไปด้วยความคึกคัก โดยนักท่องเที่ยวและชาวบ้านท้องถิ่นนับล้านคน ได้รวมตัวกันบริเวณแหล่งโบราณสถานต่างๆ เพื่อเฉลิมฉลองวันที่ 21 ธ.ค. ซึ่งผู้เชี่ยวชาญชนเผ่ามายาเชื่อว่าเป็นเพียงวันสิ้นสุดรอบปฏิทินมายา และเป็นการเข้าสู่รอบปฏิทินใหม่ ซึ่งนับเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่ดีนั่นเอง
ญี่ปุ่น-โสมขาวเปลี่ยนผู้นำ
ลุยปฏิรูป ศก.
ชินโสะ อาเบะ หัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตยญี่ปุ่น (แอลดีพี) ชนะการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา หลังสามารถกวาดที่นั่งในสภาได้ 294 ที่นั่ง จากทั้งหมด 480 ที่นั่ง ขึ้นแท่นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 7 ในรอบ7 ปี ของญี่ปุ่น
หลายฝ่ายคาดว่า รัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้การนำของอาเบะจะปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้นโยบายการเงินและการคลังในเชิงรุกมากขึ้น เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ในส่วนของกรณีพิพาทหมู่เกาะทะเลกับจีนนั้น อาเบะซึ่งมีแนวทางเชิงอนุรักษนิยมและแข็งกร้าวมากกว่านายกรัฐมนตรีโยชิฮิโกะ โนดะ ได้เคยเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตรา เพื่อให้ญี่ปุ่นมีอิสระในการจัดการด้านความมั่นคงมากขึ้น พร้อมกับเพิ่มความร่วมมือด้านการทหารและการเป็นพันธมิตรกับสหรัฐให้เหนียวแน่นขึ้นเช่นกัน
ขณะเดียวกันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในเกาหลีใต้หลัง ปาร์คกึนเฮ ผู้สมัครหญิงจากพรรคแซนูรี ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ชนะการเลือกตั้งทั่วไป ขึ้นแท่นเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของประเทศ
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ปาร์คกึนเฮ ได้ชูนโยบายเดินหน้าสานสัมพันธ์กับรัฐบาลโสมแดงตลอดจนการจำกัดบทบาทของกลุ่มธุรกิจยักษ์ในประเทศที่ควบคุมโดยครอบครัวผู้ก่อตั้ง (แชร์โบล) เช่น ซัมซุงและฮุนได ภายหลังประเทศเผชิญปัญหาช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนที่กว้างมากขึ้นเรื่อยๆ
ถกหน้าผาการคลังมะกันส่อเหลวอีก
การเจรจาแก้ปัญหาหน้าผาการคลังสหรัฐ (ฟิสคัล คลิฟ) ต้องประสบภาวะชะงักงันอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง หลังพรรครีพับลิกันตัดสินใจไม่ยื่นแผนขึ้นภาษีต่อผู้มีรายได้เกินปีละ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 30 ล้านบาท) ให้เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐตามกำหนดเดิมในวันที่ 20 ธ.ค. เนื่องจากแผนดังกล่าวไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจาก สส. ภายในพรรคมากพอ สะท้อนให้เห็นถึงความเห็นที่ไม่ลงรอยภายในพรรคเอง
ก่อนหน้านี้ ทางรีพับลิกันซึ่งคุมเสียงส่วนใหญ่ในสภาล่าง ประกาศผลักดันแผนดังกล่าวให้สภาล่างพิจารณาผ่านเป็นร่างกฎหมายต่อไป ทว่า ประธานาธิบดีบารักโอบามา ได้ขู่ใช้สิทธิวีโตเพื่อยับยั้งแผนดังกล่าว เนื่องจากต้องการให้การขึ้นภาษีคนรวยเริ่มต้นตั้งแต่ผู้มีรายได้ปีละ 4 แสนเหรียญสหรัฐขึ้นไป (ราว 12.2 ล้านบาท)







