
เวิลด์ เอ็กซ์โป ฟื้นชีพเล็กกว่านี้ไม่ใช่จีน
...ทีมข่าวต่างประเทศ
งานยักษ์ที่สร้างชื่อให้แดนมังกรมาแล้วครั้งหนึ่ง คือ การเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกเมื่อปี 2008 แต่นั่นยังไม่ใช่ที่สุดของประสบการณ์และความอลังการที่ชาวโลกจะได้ประจักษ์ในศักยภาพแห่งแดนมังกร
พละกำลังและความทุ่มเทที่รัฐบาลปักกิ่งมีให้กับงาน เซี่ยงไฮ้ เวิลด์ เอ็กซ์โป มีมากกว่านั้นอีกหลายเท่าตัว
รัฐบาลปักกิ่งจะเปิดฉากงาน เซี่ยงไฮ้ เวิลด์ เอ็กซ์โป ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 1 พ.ค.31 ต.ค. เพื่อให้นานาประเทศได้มีการแสดงศักยภาพในด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของแต่ละประเทศ และรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ไม่แพ้ใครของพี่ใหญ่แห่งเอเชีย
รัฐบาลจีนทุ่มงบประมาณกว่า 4,200 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.36 แสนล้านบาท) เพื่อสร้างและเนรมิตงานแฟร์ระดับโลกครั้งนี้ เพื่อพร้อมจะสอยตำแหน่ง
“งานที่ยิ่งใหญ่และเป็นที่พูดถึงมากที่สุดแห่งปี 2010”ด้วยความรู้และการศึกษาจุดอ่อนของงานในครั้งที่ผ่านมาเป็นอย่างดี รัฐบาลกรุงปักกิ่งรู้ดีว่าเอ็กซ์โปที่จัดขึ้นทั้งในกรุงซาราโกซา ประเทศสเปน และที่กรุงฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี แทบจะไม่ได้เป็นกำหนดการที่โลกจนหันมาสนใจนัก ดังนั้นแน่นอนว่าในครั้งนี้เซี่ยงไฮ้จึงทุ่มงบในโปรโมตงานนี้อย่างสุดตัว ด้วยเป้าหมายว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงานดังกล่าวราวกว่า 70 ล้านคน
แต่ทว่าหลายฝ่ายมองว่างานนี้ยังแฝงไว้ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และการผูกมิตรของนานาประเทศกับประเทศใหญ่มาแรงอย่างจีนอีกด้วย
“
มันเป็นงานสำหรับประเทศในการสร้างสัมพันธภาพที่ดี อย่างออสเตรเลียและฝรั่งเศส ประเทศเหล่านี้กำลังขอโทษสำหรับปัญหาที่เคยเกิดขึ้นเมื่อราว 23 ปีก่อน” พอล เฟรนซ์ หัวหน้านักวิเคราะห์ของบริษัท แอ็กเซส เอเชีย ที่ปรึกษาด้านการค้าปลีกในเซี่ยงไฮ้ในงานเวิลด์ เอ็กซ์โป ครั้งนี้จะมีประเทศต่างๆ ทั่วโลกเข้าร่วมถึงกว่าราว 200 ประเทศ และแน่นอนว่าประเทศเหล่าก็ทุ่มเงินจำนวนมหาศาลในการสร้างอาคารแสดงงานและศักยภาพของตัวเอง โดยส่วนใหญ่แล้วรัฐบาลของแต่ละประเทศจะกระโดดลงมาจัดสรรเงินก้อนนี้ด้วยตัวเอง ตัวอย่างหนึ่งก็คือ ประเทศฝรั่งเศส ที่ผู้นำอย่างประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี ที่เอ่ยปากให้สัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะมาในงานครั้งนี้อย่างแน่นอน
“
งานเอ็กซ์โปนี้ก็ไม่ได้ต่างกับงานโอลิมปิก หรือฟุตบอลโลก” ดีทมาร์ ชมิทซ์ คณะกรรมาธิการของกระทรวงเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของเยอรมนี กล่าวเยอรมนีกำลังควักงบกว่า 67 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2,172 ล้านบาท) เพื่อสร้างส่วนจัดแสดงงานของประเทศ พร้อมจะมีการเสิร์ฟเมนูงานเด็ดของเยอรมนีให้แก่ผู้เข้าชมงาน
ส่วนอีกหนึ่งความอลังการก็เป็นอาคารรูปแบบงานอวกาศของซาอุดีอาระเบียที่มีมูลค่าการลงทุนและการสร้างมากที่สุดคือ ประมาณ 146 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4,733 ล้านบาท) มูลค่ามหาศาลมากกว่าของออสเตรเลียที่ใช้เงินลงทุน 76 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2,463 ล้านบาท) หรือของฝรั่งเศสที่มีมูลค่าราว 68 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2,204 ล้านบาท)
ความยิ่งใหญ่ของอาคารแสดงงานของซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นอวกาศที่ถูกโอบล้อมไปด้วยปาล์มอินทผลัม พร้อมด้วยจอหนังขนาด 1,600 ตารางเมตร หรือราว 1 ใน 4 ของสนามฟุตบอล
รวมทั้งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา รัฐบาลเดนมาร์กถึงกับต้องทุ่มเทยกเอารูปปั้นของนางเหงือก (Little Mermaid) แลนด์มาร์กที่สำคัญของประเทศเดนมาร์ก ข้ามน้ำมาตั้งไว้ถึงเซี่ยงไฮ้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของงานยักษ์ในครั้งนี้
ส่วนพื้นที่แสดงงานของทางการจีนเองนี้ จะล้างภาพลักษณ์ที่คนทั่วไปเคยเห็นในจีนจนสิ้น ภาพของนาข้าวและประชาชนแต่งกาย
“สไตล์เหมา” ปั่นจักรยานไปมา จะถูกเปลี่ยนเป็นภาพของเมืองสีเขียว ภายใต้ธีม “เมืองที่ดีกว่า ชีวิตที่ดีกว่า” ซึ่งจีนพยายามเน้นในเรื่องของสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมากทั้งนี้ จีนเป็นชาติกำลังพัฒนาชาติแรกที่มีโอกาสเป็นเจ้าภาพงานนี้ และทางการจีนก็หวังว่างานนี้จะยกระดับนครเซี่ยงไฮ้เป็นเมืองติดอันดับระดับโลก
“
มันเป็นการทำให้ชาวจีนเข้าใจนานาชาติมากขึ้น และจะช่วยให้ต่างชาติเข้าใจเรามากขึ้นเช่นกัน” ซูเหว่ย รองผู้อำนวยการด้านการสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ของงานเวิลด์ เอ็กซ์โป กล่าวนอกจากนี้ ซูเหว่ย ยังกล่าวว่างานนี้จะเป็นสถานที่ที่ชาวอเมริกันและชาวจีนจะสามารถมาพบกันและสื่อสารระหว่างกันได้ดีมากยิ่งขึ้น
“
แน่นอนว่าในอนาคตเซี่ยงไฮ้จะไม่ต่างไปจากนิวยอร์ก” ถางฉวนหยาน พนักงานผู้ช่วยในห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ล่าสุดในย่านธุรกิจของนครเซี่ยงไฮ้ กล่าวรัฐบาลเซี่ยงไฮ้เดินหน้าจัดการกับระบบการขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศด้วยงบกว่า 4,500 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.45 แสนล้านบาท) และอีกกว่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.26 หมื่นล้านบาท) สำหรับการปรับปรุงพื้นที่ที่อยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำฮวงปูที่มีความยาว 1.5 กิโลเมตร
งานนี้ถือเป็นการยกเครื่องครั้งใหญ่ในนครเซี่ยงไฮ้ โดยภายในระยะเวลา 1 ที่ผ่านมาที่นั่นมีระบบรถไฟฟ้าใต้ดินเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว โดยกินพื้นที่ระยะทางยาวราว 420 กิโลเมตร อีกทั้งยังมีการเปิดอาคารขนส่งผู้โดยสารทางอากาศแห่งใหม่อีกหนึ่งแห่ง เพื่อเป็นเตรียมพร้อมรับกับเที่ยวบินและผู้โดยสารที่จะบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาร่วมชมงานยักษ์ในครั้งนี้จำนวนหลายหมื่นคนต่อวัน
สิ่งที่รัฐบาลปักกิ่งจัดการกับงานราบคาบก็คือ การกวาดล้างบรรดาหาบเร่ และสิ่งกีดขวางที่ทำลายทัศนียภาพที่สวยงามตามท้องถนนทิ้งจนหมดสิ้น โดยถือเป็นมาตรการที่เข้มงวด ซึ่งแม้กระทั่งเมื่อครั้งที่ปักกิ่งถูกยกระดับปรับแต่งเพื่อการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกยังไม่มีมาตรการดังกล่าวนี้เลย
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ชาวเซี่ยงไฮ้และรัฐบาลปักกิ่งพร้อมรับมือกับการเป็นเจ้าภาพด้วยความภูมิใจ ในฐานะผู้จัดงานระดับโลกไม่ต่างจากงานใหญ่ๆ ในฝั่งยุโรปที่สร้างกระแสและเสียงตอบรับจากชาวโลกได้เป็นอย่างดี แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้สึกซาบซึ้งและภูมิใจกับงานนี้ นั่นเพราะคนจำนวนหนึ่งรู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้มีโอกาสหรือได้รับผลประโยชน์ใดๆ จากงานนี้
“
เอ็กซ์โปเป็นเพียงการแสดงให้เห็นว่าจีนมีเงิน และกำลังใช้เงินของประชาชนคนธรรมดาอย่างพวกเราในการแสดงให้คนอื่นเห็นอย่างนั้น” ฉาง ชายขับรถแท็กซี่วัย 54 ปีรายหนึ่ง กล่าว“
ไม่ได้กำลังแสดงให้เห็นว่าจีนได้พัฒนาแล้วหรอก จีนยังคงมีประชาชนที่ยากจำนวนมาก” ฉาง กล่าว พร้อมทั้งระบุว่า ครอบครัวของตนทำได้เพียงดูงานเอ็กซ์โปที่ทุกคนภูมิใจในครั้งนี้ผ่านทางโทรทัศน์เท่านั้น เพราะไม่มีกำลังเงินมากพอที่จะซื้อตั๋วราคา 160 หยวน (ราว 759 บาท)”ความท้าทายมากที่สุดอย่างหนึ่งของงานนี้ก็คือ การรักษาความสงบและความปลอดภัยภายในเมืองที่ใหญ่ที่สุดของจีนแห่งนี้
เรื่องดังกล่าวนี้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของจีนเองต่างก็ยอมรับว่ามันเป็นเรื่องที่ท้าทายและยิ่งใหญ่มากที่สุดเรื่องหนึ่ง แต่ทว่าตามสไตล์พี่ใหญ่อย่างจีนมาตรการที่เข้มงวดและเคร่งครัดก็โผล่ขึ้นมาเตรียมพร้อมรับมือแล้ว แม้กระทั่งในช่วงเวลานี้
ถ้ามีโอกาสไปเยือนนครเซี่ยงไฮ้ในเวลานี้ ก็จะพบว่าจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยสุนัขตำรวจคุมพื้นที่อยู่อย่างเข้มงวดในทุกหัวระแหง พร้อมด้วยมีการแจกจ่ายโบรชัวร์ให้กับพนักงานและเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาเตรียมงานดังกล่าว ในการที่จะระบุและชี้ชัดถึงวัตถุระเบิด นี่ยังไม่ร่วมถึงมาตรการอันเข้มข้นในการตรวจเช็กสัมภาระผู้โดยสารที่ผ่านขึ้นลง เพื่อใช้บริการรถไฟใต้ดิน ซึ่งไม่ต่างจากที่สนามบินแต่อย่างไร
เจเน็ต เอลส์เวิร์ท เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโครงการตั้งถิ่นฐานมนุษย์แห่งสหประชาชาติ (UNHABITAT) กล่าวว่า จีนเป็นประเทศกำลังพัฒนาประเทศแรกที่ได้รับโอกาสนี้ และงานนี้จะเป็นการโชว์ให้ทั่วโลกเห็นว่ากาลเวลามันกำลังเปลี่ยนแปลงบางอย่างไปแล้ว
”งานนี้รัฐบาลจีนไม่พลาดโอกาสจะชูตัวเองขึ้นเป็นยักษ์ใหญ่ของโลก







