posttoday
จับตามะกันถกแก้'ฟิสคัล คลิฟ'ตัวการส่อฉุดศก.โลกดิ่งเหว

จับตามะกันถกแก้'ฟิสคัล คลิฟ'ตัวการส่อฉุดศก.โลกดิ่งเหว

02 ธันวาคม 2555

ประเด็นที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามองมากที่สุดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ประเด็นที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามองมากที่สุดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้นรายงานล่าสุดขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ซึ่งเตือนว่าเศรษฐกิจโลกเสี่ยงเข้าสู่ภาวะหดตัวอย่างฉับพลันในอีก 2 ปีข้างหน้านี้ โดยคาดว่าในปี 2556 เศรษฐกิจโลกจะหดตัวลงมาอยู่ที่ 1.4% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.2%

ขณะเดียวกันโออีซีดียังได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของทั้งสหรัฐ ญี่ปุ่น และกลุ่มยูโรโซน ซึ่งคาดว่าจะถดถอยลงมากกว่าเดิมอีกด้วย

รายงานระบุว่า ความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกมาจากปัญหาด้านงบประมาณของสหรัฐ หากคองเกรสไม่สามารถบรรลุข้อตกลงแก้ไขปัญหาหน้าผาการคลังได้สำเร็จ ซึ่งส่งผลให้สหรัฐต้องเผชิญกับมาตรการลดการใช้จ่ายและขึ้นภาษีโดยอัตโนมัติในเดือน ม.ค. 2556 ซึ่งจะส่งผลกระทบทั้งความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจของสหรัฐอย่างหนัก

เห็นได้จากรายงานผลกระทบจากปัญหาฟิสคัล คลิฟ ซึ่งจัดทำขึ้นโดยทีมที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งสหรัฐ พบว่าหากรัฐบาลสหรัฐไม่อาจหาทางบรรลุข้อตกลงแก้ปัญหาหน้าผาการคลังได้ทันกำหนด จะทำให้ผู้บริโภคสหรัฐต้องลดปริมาณการบริโภคลง โดยอาจมีมูลค่าสูงถึง 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6 ล้านล้านบาท)

จับตามะกันถกแก้'ฟิสคัล คลิฟ'ตัวการส่อฉุดศก.โลกดิ่งเหว

 

และหากผู้บริโภคชาวมะกันซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 2 ใน 3 ของจีดีพีประเทศลดการใช้จ่ายลง การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐย่อมประสบปัญหา โดยเฉพาะบรรดาผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่ต้องพึ่งพาการบริโภคจากตลาดในประเทศเป็นหลัก

นอกจากนี้ ไม่เพียงแต่ยอดการบริโภคในประเทศที่มีแนวโน้มร่วงลงแล้ว ภาคการผลิตในประเทศมีแนวโน้มหดตัวลงเช่นเดียวกัน อันเป็นผลมาจากบรรดาเจ้าของธุรกิจต่างกังวลว่าปัญหาความไม่แน่นอนดังกล่าว จึงส่งผลให้ลูกค้าระงับการสั่งผลิตใหม่ไว้ชั่วคราว จนกว่ารัฐบาลจะสามารถตกลงกันได้ในเรื่องการขยายเพดานหนี้เสร็จสิ้น

นอกจากความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจในฝั่งสหรัฐแล้ว สถานการณ์วิกฤตหนี้สาธารณะในฝั่งยุโรปก็น่าติดตามไม่แพ้กัน หลังสำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรแสตต) เปิดเผยว่า อัตราการว่างงานในกลุ่มยูโรโซน 17 ประเทศพุ่งขึ้นอย่างน่ากลัว ทำสถิติใหม่ในเดือน ต.ค. ที่ 11.7% จากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำเข้าสู่ภาวะถดถอย โดยที่มีจำนวนคนออกจากงานเพิ่มมากขึ้นที่ 18.7 ล้านคน จากจำนวน 18.49 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าประเด็นการว่างงานจะเพิ่มความกังวลแก่นักลงทุนอย่างต่อเนื่อง แต่ทว่า ทางมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารยุโรป (อีซีบี) กล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่า ทางธนาคารเตรียมพร้อมที่จะเข้ารับซื้อหนี้ของชาติสมาชิกยูโรโซนที่มีปัญหา ถ้าหากผลตอบแทนพันธบัตรของชาติเหล่านั้นพุ่งขึ้นเกินกว่าที่จะควบคุมได้ โดยมีข้อแม้ว่า ทางด้านรัฐบาลของประเทศที่มีปัญหาอยู่เองนั้น ก็จำเป็นที่จะต้องใช้มาตรการแก้ปัญหาของตัวเองควบคู่กันไปด้วย

ขณะเดียวกันที่ประชุมรัฐมนตรีกลุ่มยูโรโซนยังได้ข้อตกลงลดหนี้ให้กับกรีซที่ 4 หมื่นล้านยูโร หรือลดปริมาณหนี้ของกรีซลงให้มาอยู่ที่ 124% ของจีดีพีภายในปี 2563 ด้วยการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับกรีซพร้อมกับขยายระยะเวลาหนี้ครบกำหนดชำระจากเดิม 15 ปีออกไปเป็น 30 ปี และเลื่อนการจ่ายดอกเบี้ยออกไปอีก 10 ปีด้วย ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขการขอรับความช่วยเหลือมูลค่า 4.37 หมื่นล้านยูโร นับเป็นการต่อลมหายใจกับกรีซ ให้มีเงินพอบริหารประเทศต่อเนื่องไป

อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์ในกรีซมีทีท่าจะดีขึ้น แต่ทว่าในสเปนซึ่งเศรษฐกิจมีขนาดใหญ่อันดับ 4 ของภูมิภาค อยู่ในภาวะย่ำแย่อย่างหนัก หลังผลการเลือกตั้งท้องถิ่นแคว้นคาตาโลเนียของสเปน ปรากฏว่าพรรคการเมืองกลุ่มที่สนับสนุนการปกครองตนเองแยกตัวออกจากรัฐบาลกลางชนะการเลือกตั้ง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าว สะท้อนให้เห็นความต้องการของชาวคาตาโลเนียที่ต้องการแยกตัว เนื่องจากไม่พอใจที่ถูกรีดภาษีอย่างหนักจากรัฐบาลกลางมาโดยตลอด ขณะที่รัฐบาลกลางสเปนก็กำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบากกับปัญหาวิกฤตหนี้เรื้อรัง ซึ่งอาจจะทำให้สเปนเป็นชาติต่อไปที่จะต้องรับเงินช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป

นอกจากนี้ อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงสำคัญในภูมิภาคยุโรป ซึ่งจะสร้างเสถียร ภาพให้เกิดขึ้นกับภาคการเงินของอียูได้อย่างดีก็คือ ความเคลื่อนไหวของสมาชิกรัฐสภายุโรป มีมติเห็นพ้องเปิดทางให้กับนักลงทุนสามารถฟ้องร้องค่าเสียหายกับบริษัทจัดอันดับเครดิตต่างๆ ได้ ถ้าหากการจัดอันดับเครดิตนั้นๆ เกิดขึ้นมาจากการความผิดพลาดและเลินเล่อจนนำไปสู่การสร้างความเสียหายต่อการลงทุนขึ้น พร้อมออกกฎระเบียบใหม่ เพื่อควบคุมบริษัทจัดอันดับเครดิตเหล่านี้อย่างเข้มงวดมากขึ้นอีกด้วย

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน