
สถานที่ท่องเที่ยวดังทั่วโลกปิดไฟลดโลกร้อนพรุ่งนี้
สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังต่างๆที่เป็นแลนด์มาร์คสำคัฐของโลกไล่เรียงตั้งแต่พีระมิด หอไอเฟล โอเปรา เฮ้าส์ หรือกระทั่งพระราชวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่ง จะต้องตกอยู่ในความมืดมิดในช่วงค่ำวันที่ 27 มี.ค. เมื่อประชากรจำนวนหลายล้านคนทั่วโลกต่างพร้อมใจปิดไฟ 1 ชั่วโมง ให้โลกพักผ่อน (Earth Hour)
สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังต่างๆที่เป็นแลนด์มาร์คสำคัฐของโลกไล่เรียงตั้งแต่พีระมิด หอไอเฟล โอเปรา เฮ้าส์ หรือกระทั่งพระราชวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่ง จะต้องตกอยู่ในความมืดมิดในช่วงค่ำวันที่ 27 มี.ค. เมื่อประชากรจำนวนหลายล้านคนทั่วโลกต่างพร้อมใจปิดไฟ 1 ชั่วโมง ให้โลกพักผ่อน (Earth Hour)
เอเอฟพีรายงานว่า กว่า 1,200 สถานทีที่สำคัญของโลกในกว่า 125 ประเทศทั่วโลกจะตกอยู่ในท่ามกลางภาวะมืดมิด ไร้แสงไฟที่สาดส่องอย่างสว่างไสว
เหมือนเคยในเวลาราว 20.30 น. ในวันที่ 27 มี.ค. เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมรณรงค์การดับไฟ ในโครงการช่วยเยียวยาโลกของเราให้มีอายุยืนยาวยิ่งขึ้น และได้รับความร่วมมือจากทุกหัวระแหงทั่วโลก
“เอิร์ท อาว มีความหมายต่อผู้คนในทุกภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ และพื้นที่” แอนดี ริดลี่ย์ ผู้ริเริ่มโครงการกล่าว พร้อมทั้งยังระบุว่ามันเป็นพฤติกรรมในเชิงสัญลักษณ์อีกด้วย
โครงการยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลกจัดขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 4 แล้ว โดยมีหัวแรงหลักอย่าง องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ) และได้รับความร่วมมือจากทุกประเทศเป็นอย่างดีร่วมทั้งในปีนี้ โดยในปีนี้ทางรัฐบาลฝรั่งเศสประกาศปิดไฟทุกสถานที่สำคัญ ซึ่งเริ่มต้นจากหอไอเฟลที่จะดับสนิทราว 5 นาที
ส่วนพื้นที่อีก 30 รัฐ ในสหรัฐจะร่วมดับไฟดูแลโลกด้วยเช่นกัน นั่นหมายถึงว่า ไฟระยิบระยับจากตึกสูงตระหง่านแห่งเกาะแมนฮัตตันอย่าง เอ็มไพร์สเตท และสีแดงสดจากสะพานโกลเดนเกท ของซานฟรานซิสโกจะไร้แสงและสีสันลงชั่วคราว ไม่เว้นแม้แต่บริษัทยักษ์ระดับโลกอย่าง กูเกิล โคลา-โคล่า ฮิลตัน แม็คโดนัลด์ แคนนอน และเอชเอสบีซี ก็จะอยู่ท่ามกลางความมืดไม่ต่างกัน
ส่วนทางฝากฝั่งเอเซียนั้น นอกจากสถานที่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแต่ละประเทศ อย่างพระราชวังต้องห้าม สนามกีฬารังนก ของจีน บอลลีวูด สตูดิโอ ของอินเดีย สิงคโปร์ฟลายเออร์แล้ว ยังมีบ้านเรือนประชาชนอีกราว 3.3 ล้านคนที่ลงทะเบียนพร้อมดับไฟร่วมกันแล้ว







