posttoday
กูรูจับตาการประท้วงในไทยระลอกใหม่

กูรูจับตาการประท้วงในไทยระลอกใหม่

25 พฤศจิกายน 2555

กูรูจับตาประท้วงในไทย สัญญาณเขย่าเสถียรภาพรอบใหม่ เตือนความเชื่อมั่นมีแววหด เหตุนักลงทุนกลัวประท้วงบานปลาย

กูรูจับตาประท้วงในไทย สัญญาณเขย่าเสถียรภาพรอบใหม่ เตือนความเชื่อมั่นมีแววหด เหตุนักลงทุนกลัวประท้วงบานปลาย

ควอทซ์ เว็บไซต์ข่าวออนไลน์ลงบทความแสดงความเห็นต่อกรณีความขัดแย้งทางการเมืองในไทยของนาโอมิ รูฟนิก นักวิเคราะห์ที่ติดตามเหตุการณ์การเมืองไทยมาโดยตลอด ซึ่งระบุว่า การประท้วงที่เกิดขึ้นวันที่ 24 พ.ย. เป็นสิ่งที่บ่งชี้ให้นักลงทุนจำต้องจับตาเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อจากนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นการแสดงให้เห็นว่าฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเริ่มกลับมาแข็งแกร่งและมีแนวโน้มจะเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและความมั่นคงทางการเมืองไทยอีกครั้ง

ทั้งนี้ แม้จะมีปัจจัยบ่งชี้ว่าการเมืองไทยอาจไม่สงบราบรื่นอีกครั้ง แต่รูฟนิกก็ระบุอย่างเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะรุนแรงถึงขั้นเกิดการรัฐประหารล้มล้างรัฐบาลนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อีกครั้ง โดยให้เหตุผลว่า ขณะนี้ความสัมพันธ์ระหว่างทหารกับรัฐบาลค่อนข้างเป็นไปด้วยดี และต่างต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน

ทว่า สตีฟ วิกเกอร์ส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทที่ปรึกษาความเสี่ยงในภูมิภาคเอเชีย สตีฟแอนด์แอสโซซิเอเต็ด กลับเห็นไปในทางตรงกันข้าม โดยกล่าวว่า มีความเป็นไปได้พอสมควรที่ประเทศไทยจะเกิดการรัฐประหารอีกครั้ง

“ระดับความเสี่ยงในขณะนี้จัดอยู่ในระดับกลาง ไม่สูงมาก แต่ก็มีปัจจัยบางอย่างที่เราไม่สามารถคาดเดาได้ เช่น อารมณ์ของผู้ประท้วง หรือการตอบสนองของเจ้าหน้าที่ แต่ท้ายที่สุด การรวมตัวประท้วงที่เกิดขึ้นล่าสุดเป็นสัญญาณบ่งชี้ที่แสดงให้เห็นว่า ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลฟื้นคืนชีพอีกครั้ง แถมมีขวัญกำลังใจที่ดีมาก” วิกเกอร์ส กล่าว

ด้านหนังสือพิมพ์เดอะ เจแปน ไทมส์ ได้ตีพิมพ์บทวิเคราะห์ของ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ซึ่งระบุว่า วิกฤตความขัดแย้งทางการเมืองของไทยมีแนวโน้มว่าจะหยั่งรากลึกมากขึ้น โดยต้นเหตุจากการเผชิญหน้าระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายต่อต้าน มาจากความพยายามของรัฐบาลนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ที่จะเปิดทางให้อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับประเทศไทย จนอาจนำไปสู่ความรุนแรงในการเผชิญหน้ารอบใหม่ได้ในที่สุด

ขณะที่ทางนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ต่างพร้อมใจลงความเห็นว่า หากไทยต้องการผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างเต็มที่ ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้มั่นคงมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ก่อนที่นักลงทุนต่างชาติจะวางใจเดินทางเข้ามาลงทุนได้ ซึ่งแน่นอนว่า หากมีการต่อสู้ปะทะกันระหว่างฝ่ายเหลืองแดงอีกครั้ง ความเชื่อมั่นที่มีต่อไทยจะหมดไปแทบทันที

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน