
สื่อรัฐบาลสิ้นความขลัง วัยรุ่นจีนเมินอ้างล้าหลัง
สื่อโฆษณาชวนเชื่อจีนเริ่มไร้ผล หลังวัยรุ่นเริ่มต่อต้าน อ้างน่าเบื่อและล้าหลัง
สื่อโฆษณาชวนเชื่อจีนเริ่มไร้ผล หลังวัยรุ่นเริ่มต่อต้าน อ้างน่าเบื่อและล้าหลัง
รอยเตอร์สเปิดเผยรายงานระบุว่า กลยุทธ์การใช้โฆษณาชวนเชื่อ เพื่อช่วงชิงแรงสนับสนุนจากประชาชน ผ่านการออกอากาศภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนในช่วงที่มีการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 18 กำลังได้รับความสนใจน้อยลงอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งต่างมองว่าเป็นเรื่องที่น่าเบื่อและล้าหลัง
“ในฐานะที่เป็นเยาวชนในยุคหลังปี 1980 ฉันคิดว่า ฉันต้องการเห็นและเรียนรู้วัฒนธรรม ความคิดที่แตกต่างและน่าสนใจอื่นๆ ในโลกนี้ มากกว่าดูสิ่งที่ฉันจำเป็นต้องดูที่โรงเรียนอยู่แล้วทุกวัน” จาง นักศึกษาชาวจีนรายหนึ่งกล่าว โดยระบุว่า ตนเองเลือกดูวีซีดีซีรีส์ของสหรัฐในระหว่างที่มีการฉายภาพยนตร์ชวนเชื่อทางโทรทัศน์
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว สะท้อนให้เห็นความนิยมในพรรคคอมมิวนิสต์ในสังคมจีนเริ่มถดถอยลง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในจีน ที่กำลังมีการประชุมสมัชชาใหญ่ของพรรคครั้งสำคัญ เพื่อเลือกและรับรองคณะกรรมการประจำกรมการเมือง ซึ่งจะทำหน้าที่บริหารประเทศในอีก 10 ปีข้างหน้าเป็นเวลา 7 วันตั้งแต่วันที่ 8-14 พ.ย.
“หากรัฐบาลจีนไม่ดำเนินการเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอใหม่ให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น เพื่อดึงดูดผู้ชมวัยรุ่น อาจส่งผลกระทบต่อการกุมอำนาจของพรรคคอมมิวนิสต์ในอนาคตได้” เซียวเซียวซุย อาจารย์ด้านทฤษฎีและวัฒนธรรมสื่อของมหาวิทยาลัยฮ่องกงแบปติสต์ เตือน
กระแสความนิยมพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ลดน้อยลงในสังคม สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวล่าสุดในเหว่ยโป๋เว็บไซต์สังคมออนไลน์ชื่อดังของประเทศ หลังมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมากแห่เข้าไปวิพากษ์วิจารณ์แถลงการณ์เปิดประชุมพรรคในวันแรกของประธานาธิบดีหูจิ่นเทากันอย่างกว้างขวาง ซึ่งระบุว่าหนทางเดียวที่จะพัฒนาและฟื้นฟูประเทศให้คงความเป็นมหาอำนาจของโลกทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมได้ คือ พรรคคอมมิวนิสต์จีนต้องคุมอำนาจบริหารต่อไป
หนึ่งในสมาชิกเหว่ยโป๋รายหนึ่ง แสดงความเห็นว่า แนวความคิดของประธานาธิบดีหูจิ่นเทา เปรียบได้ว่า ในขณะนี้จีนกำลังใส่รองเท้าที่พังแล้วแต่ยังดันทุรังจะเดินต่อไป ทำให้ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน ก็คงไม่มีทางไปถึงที่หมาย หากยังไม่เปลี่ยนรองเท้าคู่เก่าเสียก่อน







