
ผู้นำเวียดนามรับผิด'ศก.แย่'
นายกรัฐมนตรีเวียดนามกล่าวขอโทษต่อประเทศ ฐานบริหารเศรษฐกิจชาติผิดพลาด ลั่นเดินหน้าปฏิรูปครั้งใหญ่
นายกรัฐมนตรีเวียดนามกล่าวขอโทษต่อประเทศ ฐานบริหารเศรษฐกิจชาติผิดพลาด ลั่นเดินหน้าปฏิรูปครั้งใหญ่
นายกรัฐมนตรี เหวียนเติ๋นสุง ของเวียดนาม ได้กล่าวยอมรับผิดระหว่างการเปิดประชุมสมัชชาแห่งชาติเวียดนาม เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ว่า รัฐบาลบริหารเศรษฐกิจประเทศผิดพลาด ซึ่งอาจทำให้เวียดนามต้องเผชิญภาวะเศรษฐกิจซบเซามากกว่าที่คาดไว้ในปีนี้ โดยคาดว่าเศรษฐกิจในปีนี้อาจขยายตัวได้เพียง 5.2% ซึ่งจะถือเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 13 ปี ขณะที่รัฐบาลประกาศจะนำความผิดพลาดเป็นบทเรียนเพื่อมุ่งปฏิรูปประเทศต่อไป
เหวียน กล่าวว่า ถือเป็นความรับผิดชอบในฐานะนายกรัฐมนตรี ต่อกรณีความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของบริษัท วินาชิน และบริษัท วินาไลน์ส ซึ่งเป็นบริษัทด้านการต่อเรือและการเดินเรือขนาดใหญ่ของรัฐบาลเวียดนาม โดยเหวียนยังได้ให้คำมั่นว่าจะเร่งเดินหน้าปฏิรูปประเทศอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการปรับลดขนาดบรรดารัฐวิสาหกิจภายในปี 2556 นี้
ขณะเดียวกัน ผู้นำเวียดนามยังได้ส่งสัญญาณเตือนถึงภาวะเศรษฐกิจที่อาจซบเซาเกินกว่าที่คาดไว้ โดยระบุว่าเศรษฐกิจเวียดนามอาจขยายตัวได้เพียง 5.2% ในปีนี้ จากระดับ 5.9% ในปีที่แล้ว ซึ่งจะเป็นอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ต่ำที่สุดของเวียดนามในรอบ 13 ปี นับตั้งแต่ปี 2542 โดยก่อนหน้านี้ทางการเวียดนามได้กำหนดเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2555 ไว้ที่ 66.5%
“ผมต้องขออภัยเป็นการส่วนตัวต่อสมัชชาแห่งชาติต่อพรรคคอมมิวนิสต์ และต่อประเทศชาติ สำหรับความอ่อนแอของรัฐบาลในการบริหารจัดการประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการตรวจสอบดูแลบรรดารัฐวิสาหกิจทั้งหลาย เช่น บริษัท วินาชิน และบริษัท วินาไลน์ส” เหวียน กล่าว
การกล่าวยอมรับความผิดพลาดของผู้นำประเทศต่อสาธารณชนเช่นนี้ นับว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งในประเทศสังคมนิยมอย่างเวียดนาม โดยมีรายงานว่าเหวียนในวัย 62 ปี ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นนายกรัฐมนตรีที่ทรงอำนาจที่สุดเท่าที่เคยมีมาในเวียดนาม ถูกโจมตีอย่างหนักหลายเรื่องโดยเฉพาะประเด็นเศรษฐกิจ ระหว่างการประชุมสำคัญของผู้บริหารพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้าเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม เหวียนฝูจ่อง ก็ได้กล่าวขอโทษต่อประเทศชาติเช่นกัน ฐานที่ไม่สามารถป้องกันปัญหาการคอร์ รัปชัน ในหมู่สมาชิกพรรคบางราย ขณะที่รัฐบาลจำเป็นต้องปฏิรูปภาคการธนาคารครั้งใหญ่ รวมไปถึงสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมบรรยากาศการลงทุน







