
ศก.จีนขยายตัวต่ำสุดในรอบ 3 ปี กูรูยันมี "เสถียรภาพ"
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวคราวที่ร้อนแรงที่สุดคงหนีไม่พ้นประเด็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีน โดยล่าสุด สำนักงานสถิติแห่งชาติของแดนมังกรเปิดเผยว่า เศรษฐกิจของประเทศขยายตัว 7.4% ในไตรมาส 3 ของปีนี้ นับเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี ทว่านักวิเคราะห์กลับเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจจีนกำลังเข้าสู่ระดับมีเสถียรภาพ เพราะแม้จะชะลอตัว ทว่าดัชนีเศรษฐกิจตัวอื่นๆ กลับเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวคราวที่ร้อนแรงที่สุดคงหนีไม่พ้นประเด็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีน โดยล่าสุด สำนักงานสถิติแห่งชาติของแดนมังกรเปิดเผยว่า เศรษฐกิจของประเทศขยายตัว 7.4% ในไตรมาส 3 ของปีนี้ นับเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี ทว่านักวิเคราะห์กลับเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจจีนกำลังเข้าสู่ระดับมีเสถียรภาพ เพราะแม้จะชะลอตัว ทว่าดัชนีเศรษฐกิจตัวอื่นๆ กลับเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
ยกตัวอย่างเช่น ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรม ซึ่งขยายตัว 9.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.79% จากระดับ 8.9% ในเดือน ส.ค. ตัวเลขส่งออกขยายตัว 9.9% ยอดค้าปลีก ซึ่งเป็นตัวชี้วัดการใช้จ่ายของผู้บริโภค ขยายตัว 14.2% จากระดับ 13.2% ในเดือนก่อน
ลู่ถิง นักเศรษฐศาสตร์จากแบงก์ ออฟ อเมริกา ประจำฮ่องกง ระบุว่า เศรษฐกิจแดนมังกรกำลังหลุดพ้นจากจุดต่ำสุด และคาดว่าจีดีพีของประเทศจะขยายตัวสูงขึ้นในไตรมาส 4
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) เดือน ก.ย. กลับร่วงลง 6.8% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 8,430 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.52 แสนล้านบาท) ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว
อียูลุยตั้งคณะส่วนกลางคุมธนาคาร
แบงก์แคว้นสเปนถูกหั่นเครดิตระนาว
ที่ประชุมสุดยอดผู้นำยุโรป ที่กรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียม เมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา มีมติจัดตั้งคณะส่วนกลางขึ้นเพื่อทำหน้าที่ดูแลธนาคารกว่า 6,000 แห่งใน 17 ประเทศในกลุ่มยูโรโซน
ด้านประธานาธิบดี ฟรองซัวส์ ออลลองด์ แห่งฝรั่งเศส เปิดเผยว่า คณะผู้ดูแลดังกล่าวจะได้รับการจัดตั้งและทำงานได้จริงในช่วงสัปดาห์แรก หรือเดือนแรกหลังวันที่ 1 ม.ค. ปีหน้าทันที
ทั้งนี้ ภายใต้การดูแลของคณะส่วนกลาง ธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินในกลุ่มยูโรโซนสามารถเข้าถึงเงินกู้จากกองทุนกลไกเพื่อเสถียรภาพแห่งยุโรป (อีเอสเอ็ม) ได้โดยตรงทันที
แม้จะเป็นข่าวดีและนับว่าเป็นความเคลื่อนไหวที่สำคัญในยุโรป ทว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็เกิดข่าวร้ายเมื่อบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชื่อดังอย่าง สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) ประกาศลดอันดับเครดิตของกรุงมาดริดและเมืองบาร์เซโลนา รวมถึงแคว้นต่างๆ ในสเปนลงอีก 5 แคว้นพร้อมกัน โดยลดลงมาใกล้แตะระดับขยะ หรือระดับที่ไม่แนะนำให้ลงทุน เนื่องจากแคว้นเหล่านี้ต่างประสบปัญหาหนี้สิน ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจของประเทศที่ย่ำแย่
ด้านมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับเครดิตชื่อดังอีกแห่ง ก็ได้ปรับลดอันดับเครดิตของธนาคารบังกา มอนเต เด ปาสชี ดิ เวียนา (บีเอ็มพีเอส) ซึ่งเป็นธนาคารอิตาลีที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ลงมาอยู่ที่ระดับขยะ หรือ Baaa3 เนื่องจากวิตกว่าแผนปรับโครงสร้างทุนของรัฐบาลอิตาลีอาจไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือธนาคารแห่งนี้
ในส่วนของอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลสเปนนั้น มูดี้ส์ประกาศคงไว้ที่ระดับเดิม สร้างความโล่งอกให้กับนักลงทุนไม่น้อยหลังก่อนหน้านี้ต่างคาดการณ์ว่ามูดี้ส์จะเดินรอยตามเอสแอนด์พีที่ได้หั่นเครดิตรัฐบาลสเปนเมื่อสัปดาห์ก่อน
โอบามาชนะดีเบตยกสอง
นักวิเคราะห์ต่างยกให้ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ เป็นฝ่ายชนะการโต้วาทีแสดงวิสัยทัศน์รอบ 2 เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากสามารถพูดจาได้ดุดันมากกว่า มิตต์ รอมนีย์ ผู้ท้าชิงจากพรรครีพับลิกัน หลังก่อนหน้านี้ผู้นำสหรัฐพ่ายศึกโต้วาทีรอบแรกไป
สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น ให้โอบามาชนะด้วยคะแนน 46% ต่อ 36% ขณะที่ผลโหวตของสถานีโทรทัศน์ซีบีเอสให้คะแนนที่ 37% ต่อ 30%
ทั้งนี้ ทั้งคู่ต่างผลัดกันโจมตีนโยบายซึ่งกันและกัน โดยรอมนีย์ได้โจมตีโอบามากรณีสถานกงสุลสหรัฐโดนโจมตีที่ลิเบีย ขณะที่ผู้นำเมืองลุงแซมก็ตำหนิรอมนีย์ว่า ไม่ควรนำประเด็นดังกล่าวมาใช้เป็นเครื่องมือหาเสียง พร้อมกับกล่าวหารอมนีย์ว่าสนับสนุนนโยบายด้านสังคมสุดโต่ง ยิ่งกว่าสมัยประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช เสียอีก
เตือนโลกร้อนฉุด ศก.โลก
กลุ่ม 20 ประเทศที่เสี่ยงต่อสภาวะโลกร้อนมากที่สุด เปิดเผยรายงานจับตาความเสี่ยงของสภาพอากาศ พบว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศซึ่งมีสาเหตุจากภาวะโลกร้อนนั้น กำลังส่งผลให้เศรษฐกิจโลกต้องชะงักงัน และทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วหลายล้านคนต่อปี
รายงานซึ่งจัดทำโดยศูนย์วิจัยดีเออาร์เอ ประเมินว่า เศรษฐกิจที่มีการปล่อยคาร์บอนในปริมาณสูง และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศนั้น มีส่วนสำคัญต่อการเสียชีวิตของคน 5 ล้านคนทั่วโลกในแต่ละปี ซึ่ง 90% ในจำนวนนี้เป็นการเสียชีวิตที่เกี่ยวกับมลพิษทางอากาศ
ขณะเดียวกัน อุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และมลพิษจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนนั้นจะสร้างความเสียหายคิดเป็นสัดส่วน 3.2% ของจีดีพีโลก ภายในปี 2573







