
โลกร้อนฉุดศก.‘จีดีพี’ชะงักงัน
รายงานวิจัยล่าสุดเตือน ภาวะโลกร้อนกระทบเศรษฐกิจโลกเกินคาด ประเทศยากจนร่ำรวย เสี่ยงเหมือนกัน
รายงานวิจัยล่าสุดเตือน ภาวะโลกร้อนกระทบเศรษฐกิจโลกเกินคาด ประเทศยากจนร่ำรวย เสี่ยงเหมือนกัน
กลุ่ม 20 ประเทศที่เสี่ยงต่อสภาวะโลกร้อนมากที่สุด ได้เปิดเผยรายงานจับตาความเสี่ยงของสภาพอากาศ เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศซึ่งมีสาเหตุจากภาวะโลกร้อนนั้น กำลังส่งผลให้เศรษฐกิจโลกต้องชะงักงัน และทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วถึงหลายล้านคนต่อปี โดยภาวะโลกร้อนนั้นไม่เพียงแต่ทำให้เกิดหายนภัยทางธรรมชาติ แต่ยังส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจโลกมากกว่าที่คิดกันอีกด้วย
รายงานซึ่งจัดทำโดยศูนย์วิจัยดีเออาร์เอ ยังได้ประเมินด้วยว่า เศรษฐกิจที่มีการปล่อยคาร์บอนในปริมาณสูงและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศนั้น มีส่วนสำคัญต่อการเสียชีวิตของคน 5 ล้านทั่วโลกในแต่ละปี ซึ่ง 90% ในจำนวนนี้เป็นการเสียชีวิตที่เกี่ยวกับมลพิษทางอากาศ
ขณะเดียวกัน อุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและมลพิษที่เกิดจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนนั้น จะสร้างความเสียหายคิดเป็นสัดส่วน 3.2% ของจีดีพีโลก ภายในปี 2573
“ความล้มเหลวในเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ได้ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกแล้ว โดยคิดเป็นสัดส่วนถึง 1.6% ของจีดีพีโลก หรือเทียบเท่ากับความมั่งคั่งที่หายไปราว 1.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐต่อปี” รายงานดังกล่าวระบุ
ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวยังระบุด้วยว่า แม้กลุ่มประเทศยากจนจะเป็นผู้เผชิญความเสียหายทางเศรษฐกิจมากที่สุดในแง่ของจีดีพี ทว่ากลุ่มประเทศขนาดใหญ่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบเดียวกันนี้ไปได้
“อีกไม่เกิน 20 ปีข้างหน้า จีนจะกลายเป็นผู้แบกรับความเสียหายรุนแรงที่สุดจากมูลค่าความเสียหายทั้งหมดกว่า 1.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐจะถดถอยลงกว่า 2% ของจีดีพี และอินเดียจะถดถอยกว่า 5% ของจีดีพี” รายงานระบุ
เชค ฮาซินา นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ กล่าวว่า อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทุก 1 องศาเซลเซียส จะส่งผลให้ผลผลิตจากการเกษตรลดลงถึงราว 10% หรือเท่ากับเมล็ดพืชพันธุ์ธัญญาหารที่จะหายไปถึง 4 ล้านตันในบังกลาเทศ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 2,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นสัดส่วนเท่ากับ 2% ของจีดีพีประเทศ
อย่างไรก็ตาม โฮเซ มาเรีย ฟิเกอเรส อดีตประธานาธิบดีของคอสตาริกา กล่าวว่า การหาสาเหตุที่แท้จริงในการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ จะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมาก ทั้งสำหรับประเทศร่ำรวยและประเทศยากจน เพราะจะช่วยให้โลกมีโอกาสสูงต่อการหลีกเลี่ยงเศรษฐกิจที่ก่อให้เกิดมลพิษหนัก







