posttoday
IMF หั่นคาดการณ์ศก.โลกปีนี้เตือนยุโรปเบรกแผนรัดเข็มขัด

IMF หั่นคาดการณ์ศก.โลกปีนี้เตือนยุโรปเบรกแผนรัดเข็มขัด

14 ตุลาคม 2555

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาข่าวคราวที่ร้อนแรงที่สุดคงหนีไม่พ้นความเคลื่อนไหวของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ซึ่งล่าสุดได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้จาก 3.5% เหลือ 3.3% ซึ่งถือเป็นตัวเลขการเติบโตที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่ปี 2552

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาข่าวคราวที่ร้อนแรงที่สุดคงหนีไม่พ้นความเคลื่อนไหวของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ซึ่งล่าสุดได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้จาก 3.5% เหลือ 3.3% ซึ่งถือเป็นตัวเลขการเติบโตที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่ปี 2552

ไอเอ็มเอฟให้เหตุผลว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ซบเซาและการบังคับใช้แผนรัดเข็มขัดของประเทศพัฒนาแล้ว ทำให้นักลงทุนในตลาดและผู้ประกอบการขาดความเชื่อมั่นกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ จนกระเทือนการค้าและการลงทุนทั่วโลก

ในส่วนของเอเชียนั้น ทางกองทุนปรับลดคาดการณ์เหลือ 6.7% ในปีนี้ และ 7.2% ในปีหน้า จากเดิมที่ระดับ 7.1% และ 7.5% ตามลำดับ โดยอ้างว่า ภาคส่งออก ซึ่งถือเป็นหัวใจของเศรษฐกิจในเอเชีย ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตหนี้ยุโรป และการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ

นอกจากนี้ คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ ยังกล่าวภายในงานประชุมใหญ่ไอเอ็มเอฟและธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ที่ญี่ปุ่น ว่า ชาติต่างๆ ทั่วโลกโดยเฉพาะยุโรปควรชะลอการออกมาตรการรัดเข็มขัด เนื่องจากกำลังฉุดเศรษฐกิจอย่างรุนแรง

ขณะเดียวกัน ไอเอ็มเอฟยังแนะให้ยุโรปให้เวลากรีซอีก 2 ปี เพื่อที่รัฐบาลกรุงเอเธนส์จะได้ฟื้นเศรษฐกิจและบรรลุเป้าลดขาดดุล ทว่ายืนยันว่า กรีซจะได้รับเงินช่วยเหลืองวดถัดไปก็ต่อเมื่อลดหนี้ได้สำเร็จ

ด้านสเปน ซึ่งกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจเช่นกัน ได้รับข่าวร้ายเมื่อสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) ประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศลง 2 ขั้น จากระดับ BBB+ เหลือ BBB ซึ่งถือเป็นระดับน่าลงทุนที่ต่ำที่สุด และสูงกว่าระดับขยะเพียงขั้นเดียว โดยอ้างว่าเศรษฐกิจแดนกระทิงดุอยู่ในภาวะถดถอยรุนแรง ประกอบกับปัญหาอัตราว่างงานที่สูงและความไม่สงบในสังคมกำลังจำกัดทางเลือกในการแก้วิกฤตเศรษฐกิจของรัฐบาลสเปน

เวิลด์แบงก์ยก ‘อาเซียน’ แกร่ง

ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เปิดเผยรายงานคาดการณ์การเติบโตของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยปรากฏว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และประเทศไทยยังอยู่ในระดับที่ดีอยู่ สวนทางกับการเติบโตทั่วเอเชีย ซึ่งธนาคารโลกได้ปรับลดการเติบโตของเอเชียแปซิฟิกมาอยู่ที่ 7.2% จากเดิมที่ 8.2%

เวิลด์แบงก์ ระบุว่า ภูมิภาคอาเซียนยังมีแรงขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องจากแรงซื้อภายในประเทศ รวมไปถึงการใช้จ่ายเพื่อการลงทุนจากภายในที่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ทั้งในประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

ทั้งนี้ ทางธนาคารโลกคาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะโต 4.5% ในปีนี้

อย่างไรก็ตาม สำหรับจีนนั้น ธนาคารโลกระบุว่า ในปีนี้จีนจะมีระดับการเติบโตได้ที่ 7.7% เท่านั้น แต่จะกลับมาเติบโตได้มากขึ้นในปีหน้าที่ 8.1% จากที่ก่อนหน้านี้ได้คาดการณ์ไว้ว่าเศรษฐกิจจีนจะโตได้ที่ 8.2% ในปีนี้ และ 8.6% ในปีหน้า

ดีเบตรองปธน.มะกันเดือด

‘ไบเดน’ ปะทะ ‘ไรอัน’

เมื่อคืนวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา รองประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐ ได้ขึ้นโต้วาทีแสดงวิสัยทัศน์กับ พอล ไรอัน ผู้สมัครรองประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน

การโต้วาทีเป็นไปอย่างดุเดือด โดย ไบเดน ได้หยิบยกประเด็นที่รอมนีย์ดูถูกชาวอเมริกัน 47% ที่สนับสนุนประธานาธิบดี บารัก โอบามา ว่า คอยหวังพึ่งแต่ความช่วยเหลือจากรัฐบาลขึ้นมาโจมตี พร้อมกล่าวหานโยบายเศรษฐกิจของรีพับลิกันที่ต้องการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมว่าจะส่งผลให้สหรัฐต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่อีกระลอก

ขณะที่ ไรอัน กล่าวหาว่าการดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านของโอบามาไร้ประสิทธิภาพ เนื่องจากเปิดทางให้อิหร่านสามารถผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศที่ชมการโต้วาทีในครั้งนี้ พบว่า 48% ยกให้ ไรอัน ชนะ เฉือน ไบเดน ซึ่งได้ 44% เล็กน้อย

ประกาศผล ‘โนเบล’ 2555 ยุโรป ซิวรางวัลสันติภาพ

รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการโนเบลได้ประกาศผู้คว้ารางวัลในสาขาต่างๆ อาทิ สาขาวรรณกรรมตกเป็นของ โม่เหยียน นักเขียนชาวจีน สาขาฟิสิกส์ตกเป็นของ เซอร์เจ ฮารอช นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส และเดวิด เจ. ไวน์แลนด์ นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน เนื่องจากผลงานวิจัยควอนตัม

สำหรับสาขาการแพทย์ ผู้ที่คว้ารางวัลคือ ชินยะ ยามานากะ อาจารย์ชาวญี่ปุ่น และจอห์น บี. เกอร์ดอน อาจารย์ชาวอเมริกัน กับผลงานวิจัยเรื่องสเต็มเซลล์ สาขาเคมีตกเป็นของโรเบิร์ต เลฟโกวิทซ์ และไบรอัน โคบิลกา สองนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน กับผลการศึกษาจีโปรตีน

ในส่วนของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพนั้น ซึ่งเป็นที่จับตามองมากที่สุด คณะกรรมการได้มอบรางวัลให้กับสหภาพยุโรป (อียู) ในฐานะองค์กรที่มีบทบาทและความสำคัญในการรวบรวมชาติในภูมิภาคยุโรปให้เป็นหนึ่งเดียวนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา

ทั้งนี้ ผู้ชนะทั้งหมดจะขึ้นรับรางวัลในวันที่ 10 ธ.ค.นี้ ที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศนอร์เวย์

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม