
ลาการ์ดแนะยุโรปแตะเบรก "รัดเข็มขัด" ยิ่งใช้ยิ่งเหลว
ไอเอ็มเอฟเตือนยุโรปชะลอการรัดเข็มขัด เหตุฉุดเศรษฐกิจ แนะให้เวลากรีซ 2 ปี ลดหนี้ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ
ไอเอ็มเอฟเตือนยุโรปชะลอการรัดเข็มขัด เหตุฉุดเศรษฐกิจ แนะให้เวลากรีซ 2 ปี ลดหนี้ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ
คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ออกโรงเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะยุโรปชะลอการออกมาตรการรัดเข็มขัด เนื่องจากกำลังฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
“หากการเติบโตทางเศรษฐกิจน่าผิดหวัง รัฐบาลก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องดำเนินนโยบายการคลังแบบเข้มงวดเพื่อบรรลุเป้าลดยอดขาดดุล” ลาการ์ด กล่าวภายในงานประชุมใหญ่ประจำปีของไอเอ็มเอฟ และธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ซึ่งจัดขึ้นที่ญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 11-12 ต.ค.
นอกจากนี้ ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟยังเสนอให้ประเทศต่างๆ โดยเฉพาะชาติยูโรโซน หันมาใช้นโยบายการคลังแบบปรับเสถียรภาพโดยอัตโนมัติควบคู่ไปกับการรัดเข็มขัดแทน
ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของ ริชาร์ด คู นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำสำนักวิจัยโนมูระ ซึ่งเตือนว่ายุโรปกำลังแก้วิกฤตหนี้ด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้อง
“สภาพเศรษฐกิจของบรรดาชาติยุโรปที่กำลังประสบปัญหาด้านการเงินนั้น ไม่ต่างอะไรจากผู้ป่วยโรคปอดบวม โดยวิธีรักษาที่ถูกต้องก็คือการบำรุงอย่างเพียงพอ ดังนั้นวิกฤตหนี้ยุโรปจะจบได้ก็ต่อเมื่อมีการกระตุ้นเศรษฐกิจเท่านั้น” คู กล่าว
ก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งวัน สมาพันธ์แรงงานโลก (ไอทียูซี) ได้เตือนว่า มาตรการ รัดเข็มขัด และการตัดลดงบประมาณ จะนำไปสู่ความไร้เสถียรภาพทางการเมือง และความไม่สงบในสังคม เนื่องจากส่งผลให้ผู้คนตกงานมากขึ้นรวมทั้งมีรายได้ลดลง โดยทางสมาพันธ์ยังได้โจมตีไอเอ็มเอฟว่ามุ่งแต่สนับสนุนให้ประเทศต่างๆ มีสภาวะการคลังที่สมดุล โดยไม่ตระหนักถึงผลกระทบต่อแรงงาน
ทั้งนี้ หัวข้อประชุมหลักที่ที่ประชุมไอเอ็มเอฟและเวิลด์แบงก์เตรียมหารือในการประชุมครั้งนี้ คือ ประเด็นเรื่องวิกฤตหนี้ยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของกรีซและสเปน
ล่าสุด ลาการ์ดได้เรียกร้องให้ยุโรปให้เวลากรีซเพิ่มอีก 2 ปี เพื่อที่จะสามารถบรรลุเป้าลดตัวเลขขาดดุลและฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ได้
“บางทีสิ่งที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหา ก็คือการให้เวลา ที่ผ่านมาเราให้เวลาโปรตุเกสและสเปน ดังนั้น ตอนนี้เราก็จะให้เวลากรีซ”
อย่างไรก็ตาม ลาการ์ด ย้ำชัดว่า กรุงเอเธนส์จำเป็นต้องลดระดับหนี้ให้ได้เสียก่อนที่จะรับเงินช่วยเหลือก้อนใหม่
ทั้งนี้ รัฐบาลกรีซ คาดการณ์ว่า หนี้สาธารณะของประเทศจะพุ่งสูงถึง 179.3% ของจีดีพีในปีหน้า สร้างความกังวลให้กับนักวิเคราะห์ว่า ประเทศจะไม่สามารถบรรลุเป้าหนี้สาธารณะที่ไอเอ็มเอฟตั้งไว้ที่ 120% ได้ภายในปี 2020
ขณะที่อัตราว่างงานกรีซยังคงอยู่ในระดับสูง โดยล่าสุดทางการเผยว่า อัตราว่างงานได้พุ่งแตะระดับสูงสุดที่ 25.1% ในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา
ในส่วนของสเปนนั้น สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) ประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสเปนลง 2 ขั้น จากระดับ BBB+ เหลือ BBB ซึ่งถือเป็นระดับน่าลงทุนที่ต่ำที่สุด และสูง กว่าระดับขยะเพียงขั้นเดียว โดยอ้างว่า เศรษฐกิจสเปนอยู่ในภาวะถดถอยรุนแรง ประกอบกับปัญหาอัตราว่างงานที่สูง และความไม่สงบในสังคม กำลังจำกัดทางเลือก ในการแก้วิกฤตเศรษฐกิจของรัฐบาลแดนกระทิงดุ
นอกจากนี้ เอสแอนด์พียังปรับลดแนวโน้มเศรษฐกิจสเปนเป็นเชิงลบ ซึ่งหมายความว่า มีโอกาสสูงที่จะหั่นเครดิตสเปนในอนาคตอันใกล้ พร้อมกับคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจแดนกระทิงดุจะหดตัว 1.8% ในปีนี้ และ 1.4% ในปีหน้า







