posttoday
สเปนแง้มมีแผนขอเงินช่วยปีหน้า  หวัง 8.2 ล้าน ล.บาท ลดขาดดุล

สเปนแง้มมีแผนขอเงินช่วยปีหน้า หวัง 8.2 ล้าน ล.บาท ลดขาดดุล

01 ตุลาคม 2555

สเปนเผยมีแผนกู้เงิน 2.67 แสนล้านเหรียญสหรัฐปีหน้า ช่วยลดขาดดุลงบของรัฐ หลังคาดว่ายอดหนี้ปีหน้าอาจพุ่งแตะ 90.5%

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

สเปนเผยมีแผนกู้เงิน 2.67 แสนล้านเหรียญสหรัฐปีหน้า ช่วยลดขาดดุลงบของรัฐ หลังคาดว่ายอดหนี้ปีหน้าอาจพุ่งแตะ 90.5%

คริสโตโบล มอนโตโร รัฐมนตรีงบประมาณสเปน เปิดเผยว่า รัฐบาลสเปนมีแผนจะยื่นเรื่องขอกู้เงินก้อนใหญ่ มูลค่า 2.67 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 8.2 ล้านล้านบาท) ภายในปีหน้า ซึ่งเป็นจำนวนที่เท่ากับการคาดการณ์การออกพันธบัตรรัฐบาลสเปนในปี 2556 ท่ามกลางกระแสกดดันรัฐบาลนายกรัฐมนตรีมาเรียโน ราฮอย ให้ขอเงินช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป (อียู) แทนที่จะหวังพึ่งตลาดการเงินภายในประเทศ

คำกล่าวของ มอนโตโร ครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่มีการเปิดเผยระดับหนี้สาธารณะของสเปนว่าอาจพุ่งแตะ 85.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในปีนี้ และ 90.5% ของจีดีพีในปีหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ภาครัฐต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการให้ความช่วยเหลือภาคธนาคารของประเทศ ขณะที่การขาดดุลงบประมาณของประเทศจะอยู่ที่ 7.4%

อย่างไรก็ตาม มีแกน กรีนน์ ผู้อำนวยการด้านเศรษฐกิจยุโรปจากรูบีนี โกลบอล อีโคโนมิกส์ แอลแอลซี กล่าวว่า ตัวเลขการขาดดุลงบประมาณดังกล่าวดูจะเป็นปัจจัยบ่งชี้ว่าสเปนน่าจะขอเงินช่วยเหลืออย่างเป็นทางการในเร็ววันนี้

ทั้งนี้ ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลสเปนได้ออก 43 มาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศอย่างต่อเนื่อง โดย โอลี ไรน์ คณะกรรมการกิจการเศรษฐกิจและการเงิน ถึงกับออกปากชมว่าเป็นแผนที่ไปไกลเกินกว่าแผนปฏิรูปเศรษฐกิจของอียู

สเปนแง้มมีแผนขอเงินช่วยปีหน้า  หวัง 8.2 ล้าน ล.บาท ลดขาดดุล

แม้จะมีกระแสกดดันให้สเปนยื่นเรื่องขอเงินช่วยเหลือ เห็นได้จากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสเปนอายุ 10 ปี ที่พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 5.94% เมื่อวันที่ 28 ก.ย. แต่นายกรัฐมนตรีสเปนยังคงยืนยันว่าสเปนยังไม่จำเป็นต้องขอเงินช่วยเหลือจากภายนอก และต้องการเพียงแค่ความช่วยเหลือสำหรับภาคธนาคารเท่านั้น โดยล่าสุดทีมนักตรวจสอบบัญชีอิสระ นำโดย โอลิเวอร์ วายแมน รายงานว่า ภาคการเงินของสเปนต้องการเงินจำนวนทั้งสิ้น 5.93 หมื่นล้านยูโร (ราว 2.29 ล้านล้านบาท) เพื่อกระตุ้นภาคธนาคารทั้งหมด โดยเงินจำนวนหนึ่งซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 19 ล้านยูโร (ราว 760 ล้านบาท) จะมาจากการระดมทุนของธนาคารหลายแห่งในสเปนเอง

นอกจากสถานการณ์ในสเปนที่น่าจับตามองต่อไปแล้ว นักวิเคราะห์และนักลงทุนทั่วโลกต่างติดตามความเคลื่อนไหวขั้นต่อไปจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) อย่างใกล้ชิด โดยส่วนใหญ่คาดหวังว่าอีซีบีจะเผยรายละเอียดของโครงการซื้อพันธบัตรไม่จำกัด (โอเอ็มที) เมื่อเดือน ก.ย.ในเร็ววันนี้

ไมเคิล ชูเบิร์ต จากคอมเมิร์ซแบงก์ กล่าวว่า บรรดานักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกต่างต้องการความชัดเจนในเงื่อนไขของโครงการโอเอ็มที ซึ่งหลังจากที่อีซีบีประกาศใช้ ได้ช่วยสยบความตื่นกลัวและเรียกความเชื่อมั่นให้คืนสู่ภูมิภาคยุโรปได้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เพียงแต่ความไม่ชัดเจนของรายละเอียดข้อตกลงทำให้ตลาดเกิดกระแสวิตกอีกครั้ง ท่ามกลางความสงสัยในสถานการณ์หนี้ภาคการเงินสเปน

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งกลับเห็นว่า มาริโอ ดรากี ประธานอีซีบีน่าจะปิดปากเงียบต่อไปอีกสักระยะ ภายหลังการประชุมสมาชิกระดับรัฐมนตรีของอีซีบี ซึ่งจะมีขึ้นในสัปดาห์นี้ หลังจากแสดงท่าทีชัดเจนต่อสาธารณะไปหลายครั้งแล้วว่าโอเอ็มทีจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อรัฐบาลประเทศนั้นๆ ยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือจากอีซีบีก่อน และพร้อมทำตามเงื่อนไข ซึ่งรวมถึงแผนรัดเข็มขัด

มาร์โก วอลลี นักเศรษฐศาสตร์จากยูนิ เครดิตแบงก์ ระบุว่า อีซีบีน่าจะยังอยู่ในระหว่างการประเมินสถานการณ์ในตลาดต่อไปอีกสักระยะ หลังจากที่มีสัญญาณบวกบางประการเกิดขึ้น โดยรวมถึงอัตราเงินเฟ้อซึ่งอยู่ที่ 2.7%

ด้านสถานการณ์ตามท้องถนนในสเปนและโปรตุเกสอยู่ในสภาพร้อนแรงไม่แพ้กัน เมื่อประชาชนในกรุงมาดริดและกรุงลิสบอน เมืองหลวงของทั้งสองประเทศ หลายพันคนออกมาชุมนุมประท้วงบนถนนสายหลักตลอดทั้งวัน ในวันที่ 29 ก.ย. เพื่อแสดงความไม่พอใจและต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาลที่มีส่วนทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก

แม้การประท้วงจะดำเนินไปอย่างสงบเรียบร้อย แต่สถานการณ์ในสเปนกลับเปลี่ยนเป็นความรุนแรง เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งพยายามสลายการชุมนุมก่อนเวลาเที่ยงคืน จนทำให้เกิดการต่อสู้กันระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนเป็นครั้งที่ 3 ในรอบไม่ถึงสัปดาห์ โดยในครั้งนี้สื่อท้องถิ่นรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บ 2 คน และตำรวจจับกุมตัวไว้อีก 12 คน

ส่วนในโปรตุเกส นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าประชาชนทั่วประเทศมีแนวโน้มจะรวมตัวประท้วงเรื่อยๆ เพื่อแสดงความไม่พอใจรัฐบาล โดยเฉพาะต่อแผนงบประมาณปี 2556 ที่ต้องตัดลดการใช้จ่ายเพิ่มเติม รวมถึงการขึ้นภาษี เพื่อให้ตรงตามเงื่อนไขของทรอยกาสำหรับการขอเงินช่วยเหลือ ซึ่งรัฐบาลโปรตุเกสจะประกาศรายละเอียดในช่วงกลางเดือน ต.ค.นี้

สำหรับความเคลื่อนไหวอื่นๆ ในภูมิภาคยุโรป แผนรัดเข็มขัดของรัฐบาลกรีซได้ดำเนินการมาถึงขั้นตอนสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว โดยตัวแทนอาวุโสจากทรอยกาเยือนกรุงเอเธนส์อีกรอบในวันที่ 30 ก.ย. หลังจากให้เวลารัฐบาลผสมของนายกรัฐมนตรีอันโตนิส ซามาราส อีกหนึ่งสัปดาห์ เพื่อสรุปมาตรการรัดเข็มขัดให้ตรงตามเงื่อนไขการอนุมัติเงินช่วยเหลือจากอียูและไอเอ็มเอฟ มูลค่า 3.15 หมื่นล้านยูโร (ราว 1.25 ล้านล้านบาท)

ทั้งนี้ แหล่งข่าววงในรัฐบาลกรีซ เปิดเผยว่า รัฐบาลและฝ่ายค้านสามารถบรรลุมาตรการรัดเข็มขัดเพิ่มเติม มูลค่า 1.35 หมื่นล้านยูโร (ราว 5.35 แสนล้านบาท) แล้ว โดยทั้งสองฝ่ายเห็นร่วมกันให้ตัดลดเงินบำนาญ สวัสดิการ และเงินเดือนของข้าราชการระดับสูง เช่น ผู้พิพากษา ศาสตราจารย์ และตำรวจ ขณะเดียวกันก็ปรับลดลูกจ้างรัฐด้วยโครงการเกษียณก่อนกำหนดและการปฏิรูปองค์การ

ขณะที่สถานการณ์เศรษฐกิจในฝรั่งเศส นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งเห็นตรงกันว่า รัฐบาลประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ อาจจำเป็นต้องยื่นเรื่องขอกู้เงินมูลค่า 1.7 แสนล้านยูโร (ราว 6.73 ล้านล้านบาท) ในปี 2013 อันเป็นผลมาจากการถือครองพันธบัตรรัฐบาลของประเทศที่มีปัญหา ทั้งกรีซ โปรตุเกส สเปน และอิตาลี ในปริมาณมาก จนทำให้หนี้ของฝรั่งเศสอยู่ในสภาพน่าวิตก

ส่วนพันธบัตรของรัฐบาลฝรั่งเศสยังไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากความไม่แน่นอนของวิกฤตยูโร ทำให้นักลงทุนหันมาถือครองพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสมากขึ้น โดยเห็นตรงกันว่าเป็นสินทรัพย์ที่ค่อนข้างมีความปลอดภัย ทว่านักวิเคราะห์ต่างเตือนว่า ปัจจัยดังกล่าวไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลแดนน้ำหอมจะนิ่งนอนใจได้ และควรเดินหน้าหามาตรการเพื่อตัดลดการขาดดุลงบประมาณประเทศต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่