posttoday
เอเชียต้องเปลี่ยนตัวเองหนทางต่อสู้วิกฤตศก.โลก

เอเชียต้องเปลี่ยนตัวเองหนทางต่อสู้วิกฤตศก.โลก

17 กันยายน 2555

ผู้เชี่ยวชาญแนะเอเชียต้องเร่งเปลี่ยนแปลงความคิด เปลี่ยนรูปแบบเศรษฐกิจเพื่อรักษาระดับการเติบโตในช่วงเศรษฐกิจโลกตกต่ำ

ผู้เชี่ยวชาญแนะเอเชียต้องเร่งเปลี่ยนแปลงความคิด เปลี่ยนรูปแบบเศรษฐกิจเพื่อรักษาระดับการเติบโตในช่วงเศรษฐกิจโลกตกต่ำ

เอเอฟพีรายงานกึ่งวิเคราะห์อ้างผู้เชี่ยวชาญหลายรายแนะว่า ภูมิภาคเอเชียจำเป็นต้องต่อสู้กับปัญหาความพึงพอใจในตัวเอง และเร่งเปลี่ยนรูปแบบโมเดลทางเศรษฐกิจและสังคมเสียใหม่ ถ้าหากเอเชียต้องการที่จะรักษาระดับการเติบโตต่อไปให้ได้ในช่วงที่ผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจในยุโรปและสหรัฐรุนแรงขึ้น

รายงานระบุว่า ภูมิภาคเอเชีย ซึ่งมีประชากรรวมกันแล้วมากกว่าครึ่งของโลก ทว่าในขณะที่การปรับสมดุลของเศรษฐกิจโลกใหม่ที่จะย้ายจากตะวันตกมายังเอเชียนั้น กำลังทำให้เอเชียต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

ในเวทีเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ฤดูร้อน ที่เมืองเทียนจินของจีน บรรดานักวิเคราะห์มองว่า เอเชียกำลังมีความรู้สึกพึงพอใจกับเศรษฐกิจในปัจจุบันมากเกินไป โดยคำถามสำคัญอยู่ที่ว่าเอเชียได้ประกาศชัยชนะว่าเป็นมหาอำนาจแห่งศตวรรษที่ 21 อย่างรวดเร็วเกินไปด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น เอเชียกำลังเผชิญหน้ากับปัจจัยเสี่ยงจากภายนอกอย่างหนัก โดยเฉพาะผลกระทบจากวิกฤตหนี้ในยุโรปและความอ่อนแอทางเศรษฐกิจในสหรัฐที่กำลังทำให้สหรัฐต้องเจอกับปัญหาการว่างงานเรื้อรัง

ผู้เชี่ยวชาญชี้ด้วยว่า เอเชียมีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วในหลายทศวรรษที่ผ่านมา โดยใช้ความได้เปรียบจากโมเดลทางเศรษฐกิจที่เน้นแรงงานราคาถูกและอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินที่เกื้อหนุนต่อการส่งออกไปยังประเทศพัฒนาแล้ว ทว่าโมเดลเศรษฐกิจดังกล่าวกำลังถูกทำลายลงด้วยวิกฤตการเงินที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างปี 2008-2009 ซึ่งวิกฤตดังกล่าวได้ทำให้ผู้บริโภคสหรัฐอ่อนแอ ซึ่งสหรัฐถือว่าเป็นตลาดส่งออกหลักของเอเชีย

ซูหมิน เจ้าหน้าที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวว่า เอเชียมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ราว 5.9% เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งแซงหน้าสหรัฐและยุโรปไปได้ และยังสูงกว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยของเศรษฐกิจโลกที่ 3% แต่การเติบโตดังกล่าวของเอเชียก็ถือว่าอยู่ในระดับที่อ่อนแอลงมากจากเมื่อปี 2010 ซึ่งอยู่ที่ 8.5%

ซูหมิน กล่าวว่า เอเชียจะต้องสวมบทบาทเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของเศรษฐกิจโลก โดยที่เอเชียจะต้องเร่งสร้างความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจภายในให้ขึ้นมามีบทบาทมากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีน

นอกจากนั้น เอเชียยังไม่สามารถพึ่งพิงแต่ภาคการผลิตเป็นหลักได้อีกต่อไป โดยจะต้องเร่งพัฒนาคุณภาพการผลิตและเร่งเพิ่มศักยภาพในการผลิตให้มากขึ้นกว่าเดิม โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่เอเชียจะสามารถเดินหน้าเป็นผู้ส่งออกหลักในโลกได้อย่างไร ทั้งๆ ที่การเติบโตของเศรษฐกิจโลกนั้นเชื่องช้าลงเช่นกัน

ขณะที่ทางด้าน กอร์ดอน บราวน์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวในที่ประชุมว่า เอเชียจำเป็นจะต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นที่สังคม โดยเฉพาะการพัฒนาระบบการศึกษา ระบบสวัสดิการมากขึ้น และจะต้องระมัดระวังอย่างยิ่งต่อการละเลยการพัฒนาประชาธิปไตยด้วย

ที่สำคัญนั้น ผู้เชี่ยวชาญยังมองว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดต่ออนาคตของเอเชียก็คือ จีน ที่บรรดาผู้นำจีนกำลังเร่งเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจสู่การกระตุ้นความต้องการภายในประเทศให้มากขึ้นกว่าที่เป็นมา

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก