
เสนอตั้ง‘สหพันธรัฐอียู
’‘บาร์โรโซ’แนะยกเครื่องใหม่ ลดอธิปไตยแก้วิกฤตหนี้ยุโรป
’‘บาร์โรโซ’แนะยกเครื่องใหม่ ลดอธิปไตยแก้วิกฤตหนี้ยุโรป
กรรมาธิการยุโรปเสนอรวมกลุ่มเป็นสหพันธรัฐ ปูทางแก้ปัญหาหนี้ยุโรปเต็มรูปแบบ
เมื่อวันที่ 12 ก.ย. โจเซ เอ็มมานูเอล บาร์โรโซ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ได้เรียกร้องให้สหภาพยุโรป 27 ประเทศ (อียู) ปรับเปลี่ยนรูปแบบการรวมตัวไปสู่การเป็น “สหพันธรัฐ” ด้วยการยอมสละอำนาจอธิปไตยให้แก่ส่วนรวมมากขึ้น เพื่อให้สามารถบูรณาการกันได้อย่างสมบูรณ์ และสามารถแก้วิกฤตการณ์หนี้สาธารณะที่ยืดเยื้อมานานหลายปี
บาร์โรโซ แถลงต่อรัฐสภายุโรปว่า ข้อเรียกร้องดังกล่าวไม่ใช่การร้องขอให้จัดตั้งอภิรัฐ แต่เป็นความจำเป็นเพื่อให้สามารถแก้ปัญหาพื้นฐานของยุโรปได้ ซึ่งอาจต้องมีสนธิสัญญายุโรปฉบับใหม่มารองรับ
“อย่าเพิ่งกลัวกับคำว่าสหพันธรัฐ เราจำเป็นต้องก้าวไปข้างหน้าสู่สิ่งนั้น ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายทางการเมืองของเรา และจะช่วยชี้นำการดำเนินงานของเราในอนาคตข้างหน้า” บาร์โรโซ กล่าว
ข้อเสนอดังกล่าวนั้นมีขึ้นตามมาหลังจากที่ บาร์โรโซ ได้เสนอแผนจัดตั้งสหภาพธนาคารยุโรป หรือการให้ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ทำหน้าที่สอดส่องดูแลธนาคาร 6,000 แห่งในกลุ่มยูโรโซน ภายในปี 2557 ซึ่งแต่ละประเทศอียูจำเป็นต้องสละอำนาจอธิปไตยให้กับส่วนกลางมากขึ้นกว่าเดิม
แผนการจัดตั้งสหภาพธนาคารยุโรป ซึ่งมีขึ้นเพื่อตัดความเชื่อมโยงระหว่างรัฐบาลกับภาคการธนาคาร ในประเทศที่ประสบปัญหาทางการเงินนั้น จะมี 3 ขั้นตอนหลักๆ ได้แก่ การให้อีซีบีสอดส่องดูแลธนาคารพาณิชย์ทั้งหมดในกลุ่มยูโรโซน หรือธนาคารอื่นๆ ในยุโรปที่ได้รับอนุญาต การจัดตั้งกองทุนเพื่อแก้ปัญหาธนาคารที่ประสบปัญหาทางการเงิน และการปกป้องเงินฝากของประชาชนในกลุ่มยูโรโซน
อย่างไรก็ตาม เริ่มมีบางประเทศที่คัดค้านแผนสหภาพธนาคารแล้ว โดย อังเกลา แมร์เกิล นายกรัฐมนตรีของเยอรมนี ระบุว่า อีซีบีไม่สามารถตรวจสอบธนาคารทั้งหมดในยุโรปได้ และการตรวจสอบภาคธนาคารก็ควรคำนึงถึงคุณภาพมาก กว่าปริมาณด้วยเช่นกัน
สำหรับความเคลื่อนไหวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิกฤตการณ์หนี้ยุโรปนั้น นายกรัฐมนตรี มาเรียโน ราฮอย ของสเปน กล่าวว่า กำลังพิจารณาว่าอาจขอความช่วยเหลือจากโครงการซื้อพันธบัตรในตลาดรองของอีซีบี ทว่าหากการกู้ยืมในตลาดพันธบัตรมีสถานการณ์ดีขึ้น ก็อาจไม่จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือ
ทางด้านตลาดพันธบัตรอิตาลีนั้น ล่าสุดดอกเบี้ยได้ปรับลดลงมาแล้วในการประมูลพันธบัตรงวดล่าสุด 1.2 หมื่นล้านยูโร (ราว 4.75 แสนล้านบาท) โดยดอกเบี้ยพันธบัตรระยะ 3 เดือน ลดลงมาอยู่ที่ 0.7% จาก 0.86% จากเมื่อ 3 เดือนก่อน ขณะที่ดอกเบี้ยพันธบัตรระยะ 12 เดือน ก็ลดลงมาอยู่ที่ 1.69% จาก 2.76%







