posttoday
ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง (14)

ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง (14)

09 กันยายน 2555

สัปดาห์นี้มีเรื่องฮือฮาจากโซเชียลมีเดียเรื่องการยกเว้นวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทย จนเป็นประเด็นที่ผมต้องขอหยิบยกมาชี้แจงให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบโดยทั่วกัน เป็นการช่วยสถานกงสุลและการท่องเที่ยวญี่ปุ่นประชาสัมพันธ์อีกทางหนึ่ง เพราะลำพังตัวผมและที่บริษัทนี่รับสายกันตลอด เรื่องมีอยู่ว่า สื่อสำนักหนึ่งได้เสนอข่าวสารผ่านช่องทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ มีใจความว่า “...ขณะนี้ทางการญี่ปุ่นมีแผนที่จะยกเว้นวีซ่าแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวไทยที่เข้ามาท่องเที่ยวในญี่ปุ่นไม่เกิน 30 วัน เนื่องจากไทยได้ยกเว้นวีซ่าแก่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเช่นกัน...” แล้วก็มีสื่ออิเล็กทรอนิกส์และเว็บไซต์อีกหลายต่อหลายเจ้าได้นำข่าวสารนี้ไปนำเสนอต่อโดยมิได้พิจารณา จึงทำให้เกิดกระแสจนทำให้ลูกค้า เพื่อนฝูง และผู้สงสัยหลายท่านโทรศัพท์มาสอบถาม ลำพังตอบคำถามเพื่อนฝูงและลูกค้าน่ะไม่เท่าไหร่เพราะอธิบายกันแล้วก็จบ แต่บางท่านที่โทรมาถามและผมตอบไปว่าไม่มีเรื่องเช่นนี้ กลับแสดงอาการประหนึ่งว่า เรานั้นช่างมิรู้อะไรบ้างเลย ตอนนี้ใครๆ เขาก็ทราบกันแล้ว เราเป็นบริษัททัวร์ที่ชำนาญเรื่องญี่ปุ่นแท้ๆ กลับไม่ทราบเรื่อง จึงเป็นที่มาของต้นฉบับสัปดาห

สัปดาห์นี้มีเรื่องฮือฮาจากโซเชียลมีเดียเรื่องการยกเว้นวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทย จนเป็นประเด็นที่ผมต้องขอหยิบยกมาชี้แจงให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบโดยทั่วกัน เป็นการช่วยสถานกงสุลและการท่องเที่ยวญี่ปุ่นประชาสัมพันธ์อีกทางหนึ่ง เพราะลำพังตัวผมและที่บริษัทนี่รับสายกันตลอด เรื่องมีอยู่ว่า สื่อสำนักหนึ่งได้เสนอข่าวสารผ่านช่องทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ มีใจความว่า “...ขณะนี้ทางการญี่ปุ่นมีแผนที่จะยกเว้นวีซ่าแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวไทยที่เข้ามาท่องเที่ยวในญี่ปุ่นไม่เกิน 30 วัน เนื่องจากไทยได้ยกเว้นวีซ่าแก่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเช่นกัน...” แล้วก็มีสื่ออิเล็กทรอนิกส์และเว็บไซต์อีกหลายต่อหลายเจ้าได้นำข่าวสารนี้ไปนำเสนอต่อโดยมิได้พิจารณา จึงทำให้เกิดกระแสจนทำให้ลูกค้า เพื่อนฝูง และผู้สงสัยหลายท่านโทรศัพท์มาสอบถาม ลำพังตอบคำถามเพื่อนฝูงและลูกค้าน่ะไม่เท่าไหร่เพราะอธิบายกันแล้วก็จบ แต่บางท่านที่โทรมาถามและผมตอบไปว่าไม่มีเรื่องเช่นนี้ กลับแสดงอาการประหนึ่งว่า เรานั้นช่างมิรู้อะไรบ้างเลย ตอนนี้ใครๆ เขาก็ทราบกันแล้ว เราเป็นบริษัททัวร์ที่ชำนาญเรื่องญี่ปุ่นแท้ๆ กลับไม่ทราบเรื่อง จึงเป็นที่มาของต้นฉบับสัปดาห์นี้ เพื่อสร้างความกระจ่างในข้อมูลข่าวสารที่แท้จริงครับ

เรื่องฮือฮานี้มีจุดเริ่มต้นจากการเดินทางมาแนะนำจังหวัดจิบะ (Chiba Prefecture) โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดจิบะคนปัจจุบัน คุณโมริตะ เคนซากุ ที่เคยดังมากๆ ในฐานะนักแสดงนำในภาพยนตร์จอแก้วเรื่องเคนโด้ ที่โด่งดังทั่วเมืองไทยเมื่อ 40 ปีที่แล้ว เด็กรุ่นนี้อาจจะไม่รู้จัก แต่คนรุ่นอายุ 40 ปีขึ้นไป ใครไม่รู้จักแสดงว่าที่บ้านไม่มีทีวีดู หรือเป็นคนไม่ชอบดูทีวี เพราะยุคนั้นรายการทีวีดีๆ มีคุณภาพอย่างปัจจุบันนี้แทบหาไม่ได้ ภาพยนตร์จอแก้วส่วนมากก็นำเข้าแทบทั้งสิ้น ถ้าไม่ใช่หนังฝรั่งก็ต้องหนังญี่ปุ่น ยุคนั้นหนังจีนฮ่องกงยังไม่เป็นที่นิยม ในบรรดาหนังเหล่านี้ เคนโด้ที่คุณโมริตะ เคนซากุ แสดงนำนั้น จัดอยู่แถวหน้ากันเลยทีเดียว ถึงขนาดที่ว่านิตยสารดาราในยุคนั้นถ้าเอารูปคุณโมริตะขึ้นปกเป็นขายดิบขายดี หมดแผงกันแค่ไม่กี่วัน เด็กๆ และวัยรุ่นยุคนั้นจะฮัมเพลง Saraba Namida To Iou (กล่าวบอกลาทั้งน้ำตา) ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เคนโด้กันได้ทุกคน ตอนที่คุณโมริตะมาเมืองไทยเมื่อกลางเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีแฟนๆ รุ่นเก๋าส์เอานิตยสารเก่าบ้าง แผ่นเสียงเก่าบ้าง มาให้คุณโมริตะเซ็นชื่อให้ ทางทีมงานของคุณโมริตะก็อำนวยความสะดวกให้เป็นอย่างดียิ่ง ผมเองยังรับฝากจากแฟนๆ (รุ่นเดอะ) ไปให้ท่านผู้ว่าฯ เซ็นไป 3 เล่มเลยครับ

ท่านผู้ว่าโมริตะมาเดินสายโปรโมตทั้งในงานเที่ยวทั่วไทย...ไปทั่วโลก ที่ศูนย์ประชุมฯ และงานแนะนำจังหวัดจิบะที่ศูนย์การค้า Gateway เอกมัย หลังจากนั้นก็มีงานเลี้ยงรับรองท่านผู้ว่าโมริตะที่บ้านท่านทูตญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ซึ่งพอดีผมได้รับเชิญไปงานนั้นด้วย มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ขึ้นมากล่าวต้อนรับท่านผู้ว่าโมริตะ และตอนหนึ่งของคำกล่าวต้อนรับนั้นตรงกันกับข่าวสารที่แพร่กระจายในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ตอนนี้ แต่นั่นคือแค่ตอนหนึ่งของคำกล่าวครับ ไม่ใช่ทั้งหมด ซึ่งที่ผมได้ยินมานั้นมันเกือบจะเหมือนกัน เพียงแต่ข้อความที่ท่านเจ้าหน้าที่จาก ททท. ได้กล่าวไว้นั้น เป็นคำกล่าวในเชิงว่าอยากให้ทางญี่ปุ่นพิจารณายกเลิกการขอวีซ่าสำหรับคนไทย เพราะไทยก็ยกเว้นวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นมานานแล้ว และถ้าคนไทยได้รับการยกเว้นวีซ่าก็จะทำให้การท่องเที่ยวญี่ปุ่นนั้นเติบโตขึ้น ที่ท่านกล่าวเช่นนี้นั้นก็สืบเนื่องจากสนามบินนาริตะ ที่ถือว่าเป็นประตูหลักของการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นนั้นอยู่ในจังหวัดจิบะ ก็เลยฝากท่านผู้ว่าโมริตะให้ช่วยพิจารณาและสื่อความต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นี่แหละครับคือที่มาของข่าวสาร ซึ่งในวันนั้นอาจจะมีการสัมภาษณ์ท่านผู้ว่าโมริตะเพิ่มเติมอย่างไร อันนี้ผมไม่ทราบจริงๆ แต่ผมมั่นใจว่าเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดจะตัดสินใจได้ในทันทีขณะที่ถูกถาม แต่เพื่อความไม่ประมาท ผมสืบค้นไปยังต้นตอของข่าวสาร ปรากฏว่าข่าวสารชิ้นนี้ได้นำลงไปตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค. ซึ่งก็คือวันรุ่งขึ้นหลังจากวันงานเลี้ยงรับรองนั่นเอง จึงพอจะอนุมานได้ว่าข่าวสารชิ้นนี้เป็นข้อมูลเดียวกันกับที่ผมได้ยินมา อย่างไรก็ดี เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ผมต่อสายถึงเจ้าหน้าที่ขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่นเพื่อขอความกระจ่าง ก็ได้รับการยืนยันว่ายังไม่มีเรื่องเช่นนี้ แต่เพื่อความถูกต้องต้องถามไปที่ต้นสังกัดของเรื่องวีซ่า ก็คือสถานกงสุลฯ ก็ได้รับคำตอบเหมือนกันว่ายังไม่มีเรื่องนี้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการครับ

บทสรุปของเรื่องนี้คือ ความเข้าใจผิดในประโยคขอร้องเป็นประโยคบอกเล่าครับ ใครที่แอบดีใจเพราะจะได้ไม่ต้องยื่นวีซ่าก็คงต้องผิดหวัง อันที่จริงผมในฐานะผู้ประกอบการท่องเที่ยวญี่ปุ่นก็แอบหวังอยู่ลึกๆ ที่อยากให้ข่าวนี้เป็นความจริง เพราะมันทำให้ผมทำงานง่ายขึ้นเยอะ และแน่นอนต้องมีลูกค้าเยอะขึ้น แต่ก็ไม่เป็นไรครับ แค่ได้วีซ่าแบบเข้าออกได้หลายครั้งก็เป็นพัฒนาการที่ดีแล้ว และผมเชื่อว่าถ้าเรารักษาระดับการเติบโตของรายได้รวมของประเทศไว้ในระดับนี้ อีกไม่กี่ปีข้างหน้าเราคงจะได้รับการยกเว้นวีซ่าเข้าญี่ปุ่นจริงๆ ครับ

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69