
เกษตรกรรมลอยฟ้า...ความเพรียรของชาวเปรู
โดย...ณัฏฐ์ฐิติ อำไพวรรณ
โดย...ณัฏฐ์ฐิติ อำไพวรรณ
หลายคนเคยถามว่า ... ประเทศเปรูมันมีอะไรดี (ทำไมถึงต้องไป)
คำตอบของคำถามนั้น ยากเกินที่จะอธิบายให้ฟังเพียงสั้นๆ เพราะนอกจากความสวยงามแปลกตาของสภาพภูมิประเทศ สิ่งก่อสร้างที่ดูลึกลับอลังการ การแต่งกาย และวัฒนธรรมของชาวอินคาที่ยังคงรักษารากเหง้าของตนเองเอาไว้ได้ แม้จะตกเป็นอาณานิคมมากว่าครึ่งพันปี – ประเทศเปรูยังมีเรื่องราวที่น่าทึ่ง ที่ทำให้ผู้มาเยือนอย่างเราๆ ต้องแปลกประหลาดใจเกือบทุกวันที่เดินทางอยู่ในดินแดนอันน่าหลงใหลนั้น
“มอเรย์มาราส” (MorayMaras) ... สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองเล็กๆ ที่โด่งดังน้อยกว่าสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่าง “มาชูปิชู” เป็นร้อยเป็นพันเท่า ... แต่ก็ทำให้ “ทึ่ง” ทั้งภาพที่เห็นและประวัติความเป็นมา
ยิ่งกว่านาขั้นบันได... “มอเรย์” (Moray) เป็นเสมือนพื้นที่ทดลองการเพาะปลูกสมัยอินคา พื้นที่วงกลมที่ดีไซน์ออกมาคล้ายอัฒจันทร์ชมกีฬาขนาดยักษ์ ถูกคิดค้นมาเพื่อใช้ในการรับปริมาณแสงแดดที่เข้มข้นต่างกัน ความสูงแตกต่างกัน อุณหภูมิของพื้นดินแตกต่างกัน ตลอดจนปริมาณในการรับน้ำฝนที่แตกต่างกัน เพียงเพื่อทดลองการเพาะปลูก แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนล่างสุดรับแดดได้มากที่สุดใช้ทดลองปลูกพืชเมืองร้อนพวกข้าวและผลไม้ ส่วนที่สองไว้ปลูกพวกซีเรียล คีนัว และส่วนสุดท้ายอยู่ด้านบนสุด อากาศเย็นสุดเอาไว้ปลูกมัน
ห่างออกไปประมาณ 9 กิโลเมตร คือ “มาราส” (Maras) ... นาเกลือขั้นบันไดที่มีอาณาเขตทั่วทั้งหุบเขา ว่ากันว่านี่อาจเป็นนาเกลือภูเขาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และน่าทึ่งตรงที่นาเกลือเหล่านี้ยังคงอยู่จนถึงยุคสมัยปัจจุบัน โดยไม่ได้มีทะเลอยู่ใกล้เลย น้ำเค็มที่ไหลออกจากหุบเขาเค็มเองจากพื้นดินซึมผ่านภูเขาไหลมาผ่านโตรกที่ทำเป็นแอ่งเอาไว้ กระจายไปทั่วภูเขาหลายพันบ่อ เป็นแหล่งเกลือที่สำคัญของประเทศเปรูมาตั้งแต่พันกว่าปีก่อนจนถึงยุคปัจจุบัน
พื้นที่ห่างไกลไร้ที่ราบ “มอเรย์มาราส” (MorayMaras) ณ ความสูงกว่า 4,000 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล... มันคือเกษตรกรรมลอยฟ้าที่มาจากความเฉลียวฉลาดบวกกับความเพียรในแบบของชาวอินคา
น่าทึ่ง ทั้งภาพที่ตาเห็น ... ทั้งเรื่องราวเบื้องหลังที่ได้รับรู้







