posttoday
อีก38ปีเอเชียเศรษฐีพุ่ง

อีก38ปีเอเชียเศรษฐีพุ่ง

18 สิงหาคม 2555

ผลวิจัยชี้ปี 2593 ชาติเอเชียผงาดเศรษฐีล้นเมือง ขึ้นแท่นเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจโลก

ผลวิจัยชี้ปี 2593 ชาติเอเชียผงาดเศรษฐีล้นเมือง ขึ้นแท่นเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจโลก

เว็บไซต์ซีเอ็นเอ็นเปิดเผยผลสำรวจความมั่งคั่งประจำปี 2555 ซึ่งจัดทำโดยบริษัท ไนท์แฟรงค์ ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของโลกและซิตี้ ไพรเวท แบงค์ ในเครือซิตี้กรุ๊ป คาดการณ์ว่า ในปี 2593 หรืออีก 38 ปีข้างหน้านี้ เอเชียจะขึ้นแท่นเป็นภูมิภาคที่มีเศรษฐีมากที่สุดในโลก เห็นได้จากมูลค่าความมั่งคั่ง หรืออัตรารายได้ของประชากรต่อหัวที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ประเทศที่ครองแชมป์เป็นชาติที่ประชากรมีรายได้ต่อหัวมากที่สุดในโลกคือ สิงคโปร์ โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2593 ชาวสิงคโปร์จะมีรายได้ต่อหัวพุ่งขึ้นอยู่ที่ 1.37 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 4.4 ล้านบาท) ต่อคน จากอัตรารายได้ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นอัตราที่สูงที่สุดในโลกอยู่แล้วที่ 5.65 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 1.8 ล้านบาท)

ขณะที่ฮ่องกงจะแซงหน้าขึ้นมาเป็นอันดับ 2 เบียดชาติตะวันตกอย่างนอร์เวย์ ด้วยอัตรารายได้ประชากรต่อหัวที่พุ่งขึ้นถึง 1.16 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 3.59 ล้านบาท) ตามด้วยไต้หวัน ซึ่งอัตรารายได้ต่อหัวจะพุ่งสูงขึ้นถึง 1.14 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 3.53 ล้านบาท) เบียดเจ้าของอันดับเดิม ซึ่งเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันอย่างสหรัฐให้ร่วงลงไปอยู่อันดับที่ 5 ที่จะมีอัตรารายได้ประชากรอยู่ที่ 1 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 3.1 ล้านบาท) ต่อคน

“แนวโน้มศูนย์กลางแห่งอำนาจทางเศรษฐกิจจะเปลี่ยนมาอยู่ที่เอเชียระหว่างอินเดียและจีน หลังจากที่เมื่อปี 2523 ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจอยู่ที่สหรัฐ” แดนนี กัว ผู้เชี่ยวชาญประจำวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์แห่งลอนดอน กล่าว

แนวโน้มเศรษฐีในเอเชียที่เพิ่มมากขึ้น ยังเป็นผลมาจากการไหลเข้ามาของมหาเศรษฐีทั่วโลก ในภูมิภาคเอเชียเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย เห็นได้จาก เอ็ดดูอาร์โด เซเวอริน หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งเฟซบุ๊กสื่อสังคมออนไลน์ชื่อดังของสหรัฐ ซึ่งยอมสละสัญชาติอเมริกันเพื่อเข้ามาตั้งรกรากในสิงคโปร์ด้วยเหตุผลทางภาษี

เช่นเดียวกับ จิม โรเจอร์ส ผู้ก่อตั้งกองทุนควอนตัมฟันด์ ร่วมกับ จอร์จ โซรอส มหาเศรษฐีพันล้านเจ้าของฉายาพ่อมดการเงิน ที่ตัดสินใจทิ้งบ้านเกิดในมหานครนิวยอร์กของสหรัฐ และย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ฮ่องกงตั้งแต่เมื่อปี 2550

“เราสามารถร่ำรวยได้ง่ายยิ่งขึ้น หากอาศัยอยู่ในเอเชียมากกว่าในสหรัฐ เพราะอย่างที่เห็นกันอยู่ว่า ในขณะนี้สหรัฐกลายเป็นประเทศที่มีหนี้สินมากที่สุดในประวัติศาสตร์โลกแล้ว” โรเจอร์ กล่าวพร้อมระบุว่า เจ้าตัวและครอบครัวได้เตรียมก้าวเข้าสู่ความเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ด้วยการฝึกพูดภาษาจีนกลางไว้พร้อมแล้วอีกด้วย

รายงานระบุอีกว่า ในอีก 40 ปีข้างหน้านี้ มหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกเดิมอย่าง สเปน ฝรั่งเศส สวีเดน เบลเยียม สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย เนเธอร์แลนด์ อิตาลี หรือแม้แต่เยอรมนี จะมีแนวโน้มทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างหนัก และจะถูกเศรษฐกิจเกิดใหม่ในภูมิภาคเอเชียอย่าง ไนจีเรีย อินเดีย อิรัก บังกลาเทศ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มองโกเลีย อินโดนีเซีย ศรีลังกา และอียิปต์ ซึ่งจะเข้ามาแทนที่เป็น 1 ใน 10 อันดับประเทศที่เศรษฐกิจโตเร็วที่สุดในโลกอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน