
ธรณีพิโรธ2ครั้งซ้อนเขย่าอิหร่าน ตาย-เจ็บระนาวพุ่งเฉียด3,000
เหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้งซ้อนทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิหร่าน คร่าชีวิตผู้คนเกือบ 300 คน บาดเจ็บอีกราว 2,600 คน
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
เหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้งซ้อนทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิหร่าน คร่าชีวิตผู้คนเกือบ 300 คน บาดเจ็บอีกราว 2,600 คน ท่ามกลางการให้ความช่วยเหลือที่เป็นไปอย่างยากลำบาก
รอยเตอร์สรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึกของวันเสาร์ที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงขึ้นถึง 2 ครั้งในระยะเวลาไล่เลี่ยกันที่บริเวณภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศอิหร่านใกล้กับเมืองทาบริซ เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตมากเกือบ 300 คน และบาดเจ็บอีกราว 2,600 คน นอกจากนี้อาคารบ้านเรือนในบริเวณหมู่บ้านและเมืองที่อยู่ใกล้เคียงกับเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ต่างก็ได้รับความเสียหายและพังถล่มลงมาเป็นจำนวนมาก
รายงานได้อ้างข้อมูลจากสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐ (ยูเอสจีเอส) ซึ่งได้รายงานว่าแผ่นดินไหวครั้งแรกที่เกิดขึ้นนั้นมีขนาดความรุนแรงอยู่ที่ 6.4 ริกเตอร์ และมีศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเมืองทาบริซไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 60 กิโลเมตร ด้วยความลึกจากพื้นดินที่ 9.9 กิโลเมตร ขณะที่เหตุแผ่นดินไหวครั้งที่ 2 ซึ่งเกิดขึ้นตามหลังจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งแรกราว 11 นาที มีความรุนแรงประมาณ 6.3 ริกเตอร์ ส่วนศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหวอยู่ใกล้เข้ามาจากครั้งแรกอยู่ที่ 49 กิโลเมตร ด้วยความลึกประมาณ 9.9 กิโลเมตร
นอกจากนี้ ยูเอสจีเอส ยังระบุเพิ่มเติมอีกว่า ภายหลังจากเกิดแผ่นดินไหว 2 ครั้งแล้ว ก็ยังมีเหตุอาฟเตอร์ช็อกเกิดขึ้นตามมาอีกหลายครั้ง สร้างความหวาดผวาให้กับผู้คนที่รอดชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวราว 1.6 หมื่นคน ต้องออกมาอาศัยอยู่ตามท้องถนน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมเต็นท์และจัดทำที่พักพิงชั่วคราวให้กับผู้ที่ต้องการอพยพออกจากที่อยู่อาศัยไว้รองรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ ภายหลังเกิดเหตุดังกล่าวเจ้าหน้าที่ทางการอิหร่านจากหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยกู้ภัยหรือทีมแพทย์ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ต่างเร่งรุดหน้าเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากที่ยังติดอยู่ใต้ซากอาคารที่พังถล่มลงมา หลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าวเป็นจำนวนมาก
อีกทั้งยังมีรายงานจากสำนักข่าวเมียร์ สื่อท้องถิ่นของอิหร่านอีกด้วยว่าโรงพยาบาลแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ เมืองวาซาร์กัน ไม่สามารถรองรับและให้บริการผู้ได้รับบาดเจ็บที่เข้ามารอรับการรักษามากกว่า 500 คนได้ทัน เนื่องจากโรงพยาบาลในเมืองดังกล่าวมีแพทย์ประจำการอยู่เพียงแค่ 2 คนเท่านั้น และอุปกรณ์ทางการแพทย์รวมถึงอาหารก็อยู่ในสภาพขาดแคลน
ด้าน มอสตาฟา โมฮัมเหม็ด นัจจาร รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมายังสถานที่เกิดเหตุทันที พร้อมทั้งสั่งเรียกประชุมหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อประชุมหารือถึงการช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น
ขณะที่เว็บไซต์สื่อท้องถิ่นของอิหร่านแห่งหนึ่งได้ทำการแพร่ภาพของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต รวมถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นที่หน้าเว็บไซต์อีกด้วย โดยประกอบไปด้วยภาพของศพผู้เสียชีวิตซึ่งมีทั้งเด็กๆ และผู้ใหญ่ ที่ถูกนำมาวางเรียงรายไว้ที่สุเหร่าในเมืองอฮาร์ ซึ่งอยู่ใกล้กับพื้นที่เกิดเหตุ ขณะที่ทีมแพทย์ผู้ให้ความช่วยเหลือต่างก็เร่งมือให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างอลหม่าน ท่ามกลางสภาพแสงสว่างที่เริ่มมืดสลัวลง
นอกจากนั้น ทีมกู้ภัยต่างเร่งขุดค้นซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือนที่เสียหาย เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต รวมทั้งนำร่างของผู้เสียชีวิตออกมาอย่างเร่งรีบ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นไปอย่างยากลำบากและทุลักทุเล เนื่องจากในช่วงเวลาที่ให้ความช่วยเหลือนั้นได้ล่วงเข้าช่วงกลางคืนแล้ว ประกอบกับการที่สิ่งอำนวยความสะดวกด้านสาธารณูปโภค อาทิ ไฟฟ้า ก็ถูกตัดขาด ดังนั้นจึงไม่มีแสงไฟอย่างเพียงพอ
“โชคร้ายอย่างมากที่ยังมีผู้คนติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังอยู่ ในขณะที่การค้นหาผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุดังกล่าวก็เป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากความมืดทำให้การทำงานเป็นไปอย่างยากลำบาก” กอลัม ราเซ มาโซวมี หัวหน้าหน่วยกู้ภัยฉุกเฉินแห่งชาติของอิหร่าน กล่าว
ในเบื้องต้นนั้น ฮาสซัน กาดามี รัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทยของอิหร่าน เปิดเผยว่า น่าจะมีหมู่บ้านในบริเวณใกล้เคียงกับเหตุแผ่นดินไหวเสียหาย 6 แห่ง แต่สื่อของอิหร่านกลับให้ข้อมูลว่าหมู่บ้านที่น่าจะได้รับความเสียหายน่าจะมีมากถึง 110 แห่ง
อย่างไรก็ตาม อาคารส่วนใหญ่ในเมืองทาบริซ ไม่ได้รับความเสียหายมากนัก เมื่อเทียบกับอีก 3 เมืองที่อยู่ใกล้จุดศูนย์กลาง เนื่องจากใช้วัสดุที่แข็งแกร่งทนทาน และสามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนจากเหตุแผ่นดินไหวได้ดี
“เราอยู่บนชั้น 6 ขณะเกิดเหตุแผ่นดินไหว เป็นเวลาที่ยาวนานมากในตอนนั้น” มาสซูด ชาวบ้านผู้อาศัยอยู่ในเมืองบาริซรายหนึ่งกล่าวกับรอยเตอร์ส พร้อมกับย้ำว่า แม้แผ่นดินไหวจะทำให้ทุกอย่างสั่นสะเทือน แต่ตัวอาคารที่อาศัยอยู่กลับไม่ได้รับความเสียหายใดๆ
ทั้งนี้ อิหร่านซึ่งมีสภาพภูมิศาสตร์ตั้งอยู่บนรอยเลื่อนของแผ่นเปลือกโลกที่มีพลังนั้นเคยประสบกับเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงมาแล้วหลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ถือเป็นแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงอีกครั้งหนึ่งของอิหร่าน หลังจากที่ในปี 2546 ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.6 ริกเตอร์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองแบม จนมีผู้เสียชีวิตถึง 2.5 หมื่นคน จนสร้างความเสียหายอย่างหนัก







