posttoday
ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเอง(9)

ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเอง(9)

05 สิงหาคม 2555

วันนี้ผมมานั่งปิดต้นฉบับแบบชิลๆ อยู่ที่เชียงใหม่ครับ เป็นวันหยุดยาวที่ไม่ต้องไปต่างประเทศ ซึ่งนานๆ จะมีโอกาสสักครั้ง

วันนี้ผมมานั่งปิดต้นฉบับแบบชิลๆ อยู่ที่เชียงใหม่ครับ เป็นวันหยุดยาวที่ไม่ต้องไปต่างประเทศ ซึ่งนานๆ จะมีโอกาสสักครั้ง

นึกถึงเรื่องที่จะเขียนต่อในวันนี้ก็ดูจะเข้ากันดี เพราะเรื่องเรียวกังนั้นมันไม่มีอะไรซับซ้อน เหมือนเวลาคนไทยไปต่างจังหวัดแล้วไปสัมผัสกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ต่างกันเพียงแต่ของเรานับวันยิ่งร่อยหรอลง แต่ของญี่ปุ่นเขายังเหนียวแน่น และได้รับความนิยมมากจากชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาติตะวันตก ที่เขาเห็นคุณค่าของความเป็นตะวันออกและอยากเข้าใจให้มากขึ้น น่าเสียดายที่บ้านเราขาดจินตนาการในการขายความเป็นไทยอย่างสร้างสรรค์ วิธีง่ายๆ อย่างการขายความเป็นชนบทหรือท้องถิ่น ซึ่งลงทุนน้อยกว่าการสร้างใหม่ กลับไม่ได้รับการใส่ใจดูแลจากภาครัฐ หรือแม้กระทั่งคนในท้องถิ่นเองก็พยายามเอาความเจริญเข้ามาใส่ในความเป็นท้องถิ่น ทำให้เอกลักษณ์ชุมชนค่อยๆ เลือนหายไปอย่างน่าเสียดาย เหมือนที่วันนี้เชียงใหม่กำลังกลายพันธุ์ ความเป็นเชียงใหม่ในแง่ของรูปลักษณ์กำลังถูกกลืนด้วยหมู่บ้านจัดสรรและอาคารพาณิชย์รูปทรงบาดตา แต่ยังนับว่าเป็นโชคดีของเชียงใหม่ ที่อัตลักษณ์ของคนเมืองยังไม่ได้ถูกกลืนหายไปด้วย ผมยังได้ยินภาษาเหนือเจื้อยแจ้วอยู่ทั่วทั้งเมือง ยังได้รับบริการที่นุ่มนวลแบบชาวเหนืออยู่ทั่วไปไม่เว้นแม้กระทั่งร้านกาแฟแบรนด์ดังจากแดนไกล อย่างน้อยมนต์เสน่ห์ของเชียงใหม่ก็ยังไม่ได้หายไปไหนไกล แต่อยู่ในตัวคนเชียงใหม่นั่นเอง เหมือนกับที่ความเป็นญี่ปุ่นนั้นก็สามารถหาได้จากคนญี่ปุ่นเช่นกัน และหากท่านอยากจะเสพความเป็นญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ขอให้ท่านลองไปพักในเรียวกังแท้ๆ สักคืน แล้วท่านจะอิ่มเอมกับการให้บริการของคนญี่ปุ่นมากกว่าการพักในโรงแรมธรรมดา

การเข้าพักในเรียวกังของญี่ปุ่นนั้น ท่านจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมของญี่ปุ่นตั้งแต่ปากทางเข้าเลยครับ เมื่อท่านมาถึงที่เรียวกัง สิ่งแรกที่ท่านจะได้สัมผัสคือการต้อนรับจากเจ้าหน้าที่ที่เรียกว่า Jochu-San ภาษาอังกฤษเขาแปลว่า Inn Maids แต่หลายแห่งก็ใช้คำว่า Okami-San แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า Lady of the house ซึ่งผมขอใช้คำว่า คุณแม่บ้าน ละกัน ถ้าเป็นเรียวกังระดับสูง คุณแม่บ้านนี่ก็จะมีหน้าที่พาแขกไปยังห้องพักที่เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว จากนั้นเสมียนก็จะนำสมุดหรือเอกสารการลงทะเบียนเข้าพักมาดำเนินการให้ท่านถึงในห้องพัก ในระหว่างที่รอ คุณแม่บ้านก็จะเตรียมผ้าเปียกให้ท่านเช็ดมือ และชงชาให้ท่านดื่มพร้อมขนมญี่ปุ่นชิ้นขนาดพอคำ หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการลงทะเบียนเข้าพัก คุณแม่บ้านก็จะแนะนำรายละเอียดส่วนต่างๆ ของเรียวกังให้ท่านทราบ ตั้งแต่ภายในห้องพัก ภายในเรียวกัง ห้องอาบน้ำ

ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเอง(9)

อาหารการกิน ไปจนถึงที่หลับที่นอน จนครบถ้วนแล้วก็จะให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย แต่ถ้าเป็นเรียวกังรุ่นใหม่ๆ ขั้นตอนการเช็กอินจะอยู่ที่โถงรับรอง อาจจะมีเคาน์เตอร์เหมือนโรงแรมสมัยใหม่หรืออาจจะเป็นแค่โต๊ะเล็กๆ ตัวเดียวก็ได้ แต่ท่านไม่ต้องไปยืนเช็กอินที่หน้าเคาน์เตอร์นะครับ เพราะเสมียนหรือแม่บ้านจะนำเอกสารมาดำเนินการให้ท่านตรงที่นั่งพักรอ คุ้นๆ มั้ยครับ เหมือนที่ท่านเวลาไปพักโรงแรมหรูแล้วมีเจ้าหน้าที่มาเช็กอินให้โดยที่ไม่ต้องยืนรอ ผมไม่แน่ใจว่าระหว่างฝรั่งกับญี่ปุ่นใครจะให้บริการแบบนี้มาก่อนกัน หลังจากที่ท่านเช็กอินเสร็จแล้ว คุณแม่บ้านก็จะพาท่านไปยังห้องพักและแนะนำรายละเอียดเช่นเดียวกัน

ธรรมเนียมการเข้าพักในเรียวกังนั้น จะรวมอาหารค่ำและเช้าไว้ในราคาที่พักแล้ว การรับประทานอาหารค่ำในเรียวกังแท้ๆ จะรับประทานกันในห้องพักเลย หลังจากที่คุณแม่บ้านแนะนำรายละเอียดต่างๆ แล้วก็จะทำนัดหมายเรื่องเวลาอาหารค่ำกับท่านเลย และไม่ใช่จะรับประทานเมื่อไหร่ก็ได้นะครับ เวลาอาหารปกติจะอยู่ประมาณ 6 โมงเย็นถึง 1 ทุ่ม ที่เป็นเช่นนี้เพราะเวลาในการรับประทานอาหารนั้นจะนานประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งถึง 3 ชั่วโมง คุณผู้อ่านที่ไม่เคยมีประสบการณ์คงคาดเดาไม่ออกว่ากินอะไรกันถึงนานขนาดนั้น แต่ถ้าท่านเป็นผู้มีรสนิยมในการรับประทานอาหารไม่จำเพาะอาหารญี่ปุ่นนะครับ อาหารฝรั่งเองถ้าเป็นแบบฟูลคอร์สก็ไม่หนีกัน บางคอร์สเกือบ 4 ชั่วโมงก็เคยรับประทานมาแล้ว อาหารค่ำในเรียวกังแท้จะเป็นอาหารชุดญี่ปุ่นที่เรียกว่าไคเซกิ (Kaiseki) เป็นอาหารที่คนไทยหลายต่อหลายคนเข็ดขยาด ผมเคยได้ยินจากปากลูกค้าเองเลยว่า เคยไปกับบริษัททัวร์แห่งหนึ่งแล้วได้กินแต่อาหารชุดไคเซกิ ไม่ประทับใจเลย พอสอบถามรายละเอียดกันไปก็ได้ความว่า อาหารที่ท่านรับประทานไปนั้นเป็นอาหารชุดก็จริงแต่เขาเรียกว่า Teishoku หมายถึงอาหารชุดที่มีข้าว ซุป ผักดอง ไข่ตุ๋น และอาหารจานหลักอีก 2-3 อย่าง แต่ทางไกด์ไปเหมารวมเรียกไคเซกิบ้าง มินิไคเซกิบ้าง ปะปนกันมั่วไปหมด เสียภาพลักษณ์ของไคเซกิไปสิ้น เพียงเพราะไกด์หลายท่านแยกไม่ออกหรืออย่างไรผมก็ไม่ทราบได้ แต่สำหรับผม ถ้าเป็นไคเซกิของแท้ ผมประทับใจกับรูปและรสมากพอสมควร อาจจะไม่ใช่ทุกอย่างที่ถูกปากคนไทย แต่ถ้าเข้าใจในสิ่งที่เขานำเสนอแล้ว ผมให้คะแนน 9 เต็ม 10 ครับ

ปัญหาของการรับประทานไคเซกิแล้วไม่ถูกปากนั้นมักจะมาจากงบประมาณครับ ผมยกตัวเลขให้ดูเลยก็ได้ ราคาโรงแรมที่มีห้องพักแบบญี่ปุ่น (ซึ่งไม่ใช่เรียวกัง) รวมอาหารค่ำและเช้าแล้ว ตกหัวละประมาณ 7,500 เยน อันนี้ระดับมาตรฐานทัวร์ขายทั่วไป ถ้าดีขึ้นมาหน่อยก็อาจจะตกหัวละ 1–1.5 หมื่นเยน ซึ่งน้อยทัวร์นักที่จะใช้ ทีนี้มาลองดูราคาอาหารชุดไคเซกิในร้านอาหารญี่ปุ่นระดับเยี่ยมดูบ้าง ขั้นต่ำชุดหนึ่งก็เกิน 1 หมื่นเยนแล้ว ท่านผู้อ่านลองคำนวณดูเอาเองว่าไคเซกิของที่พักระดับหัวละ 7,500 เยนนั้นหน้าตาจะเป็นอย่างไร แต่ถ้าเป็นเรียวกังแท้ระดับมาตรฐาน ราคาขั้นต่ำก็ตกคืนละประมาณ 2 หมื่นเยนหรือมากกว่านั้น และถ้าเป็นเรียวกังระดับสูงก็ต้อง 4 หมื่นเยนขึ้นไปจนถึงแสนเยนก็มี ราคาที่ว่านี้ต่อหัวนะครับ ไม่ใช่ต่อห้อง ราคายิ่งสูงอาหารก็ยิ่งคุณภาพสูงตาม เพราะฉะนั้นถ้าท่านอยากนอนเรียวกังแท้ๆ อยากทานอาหารชุดไคเซกิดีๆ ท่านต้องไปเองหรือจัดกลุ่มของท่านเอง ราคาทัวร์ที่ขายกันอยู่ในท้องตลาดไม่สามารถจัดให้ท่านนอนเรียวกังได้ ก็เพราะราคานี่แหละครับ m

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน