posttoday
กูรูเชื่อเฟดคลอดแผนกระตุ้นก.ย.นี้

กูรูเชื่อเฟดคลอดแผนกระตุ้นก.ย.นี้

01 สิงหาคม 2555

คาดใช้คิวอี6แสนล้านเหรียญวัดใจตัวเลขการจ้างงานจีดีพี

คาดใช้คิวอี6แสนล้านเหรียญวัดใจตัวเลขการจ้างงานจีดีพี

กูรูเศรษฐกิจคาดเฟดจะกระตุ้นเศรษฐกิจ ก.ย. นี้ เชื่อเป็นแผนคิวอีอีก 6 แสนล้านเหรียญ

บลูกเบิร์กรายงานผลสำรวจความเห็นของ 58 นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำ ซึ่งเห็นตรงกันว่าคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจในการประชุมงวดเดือน ก.ย. โดยมีแนวโน้มจะเป็นมาตรการกระตุ้นทางการเงินแบบผ่อนปรนเชิงปริมาณ (คิวอี) มูลค่า 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 18.6 ล้านล้านบาท) เพื่อทุ่มซื้ออนุพันธ์สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์และพันธบัตรรัฐบาลในปริมาณเท่าๆ กัน

ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่าเอฟโอเอ็มซีน่าจะรอดูความคืบหน้าของตัวเลขการจ้างงานในตลาดสหรัฐก่อนออกแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ ซึ่งถ้าหากตัวเลขการจ้างงานยังคงอยู่ที่ระดับ 8% ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 41 เฟดก็จำเป็นต้องประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อลดต้นทุนการกู้ยืม สนับสนุนการเติบโต และลดอัตราการว่างงาน

ด้าน ไมเคิล กาเปน นักเศรษฐ ศาสตร์อาวุโสจากบาร์เคลย์ และ พอล อีเดลสไตน์ ผู้อำนวยการด้านเศรษฐศาสตร์การเงินจากไอเอชเอส โกลบอล อินไซต์ กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐในขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นเลวร้าย เห็นได้จากตัวเลขการเติบโต (จีดีพี) ที่ 1.5% ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ทำให้เฟดยังไม่มีความจำเป็นต้องรีบร้อนกระตุ้นเศรษฐกิจแต่อย่างใด


ผลสำรวจยังพบว่า นักเศรษฐ ศาสตร์ 60% เชื่อเฟดจะกระตุ้นเศรษฐกิจทันทีที่เหมาะสม โดยไม่สนใจว่าจะเป็นก่อนหรือหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 6 พ.ย. ขณะที่อีก 74% มั่นใจว่าเฟดจะยังไม่ลดอัตราดอกเบี้ยเงินสดสำรองส่วนเกินในเร็ววันนี้

ขณะเดียวกัน นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า สิ่งที่เฟดควรจะกังวลนอกจากปัญหาวิกฤตหนี้ยุโรปก็คือการลดงบประมาณของรัฐบาล ซึ่งมีทั้งการตัดลดค่าใช้จ่ายและการเพิ่มภาษีที่จะมีผลโดยอัตโนมัติภายในสิ้นปีนี้ หากว่าสภาคองเกรสยังไม่สามารถตัดลดการขาดดุลงบประมาณของรัฐให้ได้อีก 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 18.6 ล้านล้านบาท) จนอาจทำให้เกิดภาวะถดถอยในสหรัฐในปี 2556

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งค่อนข้างแน่ใจว่าสภาคองเกรสจะยังไม่ลงมือแก้ไขจัดการใดๆ ในเรื่องงบประมาณจนกว่าจะเสร็จสิ้นการเลือกตั้งผู้นำประเทศในเดือน พ.ย.นี้

ความคาดหวังของนักวิเคราะห์และนักลงทุนที่มีต่อเฟด ตลอดจนธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ส่งผลให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นต่อเนื่องมาจากสัปดาห์ที่แล้ว โดยดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้ว 3.5%

ด้านราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ก.ย.ในตลาดสิงคโปร์ ปรับตัวลดลง 5 เซนต์ เมื่อวันที่ 31 ก.ค. โดยปิดตลาดที่ 89.73 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นผลจากการที่นักลงทุนรอฟังท่าทีจากเฟดที่ประชุมกันในวันนี้ และอีซีบี ซึ่งจะเปิดประชุมกันในวันที่ 2 ส.ค.นี้ ว่าจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใดๆ ออกมาหรือไม่

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน