posttoday
ลมบก-ลมทะเล

ลมบก-ลมทะเล

22 กรกฎาคม 2555

หากคนเราสามารถกำหนดชะตาชีวิตของตนเองได้ อย่างน้อยสักครึ่งหนึ่ง

หากคนเราสามารถกำหนดชะตาชีวิตของตนเองได้ อย่างน้อยสักครึ่งหนึ่ง

ก็คงจะดีไม่น้อย... มนุษย์ต้องการความสามารถในการควบคุมเส้นทางชีวิตหรืออย่างน้อยให้รู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเอง ซึ่งก็เป็นธรรมดาของความรู้สึกต้องการความมั่นคงปลอดภัยและอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ในชีวิตที่เปรียบเหมือนเรือน้อยล่องลอยอยู่กลางทะเลแห่งความ “ไม่แน่นอน เป็นทุกข์และไร้ตัวตน” ...

กระแสลมบก-ลมทะเลที่พัดหมุนเวียนจากทะเลสู่ฝั่งและจากฝั่งสู่ทะเลชั่วนาตาปี ณ ริมชายหาดบางแสน พัดผ่านผิวกายเอื่อยๆ ทำให้หวนระลึกถึงคำถามยอดฮิตที่ว่า “ควรจะเรียนอะไรดี” ซึ่งได้รับมาจากอาจารย์โรงเรียนมัธยมกว่า 200 ชีวิต ที่เข้าร่วมงาน “เสวนาภาษากับประชาคมอาเซียน” ณ มหาวิทยาลัยบูรพา ที่เพิ่งจบลงไปเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว ...

“กระแสลมอาเซียน” ที่กำลังจะพัดโยกย้ายสับเปลี่ยนคลื่นแรงงานและธุรกิจระหว่างประเทศในประชาคม อาเซียนบวกๆ (+3, +6) ดูไม่ต่างจากคลื่นลมทะเลที่พัดถ่ายเทกันไปมา และผู้ที่ตั้งคำถามก็กำลังพยายามหาเรือที่จะสามารถโต้คลื่นลมอย่างปลอดภัยในทะเลชีวิตให้แก่ลูกศิษย์.... ลูกศิษย์เอง ก็คงสงสัยอยู่เหมือนกันว่า ฉันควรจะเลือกเรียนอะไรที่จะไม่ตกงาน จะไม่พลาดโอกาส

ทุกคนมุ่งหวังที่จะเรียนตามกระแส.... บางคนความรู้ความสามารถแข็งแกร่งกางใบเรือรับกระแสลมได้เต็มที่ เรียนไปตามกระแสแปดอาชีพหลักตามข้อตกลงเบื้องต้นในการโยกย้ายแรงงานเสรี คือ แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี ช่างสํารวจ และ บุคลากรการท่องเที่ยว (เป็นลูกรักของพ่อแม่และครูอาจารย์) ...

ลมบก-ลมทะเล

 

บางคนความรู้ความสามารถไม่แข็งแกร่งพอที่จะพาเรือออกทะเลด้วยตนเองได้ จึงอาศัยโยงเรือ หรือแม้แต่อาศัยเรือของคนอื่นไป (เป็นลูกจ้าง) .... บางคนด้วยโอกาสทางการเงินที่มีมากกว่า ใช้เรือเร็วติดเทอร์โบโต้คลื่นไปมาอย่างน่าหวาดเสียว (เป็นลูกเสี่ย) .... อย่ากระนั้นเลย เรามาเริ่มต้นคิดกันใหม่ back to the basic ให้รู้จักตัวเองก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ

ว่ากันด้วยเรื่องของโครงสร้างของระบบทุนนิยมที่มีผลต่อการตัดสินใจทางการศึกษา... หลายสัปดาห์ก่อน “เชกา” ได้นำเสนอ “แชบอล ” ที่ไม่ใช่แชร์บอลให้ผู้อ่านได้รู้จัก.. แชบอล คือกลุ่มธุรกิจตระกูลใหญ่ๆ ที่เป็นผู้กุมชะตาทางเศรษฐกิจของ เกาหลี เช่น กลุ่มซัมซอง (คนไทยเรียกซัมซุง) กลุ่มฮยอนแด (คนไทยเรียกฮุนได) กลุ่มแอลจี กลุ่มเอสเค กลุ่มฮันฮวา กลุ่มดูซาน ฯลฯ หลายบริษัทได้ก่อตั้งขึ้นและดำเนินธุรกิจกับญี่ปุ่นมาตั้งแต่หลังปี 1910 ในยุคที่ญี่ปุ่นเข้าครอบครอง แต่เป็นเพียงบริษัทเล็กๆ ภายใต้การนำของธุรกิจญี่ปุ่น ต่อมาเมื่อได้รับเอกราชคืนพร้อมทั้งเปลี่ยนการปกครองเป็นสาธารณรัฐ บริษัทเหล่านี้ก็โตขึ้นและในช่วงทศวรรษที่ 1960’s หลังสงครามเกาหลีเหนือใต้ เกาหลีจึงได้เริ่มปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค การคมนาคมขนส่ง ส่งเสริมการลงทุนและการส่งออกสินค้า

หนึ่งในธุรกิจพื้นฐานสร้างชาติ คือ โรงถลุงแร่เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก “พุงซาน” (POSCO ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเหล็ก 1 ใน 5 ของโลก) ที่เป็นวัตถุดิบพื้นฐานของยักษ์ใหญ่แชบอล ในอุตสาหกรรมรถยนต์ เรือเดินสมุทรขนส่งสินค้า และการก่อสร้าง ฯลฯ อีกมากมาย.... รัฐบาลเข้าช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจแชบอลในแง่การค้ำประกันเงินกู้ และ มอบสัมปทานผูกขาด เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจผ่านการเมืองเพื่อให้ธุรกิจเหล่านี้เติบโตจนกลายเป็นกลุ่มธุรกิจใหญ่ แต่ละกลุ่มแตกแขนงขยายขอบข่ายออกไปเป็นบริษัทลูกนับร้อย สร้างตำแหน่งงานมากมายมหาศาล ดังนั้น จึงต้องสร้างคนทำงานป้อนเข้าสู่ระบบ รัฐบาลจึงวางแนวทางการศึกษาเพื่อผลิตทรัพยาการมนุษย์เข้าสู่ระบบธุรกิจ .... นี่คือที่มาของระบบการศึกษาแบบเกาหลีที่ มีเป้าหมายในการผลักดันให้ จีดีพี ของประเทศก้าวกระโดดขึ้น ไปได้ ในขณะเดียวกัน กลายเป็นแม่พิมพ์ที่ปั๊มนักศึกษาออกมาเป็น “มนุษย์เงินเดือน” ให้แก่ แชบอล... มนุษย์เงินเดือนที่ต้องอาศัยเรี่ยวแรงของนาวาลำอื่นล่องทะเล คิดในกรอบของนายจ้าง ปฏิบัติตามแล้วจะดีเอง ถึงเดือนรับค่าจ้างไป

มาถึงปัญหาที่ว่า ... แล้วการศึกษาไทยล่ะ มีเป้าหมายอะไร และ นักศึกษาควรจะคิดอย่างไร....ทิ้งไว้เป็นคำถามก่อนค่ะ สำหรับท่านที่มีความเห็นอยากจะร่วมแจมคอลัมน์ด้วยในสัปดาห์หน้า ส่งความคิดเห็นมาได้ที่อีเมลของเชกา ด้านบนค่ะ และแน่นอนของที่ระลึกสุดกู๊ดเกร๋จากเกาหลีมีเพียงพอที่จะส่งถึงมือท่านที่ร่วมกันคิดค่ะ....

 

ข่าวล่าสุด

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด บุรีรัมย์ พบ อยุธยา ยูไนเต็ด ไทยลีก วันนี้ 17 พ.ค.69

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด บุรีรัมย์ พบ อยุธยา ยูไนเต็ด ไทยลีก วันนี้ 17 พ.ค.69