
ออสซีเล็งยุติสงวนฉลามขาว
นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความตะลึงให้กับบรรดานักวิทยาศาสตร์แดนจิงโจ้ไม่น้อย หลังเกิดเหตุฉลามขาวลำตัวยาว 5 เมตร ทำร้ายนักเล่นเซิร์ฟหนุ่มชาวออสซีจนร่างขาดเป็นสองท่อน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความตะลึงให้กับบรรดานักวิทยาศาสตร์แดนจิงโจ้ไม่น้อย หลังเกิดเหตุฉลามขาวลำตัวยาว 5 เมตร ทำร้ายนักเล่นเซิร์ฟหนุ่มชาวออสซีจนร่างขาดเป็นสองท่อน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า ในยามปกติแล้วฉลามขาวจะไม่ทำร้ายมนุษย์ นอกจากว่าตกใจ ถูกแหย่ หรือหิวจัดจริงๆ
ดังนั้น เหตุสุดสยองที่เกิดขึ้นล่าสุด ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 5 ในช่วงเวลาไม่ถึงปี จึงส่งผลให้นักวิทยาศาสตร์ออสซีเริ่มพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะถอดถอน “ฉลามขาว” ออกจากบัญชี “สัตว์สงวน” เพื่อความปลอดภัยของประชาชนนั่นเอง
“เรากำลังสงสัยว่า เพราะเหตุใดจำนวนฉลามขาวถึงเพิ่มขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะถอนฉลามขาวออกจากบัญชีสัตว์สงวนด้วย” นอร์แมน มัวร์ รัฐมนตรีกระทรวงประมงของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย กล่าว โดยยังเปิดเผยอีกว่า นักวิทยาศาสตร์เตรียมทุ่มเงิน 14 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 420 ล้านบาท) เพื่อทำการวิจัยฉลามขาวมากขึ้น เพื่อที่จะได้ทราบสาเหตุของการทำร้ายมนุษย์ ซึ่งเกิดถี่ขึ้นในช่วงระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้
ทั้งนี้ ชายฝั่งตะวันตกของออสเตรเลียถือเป็นพื้นที่เฝ้าระวังฉลามที่อันตรายที่สุดในโลก โดยนักวิทยาศาสตร์ทางน้ำเคยเปิดเผยข้อมูลสุดช็อกว่า ฉลามบางตัวนั้นจะว่ายวนเวียนรอบๆ ชายฝั่งนานนับเดือนเลยทีเดียว
หรือถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายก็คือ โอกาสที่ผู้คนจะได้ “จ๊ะเอ๋” กับฉลาม ซึ่งมีมากกว่า 30 สายพันธุ์สักตัวนั้นสูงมากๆ
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่จะเกิดอุบัติเหตุฉลามโจมตีบ่อย โดยในแต่ละปีมีชาวออสซีถูกฉลามทำร้ายราว 15 คน
ทว่า ต้องยอมรับว่าน้อยครั้งนักที่จะเป็นเหตุรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ดังเช่นที่เกิดขึ้นกับนักเล่นเซิร์ฟหนุ่มรายล่าสุด
ด้านผู้เชี่ยวชาญแสดงความเห็นว่า อุบัติเหตุที่เกิดบ่อยขึ้นนั้นมีสาเหตุสำคัญจากจำนวนประชากรที่สูงขึ้น ประกอบกับกิจกรรมทางน้ำที่ได้รับความนิยมมากขึ้นนั่นเอง
ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่รู้ว่าในที่สุดข้อเสนอของนักวิทยาศาสตร์ออสซีจะผ่านหรือถูกคัดค้าน แต่ที่แน่ๆ ก็คือ ทางการคงต้องรีบเตือนประชาชนในพื้นที่ให้งดเว้นกิจกรรมทางทะเลชั่วคราว
มิฉะนั้นมีหวังได้เหยื่อรายที่ 6 อย่างแน่นอน







