
ชมมะกันยุติแซงก์ชันพม่า
‘อาเซียน’ชี้เป็นความคืบหน้าที่ดี แถมหวังลดคว่ำบาตรให้มากขึ้น
‘อาเซียน’ชี้เป็นความคืบหน้าที่ดี แถมหวังลดคว่ำบาตรให้มากขึ้น
อาเซียนร่วมยินดี หลังสหรัฐผ่อนคลายคว่ำบาตรการลงทุนในพม่าเพิ่ม แต่ยังมุ่งหวังให้สหรัฐและตะวันตกผ่อนคลายมากกว่านี้
สมาชิก 10 ประเทศในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) แสดงความยินดีและชื่นชมต่อการตัดสินใจผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรพม่าของสหรัฐ หลังจากที่เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา สหรัฐได้อนุญาตให้บริษัทในประเทศสามารถเข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในประเทศพม่าได้
มาร์ตี นาตาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ได้กล่าวชื่นชมต่อการตัดสินใจของสหรัฐที่เกิดขึ้นว่าเป็นเรื่องที่สร้างความประหลาดใจและถือเป็นสัญญาณที่สะท้อนให้เห็นว่าเรากำลังดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้อง
“ต้องยอมรับว่ามีการพัฒนาและความคืบหน้าที่สำคัญเกิดขึ้นในพม่าแล้ว” เนตาเลกาวา กล่าวให้สัมภาษณ์ในระหว่างเข้าร่วมการประชุมอาเซียนว่าด้วยการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (เออาร์เอฟ) ที่กรุงพนมเปญ กัมพูชา
สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นกับการตัดสินใจดังกล่าวที่จะนำมาซึ่งแนวโน้มการค้าการลงทุนที่จะหวนกลับเข้ามาสู่พม่าอีกครั้ง แต่ทุกอย่างจะดีขึ้นกว่านี้ หากสหรัฐผ่อนมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด เหมือนกับที่ออสเตรเลียได้ดำเนินการไปแล้ว ซึ่งจะเป็นสิ่งที่อาเซียนอยากเห็น
ด้าน สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน ให้ความเห็นว่า การผ่อนคลายคว่ำบาตรดังกล่าวจะส่งผลดีต่อการเตรียมความพร้อมเพื่อเป็นประธานอาเซียนของพม่าในปี 2557 เนื่องจากจะเป็นโอกาสดีที่จะนำมาซึ่งโอกาสทั้งผู้เชี่ยวชาญและประสบการณ์ต่างๆ ที่จะเข้ามาเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ นอกเหนือจากการที่อาเซียนจะพยายามเรียกร้องให้สหรัฐถอนมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดต่อพม่าแล้ว ยังได้เรียกร้องให้สหภาพยุโรป (อียู) เร่งดำเนินการถอนมาตรการคว่ำบาตรต่อพม่าด้วยเช่นเดียวกัน
ปัจจุบันบริษัทในหลายประเทศทั่วโลกต่างกำลังจับตาและเรียกร้องเพื่อขอเข้าไปลงทุนในพม่าเป็นจำนวนมาก หลังจากที่ประเทศในตะวันตกเริ่มยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดกับพม่าลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนขบวนการปฏิรูประชาธิปไตยของรัฐบาลพม่า
ทั้งนี้ การคว่ำบาตรของประเทศตะวันตกต่อพม่า มีขึ้นหลังจากที่รัฐบาลทหารพม่าปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงและละเมิดสิทธิมนุษยชนในช่วงปี 2533 อย่างรุนแรง







