
นานาเสียงชื่นชมถึง "ไทย" หวังจับมือเดินหน้าไปพร้อมกัน
แม้ว่าปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ทำให้การพัฒนาประเทศต้องสะดุดลง
โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา
แม้ว่าปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ทำให้การพัฒนาประเทศต้องสะดุดลง ประกอบกับปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติในไทย จะทำให้ชื่อเสียงของ “ไทยแลนด์” ถูกเข้าใจผิดไปบ้างในสายตาของชาวต่างชาติ ทว่าสำหรับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านรอบอาเซียนและเอเชียด้วยกันแล้ว ทัศนคติที่มีต่อไทยยังคงเป็นไปในแง่บวก และมีความเข้าใจอย่างเกินคาด
โดยเฉพาะสายสัมพันธ์กับมิตรประเทศอย่าง “จีน” ซึ่งประเทศไทยกำลังจะรับบทเป็นประเทศผู้ประสานงานในความสัมพันธ์ระหว่างจีนอาเซียน ภายในเดือน ก.ค.นี้
ในการเปิดบ้านเป็นเจ้าภาพต้อนรับสื่อมวลชน 5 ชาติเอเชีย ประกอบด้วย มาเลเซีย อินโดนีเซีย บังกลาเทศ อินเดีย และปากีสถาน เพื่อเรียนรู้และสัมผัสตัวตนของจีนได้อย่างแท้จริงนั้น ยังได้มีการแลกเปลี่ยนทัศนคติ มุมมอง และความเข้าใจของนานาชาติที่มีต่อประเทศไทยในหลากหลายแง่มุมไปพร้อมกันด้วย
แม้ทั้งหมดจะยอมรับและชื่นชมในความเป็นไทยที่แข็งแกร่งดีพอไม่แพ้ชาติใดในโลก ทว่าก็ยังมีแง่มุมที่ต้องเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าได้อย่างเต็มที่
ทั้งนี้ จากคำกล่าวต้อนรับของเจ้าภาพ ทัศนคติของชาวจีนส่วนใหญ่ที่มีต่อประเทศไทยค่อนข้างเป็นไปในทางบวก สืบเนื่องมาจากความถูกใจในอัธยาศัยไมตรีของคนไทยเป็นหลักใหญ่
คนไทย หรือ ไท่กั๋ว ตามที่คนจีนเรียกขาน ดูจะเป็นประเทศที่มีระยะทางใกล้ชิดกับจีนมากที่สุด เมื่อเทียบกับอินเดีย บังกลาเทศ ปากีสถาน มาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย โดยมีการติดต่อค้าขาย เจรจาธุรกิจ แลกเปลี่ยนลงทุน หรือท่องเที่ยวไปมาหาสู่กันค่อนข้างหนาแน่น ซึ่งชาวจีนจำนวนไม่น้อยมักจะมีความเกี่ยวข้องทางใดทางหนึ่งกับคนไทยอยู่เสมอ
นอกจากนิสัยใจคอแล้ว อาหาร วัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยว และการให้บริการของคนไทย ก็เป็นหนึ่งในความชื่นชอบที่เป็นที่กล่าวขวัญถึงเช่นกัน
ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจเมื่อความชื่นชอบ ชื่นชมเหล่านั้น จะทำให้คนจีนส่วนใหญ่กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ รู้จัก และทำความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศไทยมากยิ่งขึ้น
เห็นได้จากตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ในเมืองใหญ่ๆ ของแต่ละมณฑล โดยเฉพาะทางตอนใต้ซึ่งติดกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างอาเซียน ได้จัดการเรียนการสอนภาษาไทยบรรจุไว้เป็นหลักสูตรปริญญาตรีให้คนหนุ่มสาวได้เรียนรู้อย่างจริงจัง ขณะที่มหาวิทยาลัยบางแห่งก็อยู่ในระหว่างการเตรียมเปิดหลักสูตร
เช่นเดียวกับบรรดาสื่อมวลชนชาติเอเชีย ที่เห็นพ้องต้องกันว่าไทยมีข้อได้เปรียบมากมายที่สามารถแข่งขันกับชาติอื่นๆ ในโลกได้อย่างทัดเทียม
“ผมชอบคนไทยนะ ใจดีมีน้ำใจ แถมอาหารไทยก็อร่อย มีรสชาติหลากหลาย และแตกต่างเป็นเอกลักษณ์ตามแต่ละท้องถิ่น ผมไปเชียงใหม่ ไปสุโขทัย ไปทางอีสาน ผมชอบหมดทุกที่เลย” โทมัส ชงคายัง นักข่าวจากหนังสือพิมพ์ยูตาซัน มาเลเซีย ผู้พิสมัยการเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยหลายต่อหลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กล่าว
ด้าน นีนา อาฟรีดา นักข่าวจากหนังสือพิมพ์จาการ์ตา โพสต์ ของอินโดนีเซีย รับว่า แม้ไม่เคยมาประเทศไทย แต่ทุกครั้งที่ได้รับฟังเรื่องราวบอกเล่าจากบรรดาเพื่อนฝูงที่ไปเที่ยวประเทศไทยกลับมา ก็พอจะรับรู้ได้ว่าเป็นประเทศที่ดีน่ารักมากเพียงใด
“ทุกคนเล่าพร้อมรอยยิ้ม มีเรื่องสนุกเรียกเสียงหัวเราะมากมาย ก่อนตบท้ายด้วยการบอกเล่าความประทับใจและชวนให้ต้องไปเที่ยวเมืองไทยให้ได้” นีนา กล่าว โดยมี อาบูน ซันดา นักข่าวจากหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์ข่าวออนไลน์คอมพัส จากอินโดนีเซีย เสริมว่า อีกหนึ่งกิจกรรมที่ต้องไม่พลาดและไม่ควรพลาดหากมีโอกาสเยือนไทยก็คือการนวดแผนโบราณ ซึ่งหาที่ไหนในโลกเทียบได้ยาก
ส่วน มุสตาฟิเซอร์ ราห์มัน นักข่าวจากหนังสือพิมพ์นิวเอจของบังกลาเทศ กล่าวว่า สำหรับตนเองแล้ว สิ่งที่ชอบมากที่สุดนอกเหนือจากสภาพสังคมและบ้านเมืองแล้ว แหล่งช็อปปิ้งจับจ่ายซื้อของก็นับเป็นจุดดึงดูดที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะย่านการค้าในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่มีหลายระดับ หลายราคาให้เดินเลือกซื้อ
“แถมการเดินทางไปค่อนข้างสะดวก พ่อค้าแม่ค้าเป็นมิตรกับชาวต่างชาติ และยินดีให้ความช่วยเหลือ ผมชอบที่เราสามารถต่อรองราคาได้ แม้จะไม่ซื้อ แต่พวกเขา (พ่อค้าแม่ค้า) ก็ยินดีตอบคำถาม” ราห์มัน อธิบายเพิ่มเติม
ขณะที่ มัคบูล อีลาไฮ นักข่าวจากหนังสือพิมพ์เนชั่น ประเทศปากีสถาน แสดงความเห็นว่า ในมุมมองของชาวปากีสถานและรวมถึงแถบตะวันออกกลาง เมื่อเอ่ยถึงประเทศไทย สิ่งแรกที่นึกถึงก็คือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่พร้อมด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญ บริการดีเยี่ยม และราคาไม่แพง
อย่างไรก็ตาม แม้จะได้รับเสียงชมเต็มเปี่ยม ทว่ามุมมองจากผู้สื่อข่าวเอเชียและเจ้าหน้าที่จากจีน ต่างก็เห็นด้วยในอีกมุมหนึ่งอย่างเป็นเอกฉันท์ว่า เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ประเทศไทยยังไม่สามารถพัฒนาและก้าวไปข้างหน้าได้อย่างเต็มที่ ทั้งๆ ที่มีศักยภาพไม่ด้อยไปกว่าชาติใดๆ ในโลก และปัจจัยบางประการก็ถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญด้วยซ้ำไป
“ประเทศไทยก็เหมือนกับจีนที่ยังต้องการเวลาในการพัฒนาและปรับปรุงตนเองช้าๆ และค่อยเป็นค่อยไป” หนึ่งในเจ้าหน้าที่รัฐจีนผู้ไม่ประสงค์ให้ออกนาม แสดงความเห็นในระหว่างการสนทนาระหว่างมื้ออาหาร “แต่ไม่ต้องห่วง คนจีนเข้าใจและรอได้ รอวันที่ประเทศไทยจะพร้อม”
เกาเซียง ผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูลแผนกการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งชาติจีน กล่าวเพิ่มเติมว่า ถ้าให้พูดอย่างตรงไปตรงมาแล้วก็ให้น่าน้อยใจนิดๆ ตรงที่ว่า ความเข้าใจที่จีนมีต่อไทยดูเหมือนจะมีมากกว่าความเข้าใจหรือความพยายามจะเข้าใจที่ไทยมีต่อจีนเสียอีก
“ยกตัวอย่างเช่น เหตุความไม่สงบของไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สิ่งที่รัฐบาลจีนและชาวจีนปรารถนาที่สุดก็คือการหวังและเฝ้าภาวนาให้ประเทศไทยกลับคืนสู่ความสงบได้ในเร็ววัน” เกาเซียง กล่าวเพิ่มเติม
ทั้งนี้ โจวลี่ รองผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูลข่าวสาร กระทรวงต่างประเทศจีน ได้กล่าวสรุปโดยภาพรวมว่า จีนเคารพและให้ความสำคัญกับไทยในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่มีสายสัมพันธ์อันดีกันมาอย่างยาวนาน และเป็นประเทศคู่ค้าทางเศรษฐกิจที่สำคัญของจีนเสมอมา
“แต่จะดีกว่านี้มาก หากไทยจะมีช่องทางรับฟัง รับทราบข่าวสารจากรัฐบาลจีนโดยตรงมากขึ้น เช่น การส่งนักข่าวหรือสายข่าวมาประจำการที่นี่ (ปักกิ่ง) สักคน เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน และให้การรายงานข่าวเป็นไปอย่างครบถ้วน รอบด้าน” โจวลี่ กล่าวปิดท้าย
เพราะการเปิดกว้างที่จะเรียนรู้ทำความเข้าใจเพื่อนบ้านได้อย่างถ่องแท้ อาจเป็นหัวใจสำคัญที่สุดที่จีนต้องการจากประเทศประสานงานอาเซียนในเวลานี้







