
จับตาอียูซัมมิต ถกตั้งสหภาพแบงก์ รวมกลุ่มมากขึ้น หวังกู้วิกฤตหนี้
จับตาประชุมสุดยอดผู้นำยุโรป คาดถกแผนจัดตั้งสหภาพธนาคารยูโรโซน หวังกอบกู้วิกฤตหนี้
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
จับตาประชุมสุดยอดผู้นำยุโรป คาดถกแผนจัดตั้งสหภาพธนาคารยูโรโซน หวังกอบกู้วิกฤตหนี้ ด้านสเปนยื่นขอเงินช่วยอย่างเป็นทางการแล้ว ขณะที่ฟิทช์หั่นเครดิตไซปรัสลงจังก์ เหตุเสี่ยงกู้เงินเพิ่ม
รอยเตอร์สเปิดเผยร่างรายงานการประชุม ซึ่งจัดทำขึ้นล่วงหน้าสำหรับการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรป ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 28-29 มิ.ย.นี้ ระบุว่า บรรดาผู้นำยุโรปจะเตรียมหารือเกี่ยวกับแนวทางการจัดตั้งสหภาพการธนาคารของกลุ่มยูโรโซน และการใช้นโยบายการเงินการคลังร่วมกัน ท่ามกลางความวิตกกังวลว่า การประชุมอียูซัมมิตในครั้งนี้อาจไร้ผลสรุปกู้วิกฤตหนี้ที่ชัดเจน
สาระสำคัญของรายงานดังกล่าวมุ่งเน้นให้เห็นว่า การประชุมอียูซัมมิตในสุดสัปดาห์นี้ บรรดาผู้นำยุโรปจะหารือเกี่ยวกับการจัดตั้งสหภาพการธนาคารของกลุ่มยูโรโซน ที่เปิดทางให้มีการจัดตั้งหน่วยงานส่วนกลางรับผิดชอบการปรับโครงสร้างภาคธนาคารในยุโรปที่ประสบกับวิกฤตการเงินแทนรัฐบาลประเทศนั้นๆ ประกอบกับการเปิดทางให้มีการรับประกันเงินฝากทั่วยุโรป ซึ่งคาดว่ามาตรการเหล่านี้จะสามารถฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนและกระตุ้นการไหลเวียนของกระแสเงินทุนมากขึ้น
นอกจากนี้ คาดว่าน่าจะมีการหารือรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 4 เสาหลักทางเศรษฐกิจ ซึ่งจำเป็นต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในภูมิภาคให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ประกอบกับการร่างนโยบายงบประมาณทางการคลังให้มีความสอดคล้องมากยิ่งขึ้น ตลอดจนถึงวิธีการรักษาอำนาจอธิปไตยทางการเมืองระหว่างประเทศสมาชิก เมื่อต้องเกิดการรวมกลุ่มทางการเงินและการคลังไว้ศูนย์กลางมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า มาตรการกู้วิกฤตหนี้ยุโรปในร่างรายงานการประชุมดังกล่าวอาจไม่สามารถผ่อนคลายความกดดันตลาดทุนที่กำลังวิตกกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการระดมทุนของภาคธนาคารของสเปนและอิตาลี เห็นได้จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่พุ่งขึ้นอยู่ในระดับอันตรายแล้ว ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำที่สุดในรอบสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนวิตกว่า การประชุมผู้นำยุโรปในครั้งนี้อาจไร้ข้อสรุปแก้วิกฤตหนี้ที่ชัดเจน
กระนั้นก็ตาม เอริก เนลสัน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากยูนิเครดิต มองว่า มาตรการเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการแก้ปัญหา ซึ่งอาจช่วยผ่อนคลายความกดดันได้บางส่วน และอาจโน้มน้าวให้อีซีบีเข้ามามีบทบาทในการแก้วิกฤตเพิ่มขึ้นอีกด้วย
“การเข้ามามีบทบาทในการแก้วิกฤตหนี้ของอีซีบีในอนาคตอาจครอบคลุมถึงการตัดลดอัตราดอกเบี้ยลง การผ่อนปรนกฎระเบียบการรับประกันเงินกู้สำหรับภาคธนาคารสเปนเพื่อเปิดทางให้เข้าถึงกองทุนของอีซีบีได้เพิ่มขึ้น ตลอดจนการกลับมาใช้นโยบายซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งแม้ว่าเป็นสิ่งที่ผู้กำหนดนโยบายของอีซีบีคัดค้านมาโดยตลอดก็ตาม” เนลสัน กล่าว
ด้านความเคลื่อนไหวล่าสุดในกรีซ หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลของกรีซทั้ง 3 พรรคประกาศเตรียมเดินทางไปกรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียม เพื่อหารือผ่อน ปรนเงื่อนไขรับเงินกู้ช่วยเหลือกับชาติสมาชิกยุโรปทันทีที่ แอนโตนิส ซามาราส นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของกรีซพักฟื้นหลังจากเข้ารับการผ่าตัดตาเสร็จเรียบร้อย
ก่อนหน้านี้ ซามาราส ต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนจอกระจกตาเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ขณะที่ วาสซิลิส ราปาโนส รัฐมนตรีคลังคนใหม่ของกรีซ ต้องเข้ารับการรักษาตัวหลังเกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ส่งผลให้ทั้งสองไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรปในสุดสัปดาห์นี้ได้ ซึ่งสร้างความวิตกกังวลว่า ความพยายามในการหารือผ่อนปรนเงื่อนไขอาจไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจกรีซที่อยู่ในภาวะถดถอยติดต่อกันนานถึง 5 ปีแล้ว
ล่าสุด สเปนได้ยื่นหนังสือขอเงินกู้ช่วยเหลือจากชาติสมาชิกยูโรโซนมูลค่า 1 แสนล้านยูโรอย่างเป็นทางการ เพื่อกอบกู้ภาคธนาคารของประเทศที่แบกรับภาระหนี้เสียอย่างหนัก อันเป็นผลมาจากวิกฤตการเงินเมื่อปี 2551 แล้ว ท่ามกลางความกดดันในตลาดทุน เนื่องจากเงินกู้จำนวนดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อสัดส่วนเงินกู้ช่วยเหลือที่ไอร์แลนด์ กรีซ และโปรตุเกส จำเป็นต้องได้รับ ทำให้ปริมาณเงินในกองทุนกู้หนี้อยู่ในภาวะอันตราย และยังทำให้ปริมาณหนี้สาธารณะของรัฐบาลสเปนพุ่งสูงขึ้นอีกด้วย
ทั้งนี้ กลุ่มรัฐมนตรีคลังยูโรโซนจะเตรียมหารือเกี่ยวกับเงื่อนไขการขอรับเงินกู้ของสเปนอีกครั้งอย่างละเอียดในวันที่ 9 ก.ค. โดยแม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนเงินกู้ที่ทางยุโรปจะอนุมัติ แต่ทว่า ก่อนหน้านี้ผลการประเมินความเสียหายของภาคธนาคารในสเปนจากรายงานของผู้ตรวจสอบบัญชีเอกชนชี้ว่า ภาคธนาคาร สเปนต้องได้รับเงินช่วยเหลือระหว่าง 5.16.2 หมื่นล้านยูโร ซึ่งน้อยกว่าจำนวนที่ทางกลุ่มรัฐมนตรีคลังยูโรโซนเสนอให้ความช่วยเหลือสูงถึง 1 แสนล้านยูโร
ขณะเดียวกัน ฟิทช์ เรทติ้งส์ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชื่อดังของโลกประกาศตัดลดอันดับเครดิตของไซปรัสลง 1 อันดับจาก BBB- ลงสู่ BB+ ซึ่งเป็นระดับ “ขยะ” ไม่น่าลงทุน โดยอ้างว่าไซปรัสเผชิญความเสี่ยงมากขึ้น เนื่องจากประเทศต้องขอความช่วยเหลือทางการเงินจากนานาชาติเพิ่มขึ้นเพื่อกอบกู้ภาคธนาคารในประเทศ ซึ่งได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงินในกรีซ โดยก่อนหน้านี้ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส และสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ สถาบันจัดอันดับเครดิตอีก 2 แห่งของโลกได้ประกาศตัดลดความน่าเชื่อถือของไซปรัสลงสู่จังก์แล้ว
ทั้งนี้ ไซปรัสกำลังต้องการเงินทุนราว 1,800 ล้านยูโร หรือคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 10% ของผลผลิตมวลรวมประเทศภายในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ของไซปรัส ป๊อปปูลาร์ แบงก์ ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของประเทศ ซึ่งต้องแบกรับภาระหนี้จากการถือครองพันธบัตรรัฐบาลกรีซ และอีกราว 4,000 ล้านยูโร เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ภาคธนาคารของประเทศทั้งหมด ซึ่งต้องแบกรับภาระหนี้เสียจำนวนมหาศาล หลังเศรษฐกิจของไซปรัสหดตัวลงอย่างหนัก ส่งผลให้อัตราว่างงานพุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์
ฟิทช์คาดการณ์ว่า ไซปรัสอาจขอเงินกู้ช่วยเหลือจากรัสเซียราว 2,250 ล้านยูโรในปีหน้า และอาจยื่นขอจากประเทศสมาชิกยูโรโซนอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวเปิดเผยว่า รัฐบาลไซปรัสได้ยื่นหนังสือขอเงินกู้ช่วยเหลือจากยูโรโซนแล้วเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. แต่ทว่าทางโฆษกของคณะกรรมาธิการยุโรปยังคงปฏิเสธความเคลื่อนไหวดังกล่าว โดยระบุว่ายังไม่ได้รับหนังสือขอเงินกู้จากไซปรัสแต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีไซปรัสได้เรียกผู้นำพรรคการเมืองในประเทศเข้าประชุมฉุกเฉินในวันที่ 26 มิ.ย. เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์การเงินของประเทศโดยเร่งด่วน หลังถูกหั่นอันดับความน่าเชื่อถืออีกด้วย







