
ยุโรปอุ้มแบงก์สเปน 4 ล้านล.โลกรับมือผลเลือกตั้งกรีซ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวที่ร้อนแรงที่สุดคงหนีไม่พ้นข่าวคราวในยุโรป หลังประเทศซึ่งมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของยุโรปอย่างสเปน สร้างความประหลาดใจด้วยการขอเงินช่วยเหลือจากยุโรปเพื่อช่วยเหลือภาคธนาคารที่กำลังอยู่ในสภาพวิกฤตหนักจากปัญหาหนี้เน่าหลังฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์แตกเมื่อหลายปีก่อน โดยนักวิเคราะห์คาดว่าตัวเลขนั้นอาจสูงถึง 1 แสนล้านยูโร (ราว 4 ล้านล้านบาท)
เงินช่วยเหลือดังกล่าวจะส่งตรงไปยังกองทุนพิเศษที่รัฐบาลสเปนตั้งขึ้น และไม่มีเงื่อนไขผูกพันเหมือนกับในกรณีของกรีซ ไอร์แลนด์ หรือโปรตุเกส ที่ต้องรัดเข็มขัดเพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของอียูและตัวแทนจากเยอรมนีย้ำชัดว่า การดำเนินการใช้เงินเพื่อฟื้นภาคธนาคารของรัฐบาลสเปนในครั้งนี้จะอยู่ภายใต้การติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิดจากอียู ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) หรือ ทรอยกา
ขณะเดียวกัน รัฐบาลสเปนก็จะต้องเดินหน้าปฏิรูปธนาคารเช่นกัน
ทั้งนี้ ในเบื้องต้นหลายฝ่ายคาดว่า เงินช่วยเหลือดังกล่าวจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดได้ ทว่าเพียงไม่กี่วันหลังยุโรปอนุมัติเงินช่วยเหลือให้สเปน นักลงทุนก็กลับมาวิตกกังวลอีกครั้ง โดยหลายฝ่ายเกรงว่าการได้รับเงินช่วยเหลือครั้งนี้จะส่งผลให้ระดับหนี้สาธารณะของสเปนพุ่งสูงขึ้น
นอกจากนี้ ยังวิตกกังวลว่าเงินช่วยเหลือสเปนเป็นเพียงแค่การแก้ปัญหาชั่วคราว โดยที่ความเสี่ยงและปัญหาต่างๆ นั้นยังอยู่ครบ
หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารพาณิชย์สเปน 18 แห่ง ซึ่งรวมถึงธนาคารยักษ์ใหญ่อย่างแบงเกีย เนื่องจากกังวลว่าธนาคารหลายแห่ง ซึ่งกำลังแบกรับหนี้เสียภาคอสังหาริมทรัพย์จำนวนมหาศาล อาจไม่มีศักยภาพในการชำระหนี้ โดยข่าวดังกล่าวก็ได้ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ของรัฐบาลสเปน พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับแต่เริ่มใช้สกุลเงินยูโรที่ระดับ 6.81% เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.
ตามมาด้วย มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส ประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศสเปนลง 3 ขั้น จากระดับ A3 เหลือเพียง BAA3
สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงของสเปนส่งผลให้นักวิเคราะห์เริ่มหันมาจับตามองอิตาลีว่าจะเป็นรายต่อไปที่จะต้องเดินตามรอยสเปน และขอเงินช่วยเหลือหรือไม่ แม้นายกรัฐมนตรีอิตาลีจะยืนกรานว่าประเทศไม่ต้องการเงินช่วยเหลือก็ตาม
ในส่วนของความเคลื่อนไหวอื่นๆ ในยุโรปนั้น มูดี้ส์หั่นเครดิตธนาคารใน 4 ประเทศยูโรโซนรวด ได้แก่ ฝรั่งเศส เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก และเนเธอร์แลนด์
ด้าน อเล็กซิส ทริปราส หัวหน้าพรรคไซริซา ซึ่งเป็นพรรคซ้ายจัดของกรีซ แสดงความมั่นใจว่า แม้ว่าทางพรรคจะมีนโยบายฉีกแผนรัดเข็มขัด ซึ่งเป็นเงื่อนไขจากสหภาพยุโรปและไอเอ็มเอฟ เพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือ แต่ในที่สุดแล้วก็จะยังคงอยู่ในกลุ่มยูโรโซนต่อไป และรัฐบาลกรุงเอเธนส์จะได้รับความช่วยเหลือทางการเงินเหมือนเดิม หลังการเลือกตั้งรอบ 2 ที่จะเปิดคูหาในวันอาทิตย์นี้
ทั้งนี้ ผลสำรวจความคิดเห็นชาวกรีกส่วนใหญ่ชี้ว่าพรรคประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดี) ซึ่งเป็นพรรคที่ให้ความสนับสนุนแผนรัดเข็มขัด และพรรคไซริซาซึ่งต่อต้านแผนการรัดเข็มขัดนั้น จะได้รับคะแนนเสียงเท่ากัน ทว่าไม่มีพรรคไหนชนะขาดได้เสียงข้างมากพอที่จะตั้งรัฐบาลได้เหมือนดังเช่นการเลือกตั้งเมื่อครั้งก่อน สร้างความกังวลให้กับหลายฝ่ายว่ากรีซจะต้องออกจากการเป็นสมาชิกของยูโรโซนในที่สุด
ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์)
ขณะที่ธนาคารกลางทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่นหรือยุโรป เปิดเผยว่า เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์วิกฤตที่อาจจะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งกรีซ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของยุโรป โดยหลายประเทศเตรียมใช้มาตรการลดดอกเบี้ยในทันทีถ้าหากสถานการณ์วิกฤตหนี้ของยูโรโซนย่ำแย่ลง
ด้าน มาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ยืนยันว่า พร้อมที่จะเข้าแทรกแซงสถานการณ์และเสริมทุนให้กับธนาคารพาณิชย์ในกลุ่มยูโรโซนที่อาจจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตหนี้ ถ้ากรีซออกจากยูโรโซนจริง
พม่าเดือด ยูเอ็นลงพื้นที่ดูรัฐยะไข่ ซูจีป่วยระหว่างเยือนยุโรป
รัฐบาลพม่ารับปากว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้รัฐยะไข่ทางตะวันตกของประเทศกลับเข้าสู่ภาวะสงบเรียบร้อย หลังเกิดเหตุปะทะรุนแรงระหว่างชาวมุสลิมและชาวพุทธในพื้นที่ จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 28 คน จนทางการต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จากสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้ลงพื้นที่รัฐยะไข่เพื่อสำรวจและประเมินความช่วยเหลือ โดยยูเอ็นได้เรียกร้องให้บังกลาเทศรับชาวพม่าที่ต้องการหนีความรุนแรงในประเทศ หลังทางการปฏิเสธมาโดยตลอด โดยอ้างว่าอาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยในสังคม
ด้านอองซานซูจี ผู้นำการเรียกร้องประชาธิปไตยคนสำคัญในพม่า ได้ล้มป่วยระหว่างการเยือนสวิตเซอร์แลนด์ ทว่าผู้ติดตามของอองซานซูจียืนยันว่า อองซานซูจีอาการดีขึ้นแล้ว และพร้อมเดินหน้าปฏิบัติภารกิจตามกำหนดการเดิมอย่างแน่นอน
โดยในวันนี้ อองซานซูจีได้ขึ้นรับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ อีกด้วย







