posttoday
เลือกตั้งกรีซวันชี้ชะตาเศรษฐกิจโลก

เลือกตั้งกรีซวันชี้ชะตาเศรษฐกิจโลก

17 มิถุนายน 2555

วันนี้คือวันเลือกตั้งครั้งสำคัญของกรีซ และ‌กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งวันประวัติศาสตร์โลกที่‌กำลังจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชะตากรรม‌

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

วันนี้คือวันเลือกตั้งครั้งสำคัญของกรีซ และ‌กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งวันประวัติศาสตร์โลกที่‌กำลังจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชะตากรรม‌
เศรษฐกิจโลกที่อยู่ในอุ้งมือของประชาชนชาว‌กรีกไปเสียแล้ว หลังจากการเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อเดือนก่อนล้มเหลวไม่เป็นท่าจนไม่สามารถ
มีใครจัดตั้งรัฐบาลได้

ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของกรีซ ‌กำลังส่งอิทธิพลต่อชะตากรรมเศรษฐกิจของกลุ่ม‌ยูโรโซนและเศรษฐกิจโลกไปโดยปริยาย และ
ยากที่จะเลี่ยง ผลเลือกตั้งในวันนี้จะชี้ชะตาครั้ง‌สำคัญว่า กรีซจะเดินออกจากการเป็นสมาชิกยูโร‌โซนหรือไม่ หลังจากร่วมชะตากรรมกันมากว่า
10 ปี และสุดท้ายก็จบลงด้วยความล้มเหลว กรีซในวันนี้คือประเทศที่เต็มไปด้วยหนี้ สถานะคือ‌ชาติที่ล้มละลาย เป็นคนป่วยของยุโรปที่ใกล้สิ้น‌
ลมไปทุกขณะ

ต้องเข้าใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นได้‌อย่างไร และจะส่งผลอย่างไรต่อเศรษฐกิจยุโรป‌และเศรษฐกิจโลก และบทบาทของพรรค‌
การเมืองแต่ละพรรคในกรีซนั้นมีอิทธิพลต่อชะตากรรมของกลุ่มประเทศยูโรโซน 17 ชาติ‌ยุโรปที่ใช้เงินสกุลร่วม“ยูโร”อย่างไร

หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของการให้ความช่วย‌เหลือทางการเงินก้อนที่ 2 มูลค่า 1.3 แสนล้าน‌ยูโรจากสหภาพยุโรป และกองทุนการเงิน‌
ระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เมื่อต้นปีที่ผ่านมา‌นั้น มีขึ้นภายใต้เงื่อนไขสำคัญ‌ประการหนึ่ง นั่นก็คือ บรรดาพรรค‌การเมืองที่กำลังเข้าสู่ฤดูการเลือกตั้ง‌
ในวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น จะต้อง‌ตกปากให้คำมั่นกันก่อนว่า พรรคใดก็ตามที่ชนะการเลือกตั้งในครั้ง‌ดังกล่าว จะต้องให้คำมั่นสัญญาว่าจะ‌
เดินหน้านโยบายรัดเข็มขัดอย่างเคร่ง‌ครัด เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับ‌ความช่วยเหลือดังกล่าว

แน่นอนว่าบรรดาพรรคการเมืองใหญ่ที่ทรง‌อิทธิพลของกรีซที่เป็นตัวเต็งทั้งหลายยอมให้คำ‌มั่นแต่โดยดี ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาธิปไตยใหม่ ‌
(New Democraticหรือเอ็นดี) หรือพรรคปาซก ‌(Panhellenic Socialist Movement) ซึ่งเป็น 2 พรรคใหญ่ที่ครองบัลลังก์อำนาจของกรีซมาตลอดในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา

เลือกตั้งกรีซวันชี้ชะตาเศรษฐกิจโลก

ทว่า การใช้นโยบายรัดเข็มขัด‌เหล่านั้น แม้ว่าอาจจะช่วยให้‌ประเทศ“อยู่ต่อไปได้”แต่ก็กำลัง‌สร้างความเจ็บปวดให้กับประชาชน‌
ชาวกรีกอย่างร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็น‌การตัดลดค่าจ้างสวัสดิการ การขาย‌ทอดตลาดสินทรัพย์ของรัฐ การ‌แปรรูปรัฐวิสาหกิจ การขึ้นภาษีมูลค่า‌
เพิ่ม และภาษีอีกหลายๆ ตัว ไปจน‌ถึงการตัดลดปริมาณข้าราชการลง อันเป็นมรดก‌จากความเลวร้ายของการใช้นโยบายประชานิยม‌
พรรคการเมืองใหญ่ทั้งหลายในอดีต ที่มักใช้‌นโยบายเพิ่มตำแหน่งข้าราชการที่เต็มไปด้วย‌สวัสดิการชั้นเลิศล่อซื้อเสียงจากประชาชน

6 พ.ค. 2555 ที่ผ่านมา คือวันเลือกตั้งของกรีซ ซึ่งในอีกมุมหนึ่งอาจมองได้ว่าคือวัน ‌“กบฏประชาชน”เมื่อประชาชนผู้ออกเสียงชาว‌
กรีกแสดงความไม่พอใจและต่อต้านนโยบายรัด‌เข็มขัดดังกล่าวเหล่านั้นผ่านการกาสิทธิออกเสียง‌ให้กับพรรคการเมืองอื่นๆ ที่ไม่ใช่พรรคใหญ่ และ‌
ที่สำคัญชาวกรีกพากันเทคะแนนให้กับพรรค‌พันธมิตรฝ่ายซ้ายจัดมาแรงอย่าง“ไซรีซา”จนได้คะแนนเสียงมากเป็นประวัติการณ์ขึ้นมา‌
เป็นอันดับที่ 2 ทีเดียว เพราะพรรคการเมืองนี้ชูนโยบายเอาใจแรงงานและประชาชนทั่ว‌ประเทศ นั่นก็คือ“ฉีกแผนรัดเข็มขัดและสัญญา‌
ที่ให้ไว้กับยุโรป”ไปเสีย

ผลการเลือกตั้งในครั้งนั้น แม้ว่า‌พรรคเอ็นดีจะเข้าวินมาเป็น‌อันดับ 1 ได้เสียงไปทั้งสิ้น ‌18.9% แต่คะแนนที่ได้‌
รับก็ลดลงจากเดิมถึง ‌14.6% ส่วนพรรค‌อันดับ 2 คือ พรรคไซรีซา ‌คว้าไปได้ 16.8% เพิ่มขึ้นจากเดิม ‌
12.2% ถือว่าได้คะแนนมากที่สุดใน‌ประวัติศาสตร์ของพรรค และอันดับ 3 คือ พรรค‌ปาซก คว้าไปได้ 13.2% ลดลงจากเดิมถึง 30.7%

นั่นคือที่มาของความวุ่นวายที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่‌เดือนที่แล้ว และต้องมาตัดสินฎีกากันในการ‌เลือกตั้งครั้งใหม่ในวันนี้ 17 มิ.ย. 2555 หลังจาก
ที่การเลือกตั้งครั้งที่แล้วไม่มีพรรคการเมืองใด‌สามารถเอาชนะได้อย่างเด็ดขาด ไม่มีใคร‌สามารถจับมือกับพรรคการเมืองอื่นๆ ขึ้นจัดตั้ง‌รัฐบาลได้

การเลือกตั้งครั้งที่ 2 ที่เกิดขึ้นในวันนี้ จึงเป็น‌การต่อสู้ระหว่างพรรคขั้วอำนาจเก่าอย่างเอ็นดี ‌และปาซก ที่ยอมที่จะปฏิบัติตามเงื่อน‌
ไขของยูโรโซน กับพรรคไซรีซา ที่ตั้ง‌หน้าตั้งตาฉีกแผนประหยัด และ‌เตรียมคืนผลประโยชน์สิทธิประโยชน์‌แรงงานทั้งหลายยัดใส่มือประชาชน‌
อีกครั้ง แม้ว่าประเทศจะกำลังอยู่ใน‌ภาวะล้มละลายก็ตาม

และนั่นคือความวิตกกังวลใน‌วันนี้ คือความกลัวที่ยุโรปและชาว‌โลกต้องติดตาม เพราะถ้าหากไซรีซาชนะการ‌
เลือกตั้งครั้งล่าสุดก็อาจจะนำประเทศผิดเงื่อนไข‌คำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับสหภาพยุโรป และ‌ไอเอ็มเอฟ จนในที่สุดกรีซจะไม่ได้เงินช่วยเหลือ ‌
(หลังจากที่กรีซไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้หลัง‌การเลือกตั้งรอบแรก ยุโรปก็ได้ระงับการจ่ายเงิน‌ช่วยเหลือส่วนหนึ่งไว้แล้ว) และทางเลือกสุดท้าย‌
ก็คือการเดินออกจากกลุ่มยูโรโซน ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาคการ‌เงินของยุโรปและเศรษฐกิจโลกขนาด ‌8 ริกเตอร์ทีเดียว

ทั้งนี้ พรรคไซรีซาคือการรวมกลุ่ม‌การเมืองนิยมซ้ายสุดโต่งทั้งหลายเข้า‌ไว้ด้วยกัน มีผู้นำพรรคเป็นคนหนุ่มที่‌
มีลีลาการหาเสียงเป็นที่ถูกอกถูกใจ‌ผู้คนอย่าง อเล็กซิส ทซิปราส ผู้ซึ่ง‌มีจุดยืนที่แน่วแน่ว่า“ผมไม่เอา‌แผนรัดเข็มขัด”

จากสถานการณ์ที่ตีบตันของกรีซใน‌ปัจจุบัน นักวิเคราะห์ต่างชาติส่วนหนึ่ง‌มองว่า สิ่งที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับ‌
กรีซมากที่สุดก็คือออกจากกลุ่มยูโร‌โซนไปซะ เบี้ยวหนี้ไปทั้งหมด ไม่‌ว่าจะหนี้พันธบัตร หรือหนี้ที่‌
เป็นเงินช่วยเหลือจากยุโรป‌และไอเอ็มเอฟก้อนแรก‌เมื่อปีที่แล้ว และให้กรีซ‌หันไปเริ่มต้นอนาคต‌ใหม่กับเงินสกุลเดิม‌ของตัวเองแทน

พูดง่ายๆ ‌ก็คือ กรีซ‌ควรจะ“ล้มบนฟูก”ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดนั่นเอง

มาร์ติน เฟลด์สไตน์ ศาสตราจารย์ด้าน‌เศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในสหรัฐ ‌มองไปทิศทางนี้เช่นกันว่า กรีซควรจะเลือกเดิน‌
ออกจากยูโรโซนไป เพราะเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เศรษฐกิจของกรีซกลับมามีชีวิตได้ต่อ เนื่อง‌จากกรีซจะได้ประโยชน์จากค่าเงินของตัวเองที่‌
จะอ่อนค่าลง อันจะเสริมศักยภาพการแข่งขันใน‌ตลาดไปในตัว แม้ว่าการออกจากยูโรโซนของกรีซ‌นั้นอาจจะทำให้เศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรงใน‌
ช่วงแรกก็ตาม ซึ่งธนาคารกลางกรีซคาดว่า‌เศรษฐกิจจะหดตัวลงไปถึง 22% การว่างงานจะพุ่งไปที่ 34% รายได้ประชากรต่อหัวต่อจีดีพี|
จะลดลงไปถึง 55% และอัตราเงินเฟ้อจะพุ่งไปถึง 30% ก็ตาม

แต่ทว่าสำหรับภาครัฐและภาคธนาคารต่างๆ ‌ทั่วยุโรปที่ล้วนแต่เป็นเจ้าหนี้นั้น คงไม่คิดเช่นนั้น‌แน่ และถ้าหากกรีซทำเช่นนั้นจริงก็จะส่งผล‌กระทบทางจิตวิทยาไปยังประเทศอื่นที่เต็มไป‌
ด้วยหนี้พอกหางหมูเหมือนกัน จนกลายเป็น ‌“โดมิโนเอฟเฟกต์”พาเหรดกันล้มบนฟูกและเดิน‌ออกจากยูโรโซนกันเป็นทิวแถว ไม่ว่าจะเป็น... ‌
โปรตุเกส สเปน อิตาลี และไอร์แลนด์ ซึ่งบางคน‌ถึงกับมองว่า หากกรีซออกจริงจะมีประเทศใด‌ประเทศหนึ่งใน 4 ประเทศนี้ จะออกจาก‌ยูโรโซนตามก้นกรีซไปแน่นอน

เลือกตั้งกรีซวันชี้ชะตาเศรษฐกิจโลก

และในที่สุดภาคธนาคาร‌ของยุโรปจะคือ“คนซวย”‌ที่สุด เพราะในปัจจุบัน‌ธนาคารพาณิชย์‌ทั่วยุโรปถือ‌หนี้ของ 4 ‌ประเทศข้าง‌ต้นรวมกันไว้ใน‌มือคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 1.2 ล้านล้าน‌ยูโร! (ราว 48 ล้านล้าน‌บาท)

สมมติฐานแรกถ้าหาก‌พรรคไซรีซาชนะการเลือกตั้ง‌จะเกิดอะไรขึ้น แน่นอนว่าสมมติ‌
ฐานนี้มีความเป็นไปได้“สูงมาก” จาก‌การสำรวจความเห็นประชาชนกรีซ‌ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาไซรีซาได้คะแนน‌ความนิยมสูงมากขึ้นเรื่อยๆ เบียดกับพรรคเอ็นดี‌
ได้อย่างไม่น่าเชื่อ หากไซรีชาชนะ ทซิปราส ก็จะ‌ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ และจะเดินหน้าฉีก‌แผนรัดเข็มขัดทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ค่าเงินยูโรจะอ่อนค่าลงอย่างฮวบฮาบ ตลาดการเงินยุโรปจะ‌
ปั่นป่วน ในขณะเดียวกันนักลงทุนจะวิ่งหนีเข้าซบสกุลเงินเหรียญสหรัฐ และเงินเยนที่จะแข็งค่า‌อย่างรวดเร็ว ผลตอบแทนพันธบัตรของสหรัฐ‌และเยอรมนีจะลดต่ำลง สวนทางผลตอบแทน‌
พันธบัตรของสเปน อิตาลี ที่กำลังประสบกับวิกฤต‌หนี้จะพุ่งขึ้นอย่างน่าตกใจ ความปั่นป่วนในตลาด‌ทุนยุโรปจะเกิดขึ้นอย่างไม่น่าสงสัย

โกลด์แมน แซคส์ คาดการณ์ว่าหากกรีซออกจริงยังจะส่งผลให้ผลผลิตมวลรวมประชาชาติ ‌
(จีดีพี) ของกลุ่มยูโรโซนจะหดตัวลงทันที 2% และหากประเทศอื่นๆ เดินออกตามยูโรโซนแตกออกเป็นเสี่ยงๆ จีดีพีจะหดตัวลงเป็นตัวเลข2 หลัก!

แต่ถ้าหากในกรณีที่พรรคเอ็นดีชนะการ‌เลือกตั้งหรือจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ ก็ยังมีความ‌เป็นไปได้พอสมควร ถ้าหากประชาชนชาวกรีก‌เริ่มกลับใจและสำเหนียกได้ว่า การก่อกบฏผ่าน‌
คูหาเลือกตั้งนั้นรังจะทำให้ประเทศเข้าสู่ภาวะตีบ‌ตันมากขึ้น แต่แม้ว่าถ้าประชาชนกลับไปเทเสียงให้กับพรรคเอ็นดี ก็ใช่ว่าปัญหาจะหมดไปเสีย‌
เมื่อไหร่ และไม่ได้ทำให้กรีซ“หมดหนี้”ไปในพริบตา แต่จะเป็นการดึงให้ปัญหาและแนวทาง‌การแก้ปัญหากลับคืนมาสู่วิถีเดิม กลับสู่เส้นทาง‌เดิมที่ยูโรโซนกำหนดไว้ก็เท่านั้น กรีซจะได้รับเงิน‌
ช่วยเหลือก้อนต่อไป แต่ก็ต้องแลกมาด้วยกับ‌มาตรการรัดเข็มขัดสุดโหดต่อไปเช่นกัน ชาวกรีก‌จะได้รับผลกระทบอันเลวร้ายจากการตัดลด‌งบประมาณของภาครัฐ

แต่ในอีกด้านแรงกดดันในกลุ่มยูโรโซนก็จะเริ่ม‌ผ่อนคลายลง ทว่าใช่ว่าปัญหาหนี้ของยุโรปจะหาย‌
ไปเสียเมื่อไหร่ เพราะยังมีประเทศอื่นๆ ที่ยังต้อง‌ตามล้างตามเช็ดกันต่อ ไม่ว่าจะเป็นสเปนที่เพิ่งจะ‌ตกลงรับความช่วยเหลือให้กับภาคธนาคารไป 1 ‌
แสนล้านยูโร และไหนจะอิตาลีที่กำลังส่ออาการ‌ระยะสุดท้ายกับปัญหาหนี้ที่พอกหางหมู และ‌เศรษฐกิจถดถอยครั้งวิกฤตที่สุดของประเทศทีเดียว

สมมติฐานสุดท้ายถ้าหากไม่มีพรรคใดได้‌เสียงเด็ดขาดเหมือนเดิม จัดตั้งรัฐบาลกันไม่ได้อีก ‌กรีซก็จะต้องกำหนดวันเลือกตั้งกันใหม่เป็นครั้งที่ ‌
3 แต่ต้องไม่ลืมว่าแรงกดดันและความวิตกกังวล‌จะยิ่งทวีคูณ เพราะในวันที่ 30 มิ.ย.ที่จะถึงนี้คือวัน“เส้นตาย”ที่กรีซจะต้องผ่านมาตรการ
รัดเข็มขัดตามที่ให้สัญญาไว้กับสหภาพยุโรปถึง ‌77 มาตรการ เพื่อแลกกับความช่วยเหลือก้อน‌ต่อๆ ไป และถ้ากรีซพลาด นั่นหมายถึงการออก‌จากยูโรโซน

อะไรจะเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจโลกแลเศรษฐกิจ‌เอเชีย ถ้าหากผลการเลือกตั้งออกมาไปในทิศทาง‌ที่บีบบังคับให้กรีซออกจากยูโรโซน ดังในสมมติ‌ฐานแรก?

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69