
กรีซแห่ถอนเงินวุ่นผวาหลุด"ยูโรโซน"
เผยชาวกรีซแห่ถอนเงินก่อนศึกเลือกตั้งวันละ 500 ล้านยูโร หวั่นสถานะประเทศในยูโรโซน
เผยชาวกรีซแห่ถอนเงินก่อนศึกเลือกตั้งวันละ 500 ล้านยูโร หวั่นสถานะประเทศในยูโรโซน
บลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งหนึ่งของกรีซว่า ในช่วงก่อนศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีกรีซ ซึ่งจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 17 มิ.ย.นี้ ชาวกรีซได้แห่ถอนเงินฝากออกจากธนาคารในประเทศเป็นจำนวนมาก โดยคาดว่าตัวเลขอาจสูงถึงวันละ 500 ล้านยูโร (ราว 2 หมื่นล้านบาท) ท่ามกลางความกังวลว่า ชัยชนะของพรรคซ้ายจัดอาจส่งผลให้กรุงเอเธนส์ต้องออกจากกลุ่มยูโรโซน
รายงานระบุว่าชาวกรีซส่วนใหญ่กังวลว่า หากประเทศออกจากกลุ่มยูโรโซนและกลับไปใช้สกุลเงินดรักมาค่าเงินก็จะอ่อนลงอย่างมาก ดังนั้นประชาชนจึงรีบถอนเงินยูโร เพื่อนำมาเก็บไว้ในสถานที่ที่ปลอดภัย โดยนับตั้งแต่เกิดวิกฤตหนี้กรีซเมื่อปลายปี 2553 ชาวกรีซได้ถอนเงินฝากออกจากธนาคารแล้วทั้งหมดกว่า 7.2 หมื่นล้านยูโร (ราว 2.88 แสนล้านบาท)
โทมัส คอสเติร์ก นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ระบุว่า การแห่ถอนเงินครั้งนี้อาจส่งผลให้กรีซกลับมาใช้สกุลเงินดรักมาเร็วขึ้น
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์กำลังจับตามองการเลือกตั้งกรีซในวันอาทิตย์นี้อย่างใกล้ชิดเนื่องจากชัยชนะของพรรคไซรีซา ซึ่งเป็นพรรคซ้ายจัดที่ประกาศต่อต้านแผนรัดเข็มขัด หรือความล้มเหลวในการจัดตั้งรัฐบาลอาจส่งผลให้กรีซต้องออกจากยูโรโซน
วันเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสเปน ซึ่งเพิ่งได้รับอนุมัติเงินช่วยเหลือภาคธนาคารจากยุโรปนั้น พุ่งสูงสุดรอบ 17 ปี นับแต่เริ่มใช้สกุลเงินยูโรที่ระดับ 6.81% เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ภายหลังฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารพาณิชย์สเปน 18 แห่ง ซึ่งรวมถึงธนาคารยักษ์ใหญ่อย่างแบงเกีย เนื่องจากกังวลว่าธนาคารหลายแห่ง ซึ่งกำลังแบกรับหนี้เสียภาคอสังหาริมทรัพย์จำนวนมหาศาลอาจไม่มีศักยภาพในการชำระหนี้
ขณะที่ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือธนาคารไซปรัส 2 แห่ง โดยอ้างความเสี่ยงจากการถือครองหนี้กรีซ
ในส่วนของความเคลื่อนไหวอื่นๆ ในยุโรปนั้น นายกรัฐมนตรี มาริโอ มอนติ ของอิตาลี ยืนยันว่าไม่ต้องการเงินช่วยเหลือ หลังถูกจับตามองว่าจะเป็นชาติถัดไปที่จะต้องขอเงินจากยุโรป







