
ชาวกรีกผวาตกเป็นเป้าโจรเหตุแห่ถอนเงินซุกไว้ในบ้าน
ชาวกรีกผวาขโมยเปลี่ยนเป้าหมาย เล็งบ้านธรรมดา เพราะยกเค้าง่าย ไร้การป้องกัน หลังวิกฤตหนี้ทำคนแห่ถอนเงินจากธนาคารมาเก็บไว้กับตัว
ชาวกรีกผวาขโมยเปลี่ยนเป้าหมาย เล็งบ้านธรรมดา เพราะยกเค้าง่าย ไร้การป้องกัน หลังวิกฤตหนี้ทำคนแห่ถอนเงินจากธนาคารมาเก็บไว้กับตัว
รอยเตอร์ เปิดเผยรายงาน เมื่อวันที่ 25 พ.ค. โดยอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจกรีซ ที่ระบุว่า จำนวนการแจ้งความคดีปล้นจี้ชิงทรัพย์ หรือยกเค้าบ้านเรือนประชาชนชาวกรีกเพิ่มสูงขึ้น โดยผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุในวัยเกษียณที่เพิ่งจะถอนเงินบำนาญทั้งหมดที่เก็บไว้ออกมาจากธนาคาร และนำมาเก็บซ่อนไว้ที่บ้าน
เจ้าหน้าที่ทางการ ระบุว่า พฤติกรรมดังกล่าวทำให้บรรดาแก๊งมิจฉาชีพที่เคยเล็งปล้นเฉพาะสถานที่เก็บสมบัติอย่างธนาคาร หรือร้านจิวเวลรีเปลี่ยนเป้าหมายมาไล่ตามติดคนกลุ่มนี้มากขึ้น เนื่องจากเป็นการปล้นที่ไม่ต้องวางแผนมากมาย และไม่ต้องเสี่ยงกับสัญญาณนิรภัยต่างๆ ตลอดจนยากต่อการติดตามคืน
แอนเดรียส์และเอมิเลีย คาราบาลิส คู่สามีภรรยาวัย 80 ปี ซึ่งตกเป็นเหยื่อปล้นเงินในกรณีนี้ ระบุว่า ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะมีวันที่ตนเองถูกทำร้ายและโดนปล้นคาบ้าน แม้จะยังตระหนกไม่หาย แต่ความเสียใจมีมากกว่า เนื่องจากเงินที่หายไปนั้นก็คือเงินเก็บชั่วชีวิต
ทั้งนี้ ข้อมูลจากธนาคารกลางกรีซ ระบุว่า ในช่วงระหว่างเดือน ม.ค. 2554 จนถึงเดือน มี.ค. 2555 ชาวกรีกถอนเงินออกจากธนาคารทั่วประเทศแล้วกว่า 7.2 หมื่นล้านยูโร (ราว 2.8 ล้านล้านบาท) หรือเกือบ 7,000 ยูโรต่อคน (ราว 2.78 แสนบาท) ส่งผลให้เหลือเงินหมุนเวียนในระบบเพียง 1.65 แสนล้านยูโร (ราว 6.44 ล้านบาท) โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า จำนวนผู้ถอนเงินออกจากธนาคาร หรือปิดบัญชีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ประชาชนแห่ถอนเงินสืบเนื่องมาจากความกลัวว่าปัญหาหนี้สาธารณะของประเทศ อาจทำให้กรีซต้องออกจากกลุ่มยูโรโซน จนอาจทำให้เงินที่ฝากไว้ในธนาคารสูญหายสลายมูลค่าไปในพริบตา
นอกจากกระแสถอนเงินจะเป็นเหตุให้จำนวนคดีอาชญากรรมตามท้องที่ต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น จนเจ้าหน้าที่ทางการต้องออกประกาศเตือนและวอนให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบบการเงินการธนาคารของประเทศแล้ว บรรดานักโบราณคดีต่างออกมาคาดการณ์ว่า กระแสดังกล่าวอาจทำให้การขุดค้นพบสมบัติเฟื่องฟูขึ้นมาอีกครั้งในอนาคต
จอร์จ ริจินอส จากสมาคมนักโบราณคดีกรีซ ระบุว่า วิกฤตการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นช่วงสงครามหรือช่วงยากลำบาก ทำให้ผู้คนเริ่มหาทางเก็บซ่อนทรัพย์สินมีค่า เช่น เหรียญเงิน ทองคำ ทองแดง หรืออัญมณีเครื่องประดับมากมาย ด้วยหวังว่าเมื่อผ่านเวลาเหล่านั้นไปได้ก็จะได้นำกลับมาใช้อีกครั้ง
“แต่บางครั้งเจ้าของก็ตายไปเสียก่อน ทำให้สมบัติเหล่านั้นตกอยู่ในมือนักโบราณคดี โดยวิกฤตการณ์ในครั้งนี้อาจทำให้เกิดกรุสมบัติวิกฤตยูโรโซนปี 2012 ก็เป็นได้” ริจินอส กล่าว
เจ้าหน้าที่อาวุโสธนาคารรายหนึ่ง ได้เล่าถึงกรณีของครอบครัวหนึ่งที่เกาะโรเดส ในทะเลอีเจียน ซึ่งหัวหน้าครอบครัวที่ตายไปเพิ่งจะถอนเงินออกจากธนาคารไปซ่อนไว้ แต่ไม่ยอมบอกใครถึงเรื่องจำนวนเงินและที่ซ่อน ทำให้ความลับตายไปพร้อมกัน เดือดร้อนถึงครอบครัวที่ต้องช่วยกันควานหาจนแทบจะรื้อบ้านทิ้ง แต่ก็ยังหาไม่พบจนทุกวันนี้







