posttoday

3 ยอดขุนพลแผ่นดินเดือด (11)

20 พฤษภาคม 2555

3 ยอดขุนพลแผ่นดินเดือด (11)

3 ยอดขุนพลแผ่นดินเดือด (11)

ต้นปีเทนโชที่ 6 โนบุนากะได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่เพิ่งจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอำมาตย์ขวาระดับ 2 น้อยเมื่อปลายปีที่แล้ว คราวนี้ได้รับแต่งตั้งขึ้นเป็นระดับ 2 ใหญ่อีก นั้นเท่ากับว่าจักรพรรดิโอกิมาจิประกาศสนับสนุนโนบุนากะอย่างเต็มที่

ในเดือน 3 ปีนั้น อุเอะซึกิ เคนชิงแห่งเอจิโงะ ด่วนเสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน และด้วยที่เคนชิงไม่มีบุตรสืบทอดตำแหน่ง จึงเกิดศึกแย่งชิงตำแหน่งผู้สืบทอดระหว่างบุตรบุญธรรมทั้ง 2 ขึ้นภายในแคว้น หนึ่งคือ อุเอะซึกิ คาเงะคัตสึเดิมมาจากตระกูลนางาโอะ กับอุเอะซึกิ คาเงะโทระ ที่มาจากตระกูลโฮโจ สงครามกินเวลายืดเยื้อถึง 2 ปี ในที่สุด คาเงะคัตสึ ก็ได้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าแคว้น

แต่ในขณะที่เกิดศึกภายในแคว้นเอจิโงะนั้น โนบุนากะก็ถือโอกาสนี้รุกเข้ายึดชิงพื้นที่ในอาณัติของเอจิโงะไปเสียหลายเขต เป็นต้นว่าทางเขตแคว้นฮิดะ ถึงเอทจู ก็ให้ ไซโต โทชิฮารุ นำทัพเข้าชิงพื้นที่ ส่วนด้านโนโต และคางะ ได้ให้ ชิบาตะ คัตสึอิเอะ เข้าช่วงชิง

ช่วงนี้เรียกได้ว่าเป็นช่วงที่โนบุนากะแผ่ขยายอิทธิพลอย่างเต็มที่ ได้ปรับตำแหน่งขุนพลในสังกัดขึ้นเป็นไดเมียว หรือเจ้าหัวเมือง แล้วให้อิสระในการบริหารภาษีภายใน หรือแม้แต่การจัดกองกำลังเพื่อการขยายพื้นที่ตามภูมิภาคต่างๆ เป็นต้นว่าทางด้านภูมิภาคคินกิ ได้ให้ อาเคจิ มิทซึฮิเดะ รับผิดชอบ เลยไปจากนั้นในภูมิภาคซันโย  และซันอิน  ให้ ฮาชิบะ ฮิเดะโยชิ  จัดการ แล้วให้ โตกุกาวะ อิเอะยาสึ แผ่ขยายตามทางโทไคโด ฯลฯ มีข้อสังเกตเรื่องการแผ่ขยายอำนาจครั้งนี้ว่า อิเอะยาสึนิยมการใช้การเจรจามากกว่าการใช้กำลังเข้ายึดชิง

ส่วนทางด้านการแผ่ขยายอำนาจลงในภูมิภาคชูโกกุ นั้น กระดูกชิ้นโตของโนบุนากะก็คือ ตระกูลโมริ ที่ออกอาการชัดเจนว่ายังถือหางโชกุนโยชิอากิ และวัดอิชิยามะฮงกันอยู่ และก่อนที่การแผ่ขยายอำนาจจะมาถึง จึงได้ส่งทหารขึ้นไปบุกปราสาทอุเอะสึกิ แคว้นฮาริมะ โดยอ้างว่ายกทัพมาจับกุม ยามานะกะ ยูกิโมริ และอะมาโงะ คัตสึฮิสะ ที่เอาใจออกห่างไปเข้าด้วยกับโนบุนากะ โนบุนากะจึงได้บัญชาให้ฮิเดะโยชิเคลื่อนกำลังพล 1 หมื่นนายลงไปช่วยเหลือ แต่ด้วยกำลังข้างฝ่ายของโมริมีมากถึง 3 หมื่นนาย โนบุนากะก็ได้บัญชาให้ อารากิ มุราชิเกะ นำทัพจากเซทซึลงไปช่วย แต่มุราชิเกะได้เปลี่ยนข้างไปเข้าด้วยกับพวกวัดฮงกันแล้ว จึงได้เพิกเฉยต่อคำบัญชาการของโนบุนากะ โนบุนากะจึงนำทัพ 5 หมื่นนาย ลงไปกำราบความเหิมเกริมของมุราชิเกะ ตีปราสาทอาริโอกะแตกลงในเดือน 10 ปีนั้น

3 ยอดขุนพลแผ่นดินเดือด (11)

ทางด้านศึกปราสาทอุเอะสึกิที่ขาดทัพหนุน โนบุนากะได้สั่งให้ฮิเดะโยชิถอนกำลังออกมาก่อน ปล่อยให้พวกอะมาโงะถูกล้อมจับและบังคับให้คว้านท้องไป คราวนี้โนบุนากะหันมาจัดการกับพวกวัดฮงกันฐานกำลังสำคัญของพวกต่อต้าน จึงวางแผนให้ตัดเส้นทางลำเลียงกำลังทะเลของกองทัพโมริ โดยให้ คุกิ โยชิทากะ สร้างเรือหุ้มเกราะแบบใหม่ที่สามารถทนทานต่อธนูไฟและระเบิดเพลิงได้ ทดแทนเรือหุ้มเกราะแบบเดิมที่งุ่มง่ามและขาดประสิทธิภาพการป้องกัน ในเดือน 11 ปีนั้น เรือหุ้มเกราะแบบใหม่เพิ่งสร้างเสร็จเพียง 6 ลำเท่านั้น แต่โนบุนากะก็เห็นว่าเพียงพอแล้ว จึงให้ทัพเรือเปิดศึกทางทะเลทันที

ในตอนนั้นทัพเรือของโมริปรากฏขึ้นที่ปากแม่น้ำคิซึ อีกครั้ง ด้วยจำนวนเรือที่มากกว่า โมริให้มุราคามิแปรกระบวนเรือเป็นการปิดล้อมและโจมตีด้วยธนูไฟตามแผนเดิม แต่เพราะเรือหุ้มเกราะลำใหม่นี้มีความสามารถทนทานไฟได้อย่างดี พร้อมกับได้ติดตั้งปืนใหญ่ไว้รอบตัว คุกิจึงเลือกยิงเรือหัวหมู่นายกองก่อน เรือสำคัญๆ ของมุราคามิทยอยจมลงทีละลำๆ พวกเรือทหารเลวก็เกิดการเสียกระบวน อีกทั้งเรือพิฆาตของโมริไม่สามารถเข้าถึงระยะโจมตีเรือของคุกิได้ แล้วเมื่อเห็นว่าไม่สามารถทำอะไรได้มาก พวกโมริจึงล่าถอยกลับฐานที่มั่น ทำให้ศูนย์กลางอำนาจของวัดฮงกันขาดกำลังหนุน แต่กระนั้นโนบุนากะก็ยังต้องใช้เวลาถึง 2 ปี จึงสามารถกดดันให้ เคนเนียว ผู้นำวัดฮงกันยอมสยบกับอำนาจของโนบุนากะ

ก่อนหน้าร้อนในปีต่อมา ฮาตะโน ฮาตะโน ฮิเดะฮารุ ผู้ผันแปรก็ถูกจับกุมและสำเร็จโทษ ในขณะที่ มุราชิเกะ ได้ทิ้งลูกทิ้งเมียหลบหนีไป โนบุนากะจึงสั่งประหารล้างโคตรของอารากิ ส่วนศึกทางฝั่งโมริ ฮิเดะโยชิได้เกลี้ยกล่อมให้ อุกิตะ นาโออิเอะ แห่งแคว้นบิเซ็น หันมาเข้าด้วยกับโนบุนากะ จึงทำให้โมริสูญเสียหน้าด่านที่สำคัญ ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนเป็นเสียเปรียบในที่สุด และนี่เท่ากับเป็นการหยุดยั้งการทัดทานของกลุ่มอำนาจที่สนับสนุนโชกุนโยชิอากิโดยสิ้นเชิง

แล้วในเดือน 11 ปีนั้น โนบุนากะได้อัญเชิญองค์ชายซาเนะฮิโตชินโนให้เสด็จประทับที่ปราสาทนิโจหลังใหม่ พร้อมกันนั้นได้รับเอาบุตรชายลำดับที่ 5 ขององค์ชาย เข้าเป็นบุตรบุญธรรมด้วย

ในช่วงเดียวกันนั้น โนบุนากะได้มีคำสั่งให้ โนบุยาสึ ลูกเขยและเป็นทายาทของอิเอะยาสึต้องคว้านท้อง ด้วยความผิดที่สมรู้ร่วมคิดกับตระกูลทาเคดะก่อความไม่สงบขึ้น เรื่องนี้อิเอะยาสึต้องแสดงความภักดีโดยการควบคุมตัวโนบุยาสึและผู้ก่อการทั้งหลายมาคว้านท้องด้วยตัวเอง

นอกจากนี้ ทางฝั่งแคว้นอิงะได้เกิดเหตุไม่สงบขึ้น เมื่อ ชิตะยามะ คาอิ นินจาคนหนึ่งได้รายงานเรื่องการเอาใจออกห่างของพวกเหล่านินจาอิงะ ต่อโนบุคาซึ บุตรชายคนรองของโนบุนากะผู้ดูแลเขตแคว้น มิพักรอช้า โนบุคาซึได้เร่งระดมกำลังเข้าจัดการกับพวกอิงะในทันที แต่ด้วยความอ่อนด้อยทางกลศึก ทัพของโนบุคาซึตกลงในหลุมพรางของพวกอิงะ กลายเป็นความพ่ายแพ้ยับเยิน งานนี้สร้างความไม่พอใจให้กับโนบุนากะเป็นอย่างมากที่ทำการศึกโดยพลการ ถึงกับคาดโทษบุตรชายของตนไว้อย่างรุนแรง

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ดันงบ 152 ล้านเหรียญ หวังฟื้นเรือนจำอัลคาทราซอีกครั้ง