
แผนแก้หนี้กรีซส่อสะดุด
พรรครัฐบาลพ่ายการเลือกตั้ง อดครองเสียงข้างมากในสภา
พรรครัฐบาลพ่ายการเลือกตั้ง อดครองเสียงข้างมากในสภา
แผนแก้วิกฤตหนี้ของกรีซสั่นคลอน หลังพรรคใหญ่ที่สนับสนุนการรัดเข็มขัดได้รับคะแนนเสียงไม่พอ ด้านเยอรมนียันกรีซต้อง เดินหน้ารัดเข็มขัด
สถานการณ์วิกฤตหนี้ของกรีซส่อเค้าทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง ภายหลังพรรคการเมืองใหญ่ได้แก่พรรคประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดี) และพรรคปาซก ซึ่งเป็นสองพรรคที่สนับสนุนมาตรการรัดเข็มขัดเพื่อกอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ ไม่สามารถคว้าคะแนนเสียงได้มากพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลร่วมเพื่อคุมที่นั่งในสภาได้อย่างเบ็ดเสร็จ ขณะที่พรรคเล็กมากถึง 5 พรรคทั้งซ้ายจัดและขวาจัด ซึ่งต่อต้านการรัดเข็มขัดสามารถคว้าที่นั่งในสภาได้เกินคาด
กระทรวงมหาดไทยกรีซ เปิดเผยว่า พรรคเอ็นดีได้คะแนน 19.18% หรือ 109 ที่นั่ง จากทั้งหมด 300 ที่นั่ง อันดับ 2 ได้แก่ พรรคไซริซา ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายซ้าย โดยได้รับคะแนนเสียงเกินคาดที่ 16.3% หรือ 50 ที่นั่ง ส่วนพรรคปาซกมาเป็นอันดับ 3 ที่ 13.6% หรือ 42 ที่นั่ง
สำหรับที่นั่งที่เหลือนั้นตกเป็นของพรรคเล็กอีก 4 พรรค ได้แก่ พรรคอินดีเพนเดนต์กรีก ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวา ได้ 33 ที่นั่ง พรรคกรีกคอมมิวนิสต์ ได้ 26 ที่นั่ง พรรคโกลเดน ดอว์น ซึ่งเป็นพรรคนีโอ-นาซี หรือเผด็จการ ได้ 21 ที่นั่ง และพรรคประชาธิปไตยซ้ายได้ 19 ที่นั่ง
ผลการเลือกตั้งดังกล่าวจึงส่งผลให้สถานการณ์การเมืองของกรีซส่อวุ่น เนื่องจากหากพรรคเอ็นดีไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ก็อาจส่งผลให้ต้องมีการเลือกตั้งใหม่
ยิ่งไปกว่านั้นคือ นักวิเคราะห์ต่างเกรงว่าแผนกู้วิกฤตหนี้ของกรีซอาจต้องหยุดชะงักลงหรือล้มเหลว หากกรีซไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ หรือหากการเข้าสู่สภาของพรรคเล็ก ซึ่งต่อต้านแผนรัดเข็มขัดขวางการออกมาตรการรัดเข็มขัดเพิ่มเติม เนื่องจากการรัดเข็มขัดนั้นถือเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ยุโรปกำหนดเพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือกรีซ
“พรรคที่เคยลงนามในข้อตกลงเดิมกับไอเอ็มเอฟและอียู ขณะนี้ได้กลายเป็นเสียงส่วนน้อยแล้ว” อเล็กซิส ซีปราส หัวหน้าพรรคไซริซา กล่าว
โฮล์เกอร์ ชไมดิง นักเศรษฐ ศาสตร์จากธนาคารเบเรนเบิร์ก กล่าวว่า แนวโน้มของรัฐบาลชุดใหม่นั้นไม่ชัดเจนเลย ดังนั้นเป็นไปได้สูงมากที่ยุโรปจะยกเลิกเงินช่วยเหลือกรีซ และปล่อยกรีซออกจากยูโรโซนในที่สุด
วันเดียวกัน สเตฟาน ไซเบิร์ด โฆษกนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล แห่งเยอรมนี เปิดเผยว่า กรีซจำเป็นต้องเดินหน้าปฏิรูปต่อไป หากหวังจะได้รับเงินช่วยเหลือจากยุโรป
“กรีซจำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อตกลงเดิม ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับกรุงเอเธนส์” ไซเบิร์ด กล่าว
ทั้งนี้ ตามข้อตกลงเดิม กรีซจำเป็นต้องออกมาตรการรัดเข็มขัดเพิ่มอีก 1.15 หมื่นล้านยูโร (4.6 แสนล้านบาท) ภายในเดือน มิ.ย.ที่จะถึงนี้ มิฉะนั้น จะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม







