
ไปเที่ยวเกาหลีรับฤดูใบไม้ผลิ
ปลอมตัวมาเกาหลีเป็นวันที่สองแล้วค่ะ เป็นครั้งแรกที่ปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยวจริงๆ คือ ไปไหนแล้วแต่ไกด์บริษัททัวร์จะพาไป
ปลอมตัวมาเกาหลีเป็นวันที่สองแล้วค่ะ เป็นครั้งแรกที่ปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยวจริงๆ คือ ไปไหนแล้วแต่ไกด์บริษัททัวร์จะพาไป
กินสิ่งที่เตรียมไว้ให้และนั่งเงียบฟังไกด์บรรยายอย่างเดียว ไม่มีข้อคัดค้านหรือเสียงในฟิล์มภาษาเกาหลีเล็ดลอดออกมา แม้ว่าจะคันปากตงิด อึดอัดขัดใจจนอยากจะขึ้นควงไมค์บรรยายหน้ารถแทนไกด์ซะเลย... ผ่านไป 2 วัน จึงคิดได้ว่านิ่งไว้ก็ดี ตามคำโบราณที่บอกไว้ว่า “พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง” ด้วยเหตุผล 2 ประการ...
ประการแรก การทำตัวเป็นน้ำล้นถ้วยย่อมทำให้หมดโอกาสที่จะรับรู้ทัศนะของคนอื่น ประการที่ 2 แม้ว่าน้ำจะไม่ล้นถ้วย แต่พูดไปแล้วอาจทำให้น้ำศักดิ์สิทธิ์ในถ้วยของคนอื่นหกกระเด็นออกมา แล้วคนพูดก็อาจถูกหมั่นไส้ปล่อยทิ้งไว้ข้างทางที่ใดที่หนึ่งก็ได้ จึงทำให้สงบปากสงบคำไว้ก่อนด้วยความเห็นใจ เข้าใจ ปนสยองเล็กๆ... ยังไงก็ตาม เดี๋ยวจะต้องส่งหนังสือรวมเล่มของ “เชกา” ไปให้ไกด์อ่านภายหลัง ต่อไปจะได้สามารถอธิบายเรื่องเกี่ยวกับเกาหลีให้แก่ลูกทัวร์ได้อย่างถูกต้อง มิฉะนั้นสิ่งที่นักท่องเที่ยวจะได้กลับมาจากเกาหลีก็มีเพียงรูปภาพสวยๆ สิ่งของช็อปปิ้งกับกลิ่นหมูย่างที่ติดผ้าลึกถึงชุดชั้นในแบกกลับมาซักที่บ้านเท่านั้น ... อ่ะ...คิดไปแล้วก็ให้สงสัยว่า “เราคิดมากไปหรือเปล่าหว่า ที่จริงคนไปเที่ยวก็อาจจะต้องการแค่นี้เองแหละนะ”...
อย่างไรก็ตาม โปรแกรมเที่ยวที่จัดมาก็นับว่าดีพอสมควร ไปตามสถานที่ยอดฮิตซะส่วนใหญ่ ซึ่งเหมาะแก่คนที่ไปเกาหลีครั้งแรกเที่ยวแบบ “ทัวร์ลูกนก” คือ โฉบไปมาดังลูกนกปีกยังไม่แข็งโผบินไปเกาะพักไปเป็นระยะๆ จนซ้อหลายคนบอกว่า “ฮึ่ม...คราวนี้ยังไม่จุใจ ไว้คราวหน้าอั๊วจะมาเอง”... โปรแกรมถูกอัดแน่นตั้งแต่เช้าจนค่ำ และ 2 วันนี้เราเที่ยวอยู่แต่ต่างจังหวัด “คังวอนโด” คณะจึงยังไม่เห็นแสงสีของกรุงโซล ด้วยเหตุผลที่ไกด์อธิบายว่า “คนมาเที่ยวกันมาก โรงแรมในกรุงโซลเต็มหมด” ไฮโซเลยต้องออกมานอนต่างจังหวัด เที่ยวแถวๆ นี้ไปก่อน วันสุดท้ายค่อยเข้าไปในเมือง...
เริ่มต้นตั้งแต่ออกจากสนามบิน... คณะตรงไปหมู่ บ้านโพรวองซ์เกาหลี ที่ใกล้สนามบินที่สุด “เชกา” เคยเล่าให้ฟังเมื่อปีที่แล้วค่ะ เลยจะไม่เล่าซ้ำ... สมาชิกกรีดร้องยินดีเมื่อระรัวกดชัตเตอร์ถ่ายภาพบ้านเล็กๆ สีสวย ปลูกแบบบ้านเมืองโพรวองซ์ของฝรั่งเศส จากนั้นก็เดินทางอ้อมโลกไปยังทั้ง “เกาะนามิ” สถานที่ที่ใครๆ ก็รู้จักจากละครเรื่อง Winter Sonata ที่โด่งดังในอดีต จนต้องสร้างรูปปั้นอนุสาวรีย์พระเอกนางเอกยืนสบตากันหวานซึ้งให้ผู้คนก็ไปถ่ายรูปด้วยท่ามกลางแมกไม้ที่ปลูกเป็นทิวแถว กาลเวลาผ่านไปอนุสาวรีย์ได้กลายเป็น “ตำนานวิญญาณรักเจ้าของเกาะ” ไปซะแล้ว
ตำนานรักเกาะนามิวันนี้ไม่เหมือนในอดีตที่ไม่มีอะไรเลยเมื่อ 20 ปีก่อน แต่หลังจากละครที่ออนแอร์ หลายปีที่ผ่านมามีฝูงชนหลั่งไหลมาเที่ยวกันมากมายทั้งต่างชาติและเกาหลี จึงช่วยยกเศรษฐกิจ อบต.บ้านเกาะกลางน้ำแห่งนี้ให้เจริญขึ้นผิดหูผิดตา ทำให้เกาะนามิมีคุณความดี จึงได้รับการสถาปนา (หลอกๆ) ขึ้นมาเป็น “ประเทศเกาะนามิ รีพับลิก” ซะ เพื่อความเท่ ... แล้วรัฐบาลก็เสกสิ่งอำนวยความสะดวกและกิจกรรมที่น่าสนใจบนเกาะขึ้นมามากมายในฐานะเป็นเกาะรับแขกบ้านแขกเมือง ...“ไอเดียดี แต่ถ้าเอามาสถาปนาดินแดนในบ้านเราเล่นเท่ๆ แบบนี้ คงถูกตราหน้าว่าเป็นโจรกบฏ”...
ลาจากเกาะนามิ ก็ถึงเวลานั่งรถที่ยาวนานมาก เพื่อที่จะไปยัง “ไร่สตรอเบอร์รีในเมืองชุนชอน” ความฝันของเชกาในฐานะนักเขียน คือ ไม่ว่าจะเขียนเรื่องใดก็ขอให้ได้มีประสบการณ์จริงในสิ่งที่เราเขียนลงไป ซึ่งคราวนี้ก็สมใจมากมาย เพราะเกี่ยวพันกับ “การเก็บจริงกินจริง” หอมหวานชื่นใจดีจริงค่ะ สตรอเบอร์รี่แต่ละลูกที่ได้ผ่านลำคอลงไป คือ ประกาศนียบัตรรับรองว่า “รู้จริง ทำจริง เขียนจริง ตามประสบการณ์จริง” ไม่ได้นั่งเทียนเขียนแต่ประการใด อิอิ... ซีนนี้เจ้าของไร่ก็ออกมาแสดงเองด้วยค่ะ เขาเห็นวิธีการเก็บสตรอเบอร์รีของเหล่าไฮโซชาวไทยแล้วคงอนาถใจว่า ขืนปล่อยให้เก็บกันไปอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่แบบนี้ ไร่ของตูข้าคงต้องพินาศแน่แท้ จึงออกมาสอนวิธีเก็บ..
มีหลักง่ายๆ คือ เห็นลูกไหนแดงสดดีแล้ว ให้จับที่ก้านลูกแล้วจิกก้านเก็บผลเลย ไม่ใช่ลูบคลำผลพลิกดูไปมาแบบที่ท่านทั้งหลายกำลังทำอยู่ เพราะผลที่ถูกลูบคลำจะเฉามือในไม่กี่ชั่วโมง ต่อจากนั้นก็จะเริ่มเน่าเสีย ... โอ้โห เขาเอากระจาดมาเดินเก็บลูกที่เน่าเสียให้ดูได้เต็มกระจาดเลยค่ะ นั่นเป็นผลงานของคณะทัวร์กลุ่มที่แล้ว...เล่าพลางก็เก็บให้ดู พร้อมหันมาป้อนเข้าปาก “เชกา” ซึ่งยืนปากไวแปลเป็นไทยให้อยู่ข้างๆ ปากข้าพเจ้าก็ไม่รอช้า แปลไวก็งับรับไวเช่นกัน เพราะนี่ไม่รวมอยู่ใน “สตรอเบอร์รีห้าผล” ตามข้อตกลงร่วมที่ให้คณะทัวร์เก็บได้ต่อคน ฮ่าๆ...อืม หอมหวานอร่อยจริงๆ ค่ะ “สตรอเบอร์รีขี้มือเจ้าของไร่” ไม่ได้ล้าง ไม่ได้เช็ด!!!...







