
ชมเตือนภัยสึนามิเอเชียดี
ปชช.อพยพทันเวลาเสียหายน้อยแนะชาติเอเชียร่วมมือรับภัยพิบัติ
ปชช.อพยพทันเวลาเสียหายน้อยแนะชาติเอเชียร่วมมือรับภัยพิบัติ
ต่างชาติชมระบบเตือนภัยภูมิภาคเอเชียผ่านบททดสอบ แนะร่วมมือกันรับมือภัยพิบัติในอนาคต
ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติหลายสำนักออกปากชมระบบเตือนภัยสึนามิของภูมิภาคเอเชียมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถผ่านบททดสอบเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงขนาด 8.6 ริกเตอร์ และอาฟเตอร์ช็อกขนาด 8.2 ริกเตอร์ เหนือเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย เมื่อบ่ายวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมาได้สำเร็จ
รายงานระบุว่า ระบบสามารถเตือนภัยให้ประชาชนออกจากพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที โดยแต่ละประเทศได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้เพียงเล็กน้อย ซึ่งต่างจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งรุนแรงเมื่อเดือน ธ.ค. 2547 โดยในขณะที่เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ประชาชนยังใช้ชีวิตตามปกติ โดยที่ไม่รับการเตือนให้อพยพแต่อย่างใด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตใน 13 ประเทศบริเวณมหาสมุทรอินเดียมากกว่า 2.3 แสนคน
อย่างไรก็ตาม คีธ เลิฟเวิร์ด หัวหน้านักวิเคราะห์ความเสี่ยง บริษัท คิวไทม์ คอนซัลติง ในจาการ์ตามองว่า แม้ว่าระบบเตือนภัยจะได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในระดับหนึ่งแล้ว แต่รัฐบาลยังคงต้องพัฒนาในอีกหลากหลายด้าน เช่น การอพยพผู้คนออกจากพื้นที่อันตราย เพื่อรับมือกับเหตุภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ ดังที่เห็นได้จากที่จังหวัดอาเจะห์ ถนนทุกสายแออัดไปด้วยประชาชนที่วิ่งหนีตายกันอย่างอลหม่านและไม่มีระเบียบ
เลิฟเวิร์ด มองว่า รัฐบาลจำเป็นต้องเตรียมพร้อมและตระหนักถึงอันตรายของภัยพิบัติ และฟื้นฟูความรู้ในการรับมือกรณีเกิดภัยพิบัติผ่านทางระบบการศึกษาและการรณรงค์ของรัฐบาล
“ภัยพิบัติครั้งนี้ได้โชคช่วยไว้ ถ้าไม่เช่นนั้นในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายเช่นนี้ เป็นไปไม่ได้เลยว่าเราจะสามารถช่วยทุกชีวิตให้อยู่ในความปลอดภัยได้” เลิฟเวิร์ด กล่าว
ราจีฟ บิสวาส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของบริษัทวิจัย ไอเอชเอส โกลบอล อินไซด์ กล่าวว่า เหตุแผ่นดินไหวที่อินโดนีเซียในครั้งนี้ หลังจากที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งรุนแรงที่ญี่ปุ่นเมื่อเดือน มี.ค. 2554 แสดงให้เห็นจุดอ่อนของหลายประเทศในเอเชีย
นอกจากนี้ เหตุแผ่นดินไหวยังย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการยกระดับการร่วมมือกันระหว่างประเทศต่างๆ ในภูมิภาค เพื่อรับมือและบริหารจัดการกับภัยพิบัติในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ด้านอินโดนีเซียเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิต จากภาวะหัวใจล้มเหลว 5 คนหลังเกิดเหตุ โดยมีบ้านเรือนประชาชนในจังหวัดอาเจะห์ได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย
ขณะเดียวกัน สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐฯรายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.5 ริกเตอร์นอกชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิค โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่รัฐมิโคอากังของเม็กซิโกเมื่อวันที่ 12 เม.ย. แต่ไม่มีการประกาศเตือนภัยสึนามิหรือรายงานความเสียหายแต่อย่างใด







