
ศก.เยอรมนียังแกร่งพอ
นักวิเคราะห์มั่นใจไม่ถดถอยตัวเลขส่งออกก.พ.ขยาย1.6%
นักวิเคราะห์มั่นใจไม่ถดถอยตัวเลขส่งออกก.พ.ขยาย1.6%
นักวิเคราะห์เชื่อเศรษฐกิจเยอรมนีไม่เข้าภาวะถดถอย หลังตัวเลขส่งออกแข็งแกร่ง อีซีบีมั่นใจเศรษฐกิจกรีซกลับมาโตในอีก 2 ปี
นักวิเคราะห์แสดงความเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจเยอรมนี ซึ่งมีขนาดใหญ่และแข็งแกร่งที่สุดในยุโรปนั้น จะสามารถหลีกเลี่ยงการเข้าสู่ภาวะถดถอยได้ ภายหลังสำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนี เปิดเผยว่า ตัวเลขส่งออกเดือน ก.พ. ขยายตัว 1.6% โดยมีมูลค่า 1.19 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.57 ล้านล้านบาท) นับเป็นการขยายตัวเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน สวนทางกับคาดการณ์ของ นักวิเคราะห์ก่อนหน้านี้ว่าตัวเลขส่งออกจะหดตัวท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว
“ตัวเลขที่แข็งแกร่งเหล่านี้อาจเป็นตัวบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจเยอรมนีในไตรมาสแรกของปีกำลังขยายตัวอย่างช้าๆ” อูลริก รอนดอร์ฟ นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารคอม เมิร์ซแบงก์ กล่าว
ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของ คาร์สเต็น เซสกี นักเศรษฐศาสตร์จากไอเอ็นจี ซึ่งมองว่า ภาคก่อสร้างที่ฟื้นตัว ภาคการผลิตที่ทรงตัว และตัวเลขการค้าที่แข็งแกร่งเพียงพอจะช่วยเศรษฐกิจเยอรมนีจากการเข้าสู่ภาวะถดถอยได้
ทั้งนี้ สินค้าเยอรมนียังคงต้องพึ่งพาตลาดนอกยุโรปอย่างจีนและสหรัฐเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนำเข้าเดือน ก.พ.ของเยอรมนีเพิ่มขึ้น 3.9% จากเดือนก่อน ส่งผลให้ยอดเกินดุลการค้าเดือน ก.พ. หดตัว
วันเดียวกัน จอร์จ อัสมัสเซน หนึ่งในสมาชิกคณะกรรมการบริหารของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และอดีตรองรัฐมนตรีคลังของเยอรมนีแสดงความเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจกรีซจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2557 หลังเข้าสู่ภาวะถดถอยมา 5 ปี
“หากรัฐบาลสามารถเดินหน้าปฏิรูปการคลังและเศรษฐกิจได้ตามแผนที่วางไว้ ผมเชื่อว่า เศรษฐกิจของกรีซจะเติบโตได้ในปี 2557” อัสมัสเซน กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของเยอรมนี โดยย้ำชัดว่ามาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลกรุงเอเธนส์ต้องดำเนินการ ซึ่งรวมถึงมาตรการรัดเข็มขัดนั้น จะช่วยให้กรีซสามารถอยู่ในกลุ่มยูโรโซนได้ต่อไป
“หากกรีซต้องออกจากยูโรโซน มูลค่าความเสียหายที่จะเกิดขึ้นนั้นจะต้องมหาศาลอย่างแน่นอน” อัสมัสเซน เตือน
นอกจากนี้ อดีตรองรัฐมนตรีคลังเยอรมนียังได้กล่าวอีกว่า มาตรการอัดฉีดเงินเข้าระบบการธนาคารของยุโรปในรูปแบบของการปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำเมื่อเดือน ธ.ค. และ ม.ค.ที่ผ่านมา ของอีซีบีนั้นเป็นเพียงมาตรการชั่วคราว เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดเท่านั้น ภายหลังหลายฝ่ายแสดงความกังวลว่ามาตรการดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อมากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจ







