
ภัยธรรมชาติกระหน่ำโลก
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ภัยธรรมชาติกลายเป็นประเด็นใหญ่และเป็นที่สนใจมาโดยตลอด
โดยชิลีที่ถูกกระหน่ำทั้งแผ่นดินไหว 8.5 ริกเตอร์ และสึนามิ ก็ต้องหวาดผวาด้วยอาฟเตอร์ช็อกความรุนแรงสูงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทางชิลีประกาศว่าจะต้องใช้เวลาในการบูรณะและฟื้นฟูประเทศอีกราวกว่า 5 ปี พร้อมทั้งยังอาจจะต้องกู้ยืมเงินจากต่างชาติ เพื่อมาใช้ในการฟื้นฟูประเทศอีกด้วย
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 6 มี.ค. บันคีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ เดินทางไปเยี่ยมท่ามกลางการเกิดอาฟเตอร์ช็อกที่เกิดขึ้นอยู่เป็นระยะๆ
สุดท้ายปลายสัปดาห์มีการแจ้งปรับตัวเลขผู้เสียชีวิตในชิลีจากเดิมพุ่งไปที่ราวกว่า 800 คน แต่ทว่าทางการชิลีกลับประกาศเหลือเพียง 279 คนเท่านั้น โดยให้เหตุผลว่า ตัวเลขที่เกิดขึ้นในตอนแรกนั้น เกิดจากการที่ผู้รอดชีวิตพบว่าญาติของตนเองสูญหายไป แล้วได้แจ้งว่าญาติของตนเองเสียชีวิต แต่ทว่าในที่สุดก็มีการพบญาติ อย่างไรก็ตามไม่มีการระบุถึงตัวเลขที่ชัดเจนว่าเกิดกรณีดังกล่าวมากน้อยเพียงไร
แต่ที่ทำให้เราต้องหวั่นไหวและตื่นกลัวพอสมควร คือ เหตุแผ่นดินไหวด้วยความรุนแรงราว 6.4 ริกเตอร์ ที่เกิดขึ้นบนเกาะไต้หวัน และเกิดแรงสั่นสะเทือนไกลออกไปหลายร้อยกิโลเมตร ซึ่งที่นั่นมีแรงงานชาวไทยอยู่เป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ถือเป็นความโชคดีเมื่อแรงงานไทยทั้ง 155 คน ที่อยู่ในโรงงานสิ่งทอ หงหยวนซิ่ง ในเมืองไท่หยวน อยู่ในภาวะปลอดภัย แม้โรงงานดังกล่าวจะเกิดเพลิงไหม้ ซึ่งเป็นผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว ส่วนสถานการณ์ภายในประเทศได้รับความเสียหายพอสมควร
ด้านออสเตรเลีย ในกรุงเมลเบิร์นเกิดพายุฝนรุนแรงเข้าถล่ม และลูกเห็บขนาดใหญ่ตกลงมาอย่างหนัก จนทำให้น้ำท่วมถนน
นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์ดินถล่มทางภาคตะวันออกของยูกันดา หลังจากที่เกิดพายุฝนโหมอย่างหนัก ทำให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายราว 300 คน
ส่วนอีกฟากฝั่ง สวีเดนกำลังต้องเผชิญกับอากาศที่หนาวจัดที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา จนทะเลบอลติกกลายเป็นก้อนน้ำแข็ง เรือเดินสมุทรราว 50 ลำ และเรือเฟอร์รีข้ามทะเลบอลติกไปมาระหว่างสวีเดนและฟินแลนด์ไม่สามารถเดินทางไปไหนได้ เนื่องจากมีก้อนน้ำแข็งจำนวนมากติดกีดขวางการเดินทาง
ยังไม่รวมถึงคลื่นยักษ์ในฝรั่งเศส และอากาศที่หนาวจัดในสเปน โปรตุเกส และเยอรมนีอีกด้วย
โตโยต้าเดินเครื่องปลุกขวัญกำลังใจ
หลังจากที่คดีของโตโยต้าตกเป็นข่าวใหญ่จากการเรียกรถคืนครั้งใหญ่อยู่หลายสัปดาห์ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา อาคิโอะ โทโยดะ ประธานโตโยต้า คอร์ป จึงเริ่มเดินสายไปเยี่ยมพนักงานและผู้บริโภคทั้งในจีน โตเกียว และยุโรป
แต่ทว่าในสัปดาห์ยังมีรายงานการเรียกรถคืนของทางบริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ราว 1.3 ล้านคัน ในอเมริกาเหนือ เพื่อแก้ปัญหาข้อบกพร่องของระบบพวงมาลัย
ส่วนฟอร์ด มียอดขายรถในสหรัฐแซงหน้าจีเอ็มและโตโยต้า โดยมียอดขายในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา พุ่งขึ้นถึงราว 43% ถือเป็นครั้งแรกของฟอร์ดที่สามารถกระโดดข้ามคู่แข่งอย่างจีเอ็ม ซึ่งเป็นค่ายผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐได้สำเร็จ







