
ญี่ปุ่นไว้อาลัย 1 ปี แผ่นดินไหว-สึนามิ ลุกฮือประท้วงต้านนิวเคลียร์
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ประชาคมโลกได้ร่วมกันรำลึก 1 ปี
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ประชาคมโลกได้ร่วมกันรำลึก 1 ปี เหตุสึนามิและแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ได้พัดถล่มญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2554 จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 1.9 หมื่นคน และยังนำไปสู่วิกฤตนิวเคลียร์ครั้งร้ายแรงที่สุดในโลกอีกด้วย
ที่ญี่ปุ่นนั้น มีการจัดพิธีรำลึกทั้งในกรุงโตเกียวและพื้นที่ประสบเหตุในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยในช่วงเวลา 14.46 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เกิดแผ่นดินไหว 9 ริกเตอร์ เมื่อ 1 ปีก่อน ชาวญี่ปุ่นทั่วประเทศและระบบขนส่งมวลชนได้ยุติกิจกรรมต่างๆ เพื่อไว้อาลัยให้กับพี่น้องชาวญี่ปุ่นที่เสียชีวิต
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางบรรยากาศอันเศร้าสลด ชาวญี่ปุ่นราว 50 คน ได้ออกมาชุมนุมประท้วงด้านหน้าสำนักงานใหญ่ของบริษัท โตเกียว อิเล็คทริค พาวเวอร์ (เทปโค) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมา ไดอิชิ ที่ได้เกิดการหลอมละลายของเตาปฏิกรณ์ภายหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว โดยมีการชูป้าย ซึ่งมีข้อความต่อต้านพลังงานนิวเคลียร์
ชาวญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งต้องการให้รัฐบาลยุติการพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์ ภายหลังประเทศต้องเผชิญกับวิกฤตนิวเคลียร์ครั้งใหญ่ ทว่ารัฐบาลได้ให้คำมั่นว่าจะค่อยๆ ลดการพึ่งพานิวเคลียร์อย่างเป็นขั้นเป็นตอน เนื่องจากประเทศยังคงต้องพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์ในระดับสูง
ทั้งนี้ ช่วงเวลา 1 ปี นับตั้งแต่เกิดเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิ ชาวญี่ปุ่นได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างหนัก ที่ล้มเหลวในการรับมือกับวิกฤตและการฟื้นฟูประเทศ
เฟดเผย ศก.สหรัฐเริ่มฟื้น ตรึงดอกเบี้ยต่ำต่อไป
15 แบงก์ยักษ์ใหญ่มะกันผ่านทดสอบภาวะวิกฤต
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ปรับมุมมองแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐดีขึ้นเล็กน้อย โดยระบุว่า ตลาดแรงงาน การบริโภค และการใช้จ่ายภาคธุรกิจภายในประเทศดีขึ้น ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า เป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งชี้ว่า เฟดจะไม่ใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ เฟดยังได้ประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0-0.25% ต่อไปอย่างน้อยถึงปี 2557 โดยชี้ว่า ตลาดที่อยู่อาศัยยังคงซบเซาและอัตราเงินเฟ้อได้ปรับตัวลดลงในระดับหนึ่งแล้ว
ขณะเดียวกัน เฟดยังได้เปิดเผยผลการทดสอบสมรรถภาพทางการเงิน (Stress Test) ของธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ของประเทศ 19 แห่ง ผลปรากฏว่า ธนาคาร 15 แห่ง ซึ่งรวมถึงเจพีมอร์แกนเชสและแบงก์ออฟอเมริกา ผ่านการทดสอบ สะท้อนให้เห็นว่าธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐมีความแข็งแกร่งด้านเงินทุนมากพอที่จะต้านทานภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ทั้งนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเหล่านี้ก็ได้ส่งผลให้ค่าเงินเอเชียอ่อนค่าลงช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าเงินเยนของญี่ปุ่น ซึ่งอ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 11 เดือน โดยอยู่ที่ระดับ 84 เยนต่อ 1 เหรียญสหรัฐ
จีนขาดดุลหนักสุด 12 ปี ส่งสัญญาณกระตุ้นอีกรอบ
จีนประกาศตัวเลขดุลการค้า ผลปรากฏว่าในเดือน ก.พ. จีนขาดดุลการค้ามากสุดนับตั้งแต่ปี 2532 คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 3.148 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยปัจจัยหลักเป็นผลมาจากที่ยุโรป ซึ่งเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของจีนต้องประสบกับภาวะวิกฤตหนี้และความซบเซาทางเศรษฐกิจ
ด้านธนาคารกลางจีน เปิดเผยว่า ยังเหลือขีดความสามารถในการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ด้วยการลดสัดส่วนการกันสำรองเงินสดของธนาคารพาณิชย์ทั่วประเทศลงเพิ่มเติมได้อีก เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้ให้แก่ภาคธุรกิจได้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ
ขณะที่นายกรัฐมนตรี เวินเจียเป่า เปิดเผยว่า ค่าเงินหยวนของจีนใกล้อยู่ในระดับสมดุล ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ารัฐบาลจะไม่ผ่อนปรนนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อให้เงินหยวนแข็งค่าขึ้น แม้ว่าจะได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสหรัฐและยุโรปมาตลอดว่าจีนดำเนินนโยบายกดค่าเงินหยวนให้อ่อนค่ากว่าความเป็นจริง เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อภาคส่งออกของตนเอง
เวินเจียเป่า ยังเตือนอีกว่า จีนอาจต้องเผชิญกับกลียุคการปฏิวัติทางวัฒนธรรมอย่างรุนแรง หากไม่ปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองและการเงินอย่างเร่งด่วน เนื่องจากในขณะนี้ช่องว่างระหว่างคนจนและคนรวยอยู่ในระดับสูง
กรีซโล่ง ยุโรป-ไอเอ็มเอฟ ไฟเขียวเงินกู้งวดใหม่
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มประเทศยูโรโซนได้อนุมัติเงินช่วยเหลือกรีซงวดใหม่มูลค่า 1.3 แสนล้านยูโร ภายหลังกรีซสามารถบรรลุเงื่อนไขต่างๆ ที่ทางยุโรปกำหนดไว้ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการรัดเข็มขัดและการสวอปหนี้
กรีซจะได้รับเงินก้อนแรกมูลค่า 3.94 หมื่นล้านยูโรทันที ส่วนอีก 3 งวด จะได้รับในช่วงระยะเวลา 4 ปี ข้างหน้านี้
ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้อนุมัติเงินกู้ก้อนใหม่ให้กรีซมูลค่า 2.8 หมื่นล้านยูโร เพื่อสมทบเงินช่วยเหลือ 1.3 แสนล้านยูโรดังกล่าว
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ออกโรงเตือนว่า สเปนอาจกำลังเดินตามรอยกรีซ ภายหลังรัฐบาลสเปนเปิดเผยว่า อาจพลาดเป้าตัวเลขขาดดุลงบประมาณปีนี้ โดยคาดว่าตัวเลขขาดดุลจะอยู่ที่ 5.8% โดยยุโรปได้กดดันให้สเปนลดตัวเลขขาดดุลให้เหลือ 3% ของจีดีพีภายในปี 2556







