
เฟดไร้คิวอี3ฉุดทองดิ่งเหว
เฟดไร้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม ทำทองร่วงแรงเกือบ 100 เหรียญ
เผยศก.ยังโตช้าว่างงานยังสูงฉุดทองร่วงเกือบ100เหรียญ
เฟดไร้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม ทำทองร่วงแรงเกือบ 100 เหรียญ
เบน เบอร์แนนคี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นแถลงต่อคณะกรรมาธิการการคลังแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ว่า เศรษฐกิจยังขยายตัวในระดับปานกลาง แต่อัตราจ้างงานยังอยู่ในระดับอ่อนแอ โดย เบอร์แนนคี ไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบ 3 (คิวอี3) ตามที่นักวิเคราะห์หลายฝ่ายคาดหวัง ส่งผลให้ราคาทองคำร่วงลงอย่างรุนแรงเกือบ 100 เหรียญสหรัฐ เมื่อปิดตลาดวันที่ 29 ก.พ.
ถ้อยแถลงของ เบอร์แนนคี มีขึ้นภายหลังจากที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้ปรับตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 4 ปี 2554 ขึ้นมาอยู่ที่ 3% ซึ่งสูงกว่าที่ระบุไว้ก่อนหน้านี้ที่ 2.8% ขณะที่อัตราว่างงานสหรัฐเดือน ม.ค. ปรับตัวลดลงมาอยู่ระดับต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี มาอยู่ที่ 8.3% ในเดือน ม.ค. จาก 9.1% เดือน ส.ค.ปีที่แล้ว
“ตลาดแรงงานจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งได้ ทั้งนี้ต้องอาศัยการเติบโตทางเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่ง” เบอร์แนนคี กล่าว พร้อมย้ำว่าเฟดยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ต่อไปที่ 0-0.25% จนถึงปลายปี 2557
นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่า สาเหตุที่ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐคึกคักตั้งแต่ช่วงต้นปี และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น เพราะนักลงทุนเชื่อว่าเฟดจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในอนาคต
ทว่า หลังจากที่เฟดไม่ได้ส่งสัญญาณที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมด้วยการออกมาตรการคิวอี3 ในครั้งนี้ จึงทำให้ราคาทองคำที่ตลาดโคเมกซ์ ส่งมอบเดือน เม.ย. เปิดตลาดร่วงลงเกือบ 100 เหรียญสหรัฐ หรือ 5.6% จากที่เคยทำสถิติสูงที่สุดในรอบ 3 เดือนที่ 1,792.70 เหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 1,688.40 เหรียญสหรัฐ ซึ่งถือเป็นระดับต่ำที่สุดตั้งแต่เดือน ม.ค. ก่อนที่จะปรับตัวขึ้นเล็กน้อย และปิดตลาดอยู่ที่ 1,711.30 เหรียญสหรัฐ หรือลดลง 4.3%
เช่นเดียวกับในตลาดหุ้นนิวยอร์ก โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลดลง 53.05 จุด ดัชนีเอสแอนด์พีร่วง 6.50 จุด และดัชนีแนสแด็กลดลง 19.87 จุด
ขณะเดียวกัน เฟดเตือนอีกว่าราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้นจะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น และทำให้กำลังซื้อลดลง แต่ยังคงมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากวิกฤตหนี้ของกลุ่มยูโรโซน
นอกจากนี้ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในปี 2555 อาจต้องหยุดชะงักลง หากสภาคองเกรสไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการการขึ้นภาษีและการตัดลดค่าใช้จ่ายรัฐบาลภายในปีนี้







