
จับชีพจรยูโรโซน พ้นไอซียู แต่ยังห้ามเยี่ยม
เป็นข่าวดี ที่อาการของกลุ่มยูโรโซนดีขึ้นเป็นลำดับจากพิษไข้ของวิกฤตหนี้ที่รุมเร้ามานานกว่า 2 ปี
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
เป็นข่าวดี ที่อาการของกลุ่มยูโรโซนดีขึ้นเป็นลำดับจากพิษไข้ของวิกฤตหนี้ที่รุมเร้ามานานกว่า 2 ปี จนเกิดความหวั่นเกรงว่าปัญหาดังกล่าวจะลุกลามกลายเป็นวิกฤตการเงินยุโรป และวิกฤตการเงินโลกครั้งใหม่
ทว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นต้องบอกว่ามีแต่ข่าวดีออกมาจากยุโรป โดยเฉพาะเมื่อกรีซยอมทำตามทุกเงื่อนไขที่สหภาพยุโรปและไอเอ็มเอฟกำหนดขึ้นเพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือก้อนที่ 2 กว่า 1.3 แสนล้านยูโร
ส่วนหนึ่งต้องยกเครดิตให้กับบรรดาผู้นำยุโรป ที่พิถีพิถันมากขึ้นในแต่ละขั้นแต่ละตอนของการแก้ปัญหา แม้ว่าอาจจะถูกค่อนแคะว่า “ล่าช้า” เกินไปก็ตาม
ที่ผ่านมาผู้นำยุโรปพยายามสร้าง “แนวปราการ” ทางการเงินขึ้นอย่างช้าๆ ไม่ว่าจะเป็นการขยายกลไกกองทุนการเงินไว้สำหรับการช่วยเหลือชาติสมาชิกถ้าหากวิกฤตหนี้กรีซลุกลามออกไป ในขณะเดียวกันยุโรปก็ตกลงพร้อมใจในสนธิสัญญาฉบับใหม่ที่ชาติสมาชิกจะต้องเข้มงวดกับวินัยทางการคลังของตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม
ขณะที่ในส่วนของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เองก็พยายามสร้างสภาพคล่องของภาคธนาคารทีละเล็กละน้อย ไม่ว่าจะเป็นการทยอยโครงการซื้อคืนพันธบัตร หรือไม่ว่าจะเป็นการปล่อยกู้ไม่จำกัดวงเงินเมื่อปลายปีที่แล้ว เพื่อสร้างสภาพคล่องให้กับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงิน ที่ถือว่ามีความเสี่ยงมากที่สุดถ้าหากกรีซกลายเป็นหนี้เสียในวาระสุดท้าย
นอกจากนั้นยังต้องชมเชยบรรดาผู้นำใหม่ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งไม่นาน ทั้งในอิตาลี สเปน หรือรัฐบาลผสมของกรีซ ที่กล้าที่จะเดินหน้าการ “รัดเข็มขัด” ท่ามกลางกระแสการต่อต้านจากแรงงานในประเทศที่ดุเดือดเลือดพล่านกันแทบจะรายสัปดาห์
หากเปรียบเป็นคนไข้ ผู้ป่วยที่ชื่อว่า “นายยุโรป” กำลังได้รับการเข็นออกจากห้องไอซียูแล้ว แต่ก็นั้นอาการก็ยังไม่น่าไว้วางใจและห้ามรบกวนจากปัจจัยลบแม้แต่น้อย ซึ่งหากพิจารณาแล้วอันตรายของพิษไข้ยูโรโซนจะเห็นได้ดังนี้
กรีซกับเงินช่วยเหลือ – ความเป็นไปได้ที่ข้อตกลงต่างๆ ระหว่างกรีซ สหภาพยุโรป ไอเอ็มเอฟ และธนาคารกลางยุโรป อาจจะล้มไม่เป็นท่าก็เป็นได้ โดยเฉพาะกระแสข่าวลือว่าหลายประเทศในยุโรปไม่ต้องการให้กรีซอยู่ในกลุ่มยูโรโซนอีกต่อไป ซึ่งจะต้องรอดูท่าทีจากการประชุมของคณะรัฐมนตรีคลังยูโรโซนในวันจันทร์นี้ว่าจะผ่านเงินช่วยเหลือให้กับกรีซทันการณ์ที่กรีซจะครบกำหนดชำระหนี้คืนมูลค่า 1.45 หมื่นล้านยูโร ในวันที่ 20 มี.ค. หรือไม่
อีกทั้งยังดูเหมือนว่าในขณะนี้ยุโรปยังไม่ได้เตรียมแผนอะไรไว้เสียด้วยต่อกรณีที่กรีซต้องกลายเป็นหนี้เน่าในที่สุด
โปรตุเกสกับหนี้พอกหางหมู แน่นอนว่าผู้นำยุโรปกำลังลุ้นกันหนักกับสถานการณ์ในโปรตุเกสที่กำลังเผชิญกับปัญหาหนี้ที่หนักหนาสาหัสน้อยกว่ากรีซเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และดูเหมือนว่าโปรตุเกสจะเลือกทางถูกแล้วกับการรัดเข็มขัดครั้งใหญ่จนสหภาพแรงงานต้องออกมาประท้วงกันหลายต่อหลายครั้ง
แต่กระนั้นปัญหาใหญ่ของโปรตุเกสก็คือ เศรษฐกิจของประเทศอยู่ในภาวะถดถอยอย่างหนัก ที่ศักยภาพการแข่งขันติดลบติดต่อกันมานานหลายไตรมาสแล้ว ซึ่งมีทีท่าว่าเศรษฐกิจของโปรตุเกสจะไม่กระเตื้องขึ้นง่ายๆ ด้วย ความเสี่ยงที่โปรตุเกสจะซ้ำรอยกรีซจึงมีอยู่สูงหากไม่เร่งตัดลดหนี้สาธารณะเป็นการด่วน
สเปนกับเศรษฐกิจที่สั่นคลอน – เศรษฐกิจของสเปนอาจจะไม่ได้แย่หนักเหมือนโปรตุเกส แต่ก็ถือว่าอยู่ในโซนอันตรายอยู่ โดยเฉพาะตัวเลขคนตกงานที่สูงลิ่ว และปัญหาแรงงานคนหนุ่มสาวตกงานกันเป็นเบือ
เศรษฐกิจสเปน มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของกลุ่มยูโรโซน ซึ่งถือว่าใหญ่พอตัวที่จะสร้างแรงกระเพื่อมให้ยูโรโซนจมปลักในวิกฤตการเงินได้อย่างไม่ยากนัก ดังนั้นการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน พร้อมกับลดหนี้ จึงเป็นสิ่งที่สเปนต้องเร่งงานกันอย่างด่วนจี๋ทีเดียว
การเมืองอิตาลี – หนึ่งในความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจของอิตาลีก็คือเกมการเมืองภายในประเทศเอง ที่มักจะเกิดเหตุไม่ลงรอยกันระหว่างนักการเมืองและข้าราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจและนโยบายประหยัดของรัฐบาลปัจจุบันกำลังสร้างความเจ็บปวดให้กับหลายฝ่าย
ในขณะนี้นายกรัฐมนตรี มาริโอ มอนติ แห่งอิตาลี ยังคงได้รับการไว้เนื้อเชื่อใจอยู่ แต่ทว่านั่นอาจจะไม่ยั่งยืนนัก ดังนั้นสถานะทางเศรษฐกิจของอิตาลีจะดิ่งเหว หรือพยุงตัวต่อไปได้นั้นต้องขึ้นอยู่กับฝ่ายการเมืองล้วนๆ
ยุโรปเข้าสู่ภาวะถดถอย – แม้ว่ากรีซอาจจะได้รับการช่วยเหลือ และพ้นจากการเป็นหนี้เน่า แต่อย่าลืมว่าเศรษฐกิจยุโรปโดยรวมนั้นมีอัตราการเติบโตติดลบมาตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปีที่แล้ว และอาจจะติดลบต่อในไตรมาสนี้ด้วย
แม้ว่านักวิเคราะห์จะมองว่าการถดถอยครั้งนี้อาจจะไม่ยาวนานนัก แต่ทว่าก็ยังอยู่ในโซนอันตรายเนื่องจากอาจจะมีปัจจัยภายนอกที่เข้ามาซ้ำเติม เช่น หากอิหร่านตัดการส่งน้ำมันมายังยุโรปจริง หรืออาจจะเกิดปัญหาความเชื่อมั่นถดถอยทำให้การลงทุนในยุโรปชะงัก นั่นหมายความว่าโอกาสที่จะเกิดการถดถอยทางเศรษฐกิจที่เลวร้ายยิ่งขึ้นนั้นไม่ใช่การพูดลอยๆ
ปัญหาแบงก์ – แน่นอนว่าสถานะของภาคธนาคารในยุโรปค่อนข้างน่าเป็นห่วง จากความเสี่ยงของการถือครองสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นพันธบัตรกรีซ หรือพันธบัตรชาติยุโรปอื่นๆ ทั้งอิตาลี สเปน หรือโปรตุเกส
ประการแรก ธนาคารยุโรปจำเป็นต้องมีหลักประกันที่ได้รับการยอมรับถึงจะสามารถเข้าถึงแหล่งทุนของยุโรปส่วนกลางได้ ยิ่งทำให้การเข้าถึงแหล่งเงินยิ่งลำบากมากขึ้น
ประการที่ 2 หากธนาคารเหล่านี้ยิ่งปกปิดภาวะขาดทุนต่อไปเหตุการณ์ก็จะยิ่งเลวร้าย ที่โลกแทบจะไม่ต้องจินตนาการก็พอรู้ว่าหายนะที่จะเกิดต่อภาคการเงินยุโรปและโลกนั้นจะรุนแรงมากเพียงใด
พี่ใหญ่ไม่ช่วยเหลือ – แน่นอนว่ามหาอำนาจในกลุ่มยูโรโซนบางชาติมีท่าทีต่อต้านที่จะเจียดเงินภาษีของประชาชนตัวเองไปช่วยเหลือประเทศอื่น
ฝรั่งเศส มหาอำนาจอันดับ 2 ของยูโรโซน กำลังจะเข้าสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีในเร็ววันนี้ และหนึ่งในตัวเก็งจากฝ่ายขวาจัดอย่าง มารีน เลอ ปอง เองก็มีนโยบายชัดเจนในท่าทีดังกล่าวด้วย
แม้กระทั่งเยอรมนี มหาอำนาจอันดับ 1 ก็มีกระแสคุกรุ่นจากภายในมาอย่างต่อเนื่องว่าไม่ต้องการเจียดเงินช่วยเหลือใครอีกต่อไปแล้ว
ที่สำคัญแม้ว่าคณะรัฐมนตรีคลังยูโรโซนอาจจะอนุมัติเงินช่วยให้กับกรีซรอบนี้ แต่ทว่าการตัดสินจริงๆ ว่ากรีซจะได้เงินหรือไม่ก็ต้องอยู่ที่รัฐสภาเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ ซึ่งจะต้องออกเสียงโหวตว่าจะอนุมัติด้วยหรือไม่เช่นกัน
ชีพจรของปัญหาหนี้ยุโรปในวันนี้ แม้ว่าจะเต้นถี่ขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ยังมีสิทธิหยุดเต้นได้ทุกเมื่ออย่างยากที่จะคาดเดา !







