
โตเกียวเทรนดี้ ปี3 ตอนที่ 17
หลังจากซัดแพนเค้กที่ร้าน Pancake Days ไป 3 ชิ้นแล้ว ผมก็เดินทอดน่องย่อยอาหารไปตามถนนคิชิโจจิ
หลังจากซัดแพนเค้กที่ร้าน Pancake Days ไป 3 ชิ้นแล้ว ผมก็เดินทอดน่องย่อยอาหารไปตามถนนคิชิโจจิ
เดินไปได้สักพักก็เจอสวนสาธารณะอิโนะคาชิระ (Inokashira Park) ผมเลยลองเดินตัดเข้าไปในสวนดูบรรยากาศเสียหน่อย สวนอิโนะคาชิระเป็นสวนขนาดใหญ่และร่มรื่นมาก เพราะอุดมไปด้วยไม้ยืนต้นสูงใหญ่ เดินในสวนนี้แล้วแอบรู้สึกอิจฉา ไม่ใช่ว่ากรุงเทพฯ เราไม่มีสวนสาธารณะ แต่เรามีน้อยเกินไป ทั้งๆ ที่พื้นที่ของประเทศเราเยอะกว่าของเขามาก แต่เราให้ความสำคัญกับพื้นที่สาธารณะน้อยไป ในสวนอิโนะคาชิระนี้มีคนมาทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย ทั้งนั่งเล่น เดินเล่น วิ่งออกกำลังกาย นอกจากนี้ภายในสวนยังมีสระน้ำขนาดใหญ่ มีเรือให้เช่าถีบเล่น แล้วก็ยังมีร้านอาหารเก๋ๆ คาเฟ่เท่ๆ ให้นั่งทานชิลชิลอีกด้วย
ผมกะจะเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจในสวนนี้ซักหน่อย แต่นึกถึงภารกิจที่จะต้องไป Ghibli Museum แล้ว เลยต้องตัดใจเดินต่อไป ถ้าท่านเลือกวิธีการแบบที่ผมทำอยู่นี้ ก็จะมีโอกาสได้เพลิดเพลินกับเส้นทางเดินที่ร่มรื่น แต่ถ้าไม่ใช่ขาลุย จะเลือกวิธีการแบบที่เขาแนะนำไว้ในเว็บไซต์ก็ได้ คือ นั่งรถไฟเจอาร์สายชูโอ (JR Chuo Line) มาลงที่สถานีมิตากะ (Mitaka) แล้วนั่งรถมินิบัสที่วิ่งในแขวงมิตากะ (Mitakashi) หรือที่เรียกว่า Community Bus ไปก็ได้ จ่ายเพิ่มอีกแค่ 200-300 เยน ก็ไม่ต้องเดินให้เมื่อย แต่ถ้าท่านเลือกที่จะเดินก็จะใช้เวลาประมาณ 20 นาที พอๆ กับที่ผมเดินจากสถานีคิชิโจจิมานั่นเอง เพราะถ้าดูตามแผนที่แล้วจะเห็นว่า Ghibli Museum นั้นอยู่ตรงกลางระหว่างสถานีมิตากะกับสถานีคิชิโจจิ อยู่ที่ใครสะดวกมาจากเส้นทางไหน ถ้ามาจากชิบุยะก็นั่งสาย Keio Inokashira แบบที่ผมมา แต่ถ้ามาจากทางชินจูกุก็นั่งรถไฟ JR สาย Chuo สะดวกเส้นไหนไปเส้นนั้นแหละครับ
พอเดินมาจนสุดสวนก็จะเจอทางเข้า Ghibli Museum ขวางอยู่ตรงหน้า ไม่มีทางหลงเด็ดขาด ผมลืมบอกไปครับว่าการจะเข้าชมที่นี่ต้องไปซื้อบัตรเข้าชมล่วงหน้าครับ แต่ผมมันเป็นพวกอยากลองดี ก็เลยมาลองเสี่ยงดวงดู เพราะความตั้งใจแรกที่จะมาคิชิโจจินั้นไม่มีความคิดที่จะมา Ghibli Mueum เลย ทีนี้พอมีเวลาเหลือก็เลยเดินมาดู ปรากฏว่าเขาไม่ให้ผมเข้าไปจริงๆ ครับ พยายามโอ้โลมปฏิโลมแล้วก็ไม่สำเร็จ แต่แทนที่ผมจะผิดหวัง ผมกลับรู้สึกชื่นชมเขาด้วยซ้ำ เพราะเขาเคร่งครัดในหน้าที่ แต่ไม่มีกิริยาที่โอหังหรือก้าวร้าวเลยแม้แต่จะนิดเดียว แถมยังขอโทษขอโพยผมเป็นการใหญ่ เพราะผมไปบอกเขาว่าผมมาจากเมืองไทย ไม่ค่อยมีโอกาสได้มาแถวนี้บ่อยๆ เจ้าหน้าที่เขาคิดอยู่อึดใจพร้อมทำหน้าลำบากใจ พอผมเห็นหน้าทำนองนี้ ผมแอบขำอยู่ในใจเลยครับ เพราะนี่เป็นบุคลิกหนึ่งที่ชัดเจนของคนญี่ปุ่น การจะปฏิเสธตรงๆ นั้นเป็นเรื่องที่ดูเสียมารยาทในความรู้สึกของคนญี่ปุ่น แต่ปฏิกิริยาที่เขาทำท่าคิดและลำบากใจนั่นแหละครับคือคำปฏิเสธอย่างนุ่มนวล ผมดูทรงแล้วคงไม่มีโอกาส เลยไม่อยากรบกวนเวลาของเขา ผมขอบคุณแล้วเดินจากมา เขายังโค้งคำนับและขอโทษส่งท้ายมาอีก ถือเป็นบทเรียนที่ต้องจดจำ ถ้าท่านผู้อ่านดุ่ยๆ มาแบบผม คงไม่มีโอกาสได้เข้าแบบที่ผมเจอ เพราะฉะนั้นห้ามพลาดเรื่องนี้เป็นอันขาด การจะสำรองบัตรเข้าชม Ghibli Museum นั้น ท่านสามารถไปสำรองได้ที่ร้านสะดวกซื้อ Lawson ครับ วิธีการจะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย สำหรับท่านที่คุ้นเคยกับการซื้อตั๋วรถไฟหรือซื้อคูปองอาหารจากตู้อัตโนมัติก็ไม่ยาก เพราะเขามีภาษาอังกฤษให้เลือก ท่านก็ทำตามไปทีละขั้นตอน แต่ถ้าเป็นการไปครั้งแรก หรือไม่คุ้นเคยกับระบบแบบนี้ ก็คงต้องงมกันนานหน่อย เอาเป็นว่าถ้าไม่รู้จริงๆ ก็ต้องพึ่งตัวช่วยครับ เดินไปช่องชำระเงินแล้วบอกกับพนักงานเขา สื่อสารอย่างไรก็ได้ให้เขาทราบว่าเราต้องการบัตรเข้า Ghibli Museum พนักงานเขาก็จะบอกท่านว่าให้ท่านไปดำเนินการที่ตู้จำหน่ายสารพัดสิ่งที่ดูคล้ายตู้เอทีเอ็มนั่นแหละครับ จากนั้นท่านก็ต้องทำให้เขาทราบต่อไปอีกว่าท่านไม่รู้วิธี นั่นแหละครับเขาถึงจะยอมออกมาช่วยท่านดำเนินการ เห็นผมเขียนเรื่องให้อ่านมาเป็นปีๆ แบบนี้ ขอโทษนะครับ โง่มาเยอะแล้ว หลักการของผม คือ ในกรณีที่ไม่รู้ ทำตัวให้โง่ดีกว่าฉลาด เพราะที่ญี่ปุ่นนี่เขาจะคอยช่วยเหลือคนที่ด้อยกว่า แต่ถ้าทำตัวฉลาดแล้วบ่อยครั้งมักจะพลาด เพราะไม่ได้ฉลาดจริง หลายครั้งผมใช้วิธีทำตัวให้โง่เพื่อที่จะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ดีกว่าทำตัวเป็นกูรูว่ารู้ไปหมด ทั้งๆ ที่ความรู้ที่เรามีนั้นไม่ใช่ความรู้ของเรา แต่เป็นการไปหยิบยืมความรู้ของผู้อื่นมาใช้ พอเจอของจริงเข้าก็หงายหลังครับ ในสังคมบ้านเราเป็นแบบนี้กันเยอะ เราเลยไม่ค่อยมีตัวจริงกันเท่าไหร่ ผิดกับที่ญี่ปุ่นที่เวลาเขาทำอะไร เขาทำไปจนถึงระดับแก่นแท้ของวิถีแห่งฝีมือ คนญี่ปุ่นเขาถึงก้าวไปไกลกว่าเรา ในขณะที่เราเลือกที่จะเรียนรู้แค่เปลือกนอก เราจึงเข้าไม่ถึงในสิ่งที่เขาเป็นไงครับ
เหตุการณ์ครั้งนี้สอนให้ผมรู้ว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ก็ใช่ว่าความสำเร็จจะอยู่ที่นั่น หากความพยายามนั้นขาดซึ่งความรู้ ไม่เป็นไรครับ คนเรามีโอกาสพลาดกันได้ แต่อย่าพลาดเรื่องเดิมซ้ำก็พอ คิดได้ดั่งนี้แล้ว ผมก็ย้อนกลับเพื่อไปเดินเล่นกินบรรยากาศของสวนอิโนะคาชิระอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีห่วงอะไรแล้ว เดินกันได้ถึงไหนถึงกัน ฉบับหน้าจะพาไปชิมของอร่อยริมสวนที่ทั้งถูกทั้งอร่อย คอยติดตามกันนะครับ







