
เวิลด์แบงก์ชี้ราคาอาหารโลกปีนี้ส่อลดเหตุศก.ชะลอตัว
ธนาคารโลก เชื่อราคาอาหารโลกปีนี้ลด เหตุเศรษฐกิจชะลอ เตือนราคาอาจพุ่งหากน้ำมันดีดตัว
ธนาคารโลก เชื่อราคาอาหารโลกปีนี้ลด เหตุเศรษฐกิจชะลอ เตือนราคาอาจพุ่งหากน้ำมันดีดตัว
ธนาคารโลกเปิดเผยเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ว่าราคาอาหารโลกในปีนี้จะปรับตัวลดลง เนื่องจากความต้องการผู้บริโภคที่ลดลง อันเป็นผลมาจากปัจจัยหลายประการ เช่น สภาพเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง ราคาพลังงานและน้ำมันดิบที่คาดว่าจะปรับตัวลดลง ประกอบกับปริมาณอาหารสำรองในปีนี้ซึ่งอยู่ในระดับสูง
อย่างไรก็ตาม ธนาคารโลกประกาศเตือนว่า ราคาอาหารโลกอาจปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง หากได้รับปัจจัยความเสี่ยงอื่นๆ ในอนาคต เช่น ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น หรือเกิดความเปลี่ยนแปลงด้านภูมิอากาศ
รายงานระบุว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอันเป็นผลมาจากปัญหาความตึงเครียดระหว่างประเทศผู้ผลิตน้ำมัน อาจเป็นหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ราคาอาหารโลกเพิ่มสูงขึ้น เหตุเพราะเมื่อราคาน้ำมันดิบเพิ่มสูงจะผลักดันให้ความต้องการเชื้อเพลิงชีวภาพพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ผลิตนำพืชที่ใช้เป็นอาหารมาใช้ผลิตเป็นเชื้อเพลิงแทน
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้นยิ่งส่งผลให้ราคาอาหารพุ่งสูงเกิดความผันผวน เนื่องจากเกษตรกรไม่สามารถกำหนดราคาผลผลิตได้ถูกต้อง
ขณะเดียวกันการเปลี่ยนแปลงด้านภูมิอากาศ เช่น ปรากฏการณ์ลานินญาในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก อาจส่งผลต่อปริมาณผลผลิตทางการเกษตร เช่น ข้าวโพดและถั่วเหลือง ในอาร์เจนตินาและบราซิลปีนี้
โอตาเวียโน คานูโต หัวหน้าโครงการจัดการด้านเศรษฐกิจและแก้ปัญหาความยากจนของธนาคารโลก กล่าวว่า แม้ว่าสถานการณ์อันเลวร้ายจากราคาอาหารโลกที่พุ่งสูงขึ้นจะจบลงแล้ว แต่เรายังคงต้องเตรียมพร้อมรับมืออยู่ดี
“ราคาอาหารบางชนิดยังคงอยู่ในระดับสูงในหลายประเทศ อันเป็นสาเหตุให้ประชาชนหลายล้านคนต้องเผชิญกับความหิวโหยและการขาดสารอาหารอย่างรุนแรง” คานูโต กล่าว
ทั้งนี้ ดัชนีราคาอาหารปี 2554 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเมื่อปี 2553 ถึง24% แม้ว่าในไตรมาส 4 ที่ผ่านมา ราคาอาหารปรับตัวลดลง 8% เนื่องจากมีอุปทานเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ในช่วงเดือน ธ.ค. 2553 และเดือน ธ.ค. 2554 ราคาข้าวโพดในเคนยาปรับตัวพุ่งสูงขึ้น 117% และเม็กซิโก 106% ในขณะที่ราคาข้าวสาลีในเบลารุสเพิ่มขึ้น 88% และราคาข้าวในอูกันดาปรับตัวสูงขึ้นถึง 86%







