
อัญชัน ทันเวลา
นกอัญชันหางดำ (Blacktailed Crake)
นกอัญชันหางดำ (Blacktailed Crake)
ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งใน “นกแม่เหล็ก” ของดอยอินทนนท์ ดูดพวก “นักดูนก (กระดูก) เหล็ก” จากทุกมุมโลกให้มาส่องดู แบบว่าขอได้เห็นเป็นบุญตาสักครั้ง
ถ้าไม่นับพวกนกอัญชันอพยพแล้ว นกอัญชันหางดำถือเป็นนกอัญชันที่หายากที่สุดของไทย ถือสถานภาพ Rare Resident(นกประจำถิ่น หายาก)
คุณสมบัติพิเศษที่ผมชอบมาก คือ ความเป็นนกน้ำที่ดันชอบอยู่บนดอยสูงซะงั้น แทนที่จะไปอยู่ตามหนองน้ำที่ต่ำทั่วไป
ในทริปส่งท้ายปีของผม ผมไปถึงดอยอินทนนท์ตอนบ่ายวันที่ 28 ธ.ค. เมื่อเข้าที่พักเรียบร้อย เหลือเวลาอีกไม่ถึง 2 ชั่วโมงก่อนจะมืด ผมวางโปรแกรมไปถ่ายรูปนกอัญชันหางดำเป็นตัวแรก
ช่างภาพนกระดับลายคราม Headbanger ที่ไปกันที่นั่นโดยบังเอิญ ขับรถโฉบไปดูจุดของนกอัญชันมาแล้ว กลับมาส่ายหัวดิก บอกคนเต็มไปหมด
แต่ผมขอวัดดวง แหล่งหากินประจำของนกอัญชันหางดำเป็นพงหญ้าแฉะๆ ถัดจากแคมป์สนของดอยอินทนนท์เข้าไปด้านใน ผมต้องขับรถฝ่าดง “สลัมเต็นท์มิลเลียนแนร์” อันแออัดยัดเยียด จึงทะลุไปถึงพงหญ้าที่ว่า
ไปถึงก็เจอเจ้าหน้าที่อุทยานยืนอยู่ คอยโบกไล่คนที่จะมากางเต็นท์ตรงบ้านนกอัญชัน ให้ขยับขึ้นไปอยู่บนเนินสนใกล้กันแทน
แต่ผมดูแล้วนักท่องเที่ยวกำลังทะลักล้นมาจากพื้นที่กางเต็นท์ ถึงอย่างไรก็ต้องมายึดลานข้างบ้านนกอัญชันอย่างแน่นอน
เจ้าหน้าที่อาจกันคนได้ช่วงแรกๆ แต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ ประดุจน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ว่าไปโน่น 555
ผมลงมือแข่งเวลา ขณะที่แสงฤดูหนาวหุบลงอย่างรวดเร็ว จัดการร่าย “คาถาลุงแดง” ซึ่งก็คือขยำสลับตีถุงก๊อบแก๊บ ตรงทางเข้าออกของนกที่ดูคล้ายๆ รูหนู
ไม่ทันกลับมามุดเข้าบังไพร นกอัญชันหางดำก็ออกจากรูมายืนบนที่โล่งแล้ว รวดเร็วทันใจดีแท้
มันออกมาหากินสักพักก็กลับเข้าพงรกไป ได้ยินเสียงร้องลั่น สักพักก็กลับออกมาอีกรอบ คราวนี้ไม่มาตัวเดียวแล้ว แต่พาพวกมาด้วยเป็น 2 ตัว
ขณะที่ผมก้มหน้าก้มตาถ่ายรูปไป โดยหวังว่าจะมีรูปชัดๆ ของนกที่เคลื่อนไหวยุกยิกตลอดเวลา ท่ามกลางแสงโรยๆ ตอน 5 โมงเย็นกว่าๆ หูก็ได้ยินเสียงรถเสียงผู้คนจากนอกบังไพรตลอดเวลา
เมื่อชะโงกหัวกลับออกมาดูโลกภายนอก จึงเห็นว่ามีความเจริญก้าวหน้าเกิดขึ้นไปเรียบร้อยแล้วในรูปของเต็นท์ที่กางเสร็จไปแล้ว 1 หลัง และหลังอื่นๆ กำลังตามมา
กล่าวได้ว่าผมได้รูปของนกอัญชันหางดำแทบนาทีสุดท้าย ก่อนสลัมเต็นท์จะแห่มายึดพื้นที่ตรงนั้นไปอีกหลายวัน







