
โอบามาแถลงนโยบายประจำปี ดึงการผลิตมะกันกลับบ้าน-เปิดศึกการค้าจีน
โอบามาแถลงนโยบายประจำปี ลั่นสร้างความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจ เก็บภาษีคนรวยเพิ่ม
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
โอบามาแถลงนโยบายประจำปี ลั่นสร้างความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจ เก็บภาษีคนรวยเพิ่ม ขณะเดียวกันเผยแบบแผนพัฒนาเศรษฐกิจแบบยั่งยืน มุ่งส่งเสริมการผลิตและสร้างงานภายในประเทศ
ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐได้แถลงนโยบายประจำปีต่อรัฐสภา (สเตท ออฟ ดิ ยูเนียน) ซึ่งมีการถ่ายทอดสดไปยังชาวอเมริกันทั่วประเทศเมื่อคืนวันที่ 24 ม.ค. โดยการแถลงครั้งนี้ ซึ่งมุ่งเน้นนโยบายด้านเศรษฐกิจและการสร้างความเท่าเทียมในสังคมเป็นหลัก ได้รับการจับตามองไปทั่วโลก เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งใหม่ในเดือน พ.ย.ปีนี้ และมีขึ้นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ปั่นป่วนอย่างหนัก
ประเด็นสำคัญของการแถลงนโยบายประจำปีครั้งนี้อยู่ที่การแถลงนโยบายด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประกาศตั้งหน่วยงานปราบปรามการค้าที่ไม่เป็นธรรมในต่างประเทศ (Trade Enforcement Unit)
“ผมไม่สามารถนิ่งดูดายได้หากคู่แข่งของเราไม่เล่นตามกติกา” ผู้นำสหรัฐลั่น พร้อมกับย้ำชัดว่า ที่ผ่านมารัฐบาลโอบามาได้พยายามกดดันต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีนให้เล่นตามกติกากฎระเบียบการค้าโลก เช่น การกดดันเรื่องการคุมค่าเงินหยวน
นอกจากนี้ ยังประกาศเพิ่มการตรวจตราตามด่านเข้าเมือง เพื่อสกัดการนำเข้าสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เพื่อปกป้องสินค้าที่ผลิตโดยชาวอเมริกัน โดยประธานาธิบดีโอบามาระบุว่า การที่ต่างประเทศยอมให้มีการละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ เพลง และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของสหรัฐนับว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง โดยสหรัฐก็จะไม่สามารถนิ่งดูดายและปล่อยให้ชาวอเมริกันถูกเอารัดเอาเปรียบได้อีกต่อไป
ขณะเดียวกัน ได้เปิดเผย “พิมพ์เขียวเศรษฐกิจอเมริกัน” ซึ่งจะเป็นแบบแผนในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศแบบยั่งยืน โดยประกอบด้วย 4 ส่วนสำคัญ ได้แก่ 1.การฟื้นฟูภาคการผลิต โดยผู้นำสหรัฐประกาศจะผลักดันให้สหรัฐกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตของโลก โดยขั้นแรกจะยกเลิกมาตรการงดเว้นภาษี สำหรับธุรกิจชาวอเมริกันที่ย้ายฐานการผลิตไปยังต่างประเทศ และขณะเดียวกันจะลดการเก็บภาษีสำหรับธุรกิจที่หันมามุ่งผลิตและจ้างงานภายในประเทศมากขึ้น
“ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องยุติการให้รางวัลแก่บรรดาบริษัทที่ย้ายงานของชาวอเมริกันไปต่างประเทศ และควรหันมาให้รางวัลและยกย่องธุรกิจที่สร้างงานในประเทศแทน” โอบามาลั่น โดยย้ำว่ารัฐบาลจะสนับสนุนธุรกิจที่มุ่งเน้นการสร้างงานภายในประเทศอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ยังเตรียมผลักดันให้อุตสาห กรรมยานยนต์ของประเทศกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง โดยได้ยกตัวอย่างของบริษัท เจเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ที่สามารถทวงตำแหน่งค่ายผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกในปี 2554
2.การมุ่งพัฒนาพลังงานและทรัพยากรของประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ โดยโอบามาได้เรียกร้องให้รัฐบาลสร้างโรดแมปสู่การพัฒนาก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก๊าซธรรมชาติจากหินดินดาน ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นอุตสาหกรรมที่เฟื่องฟู
“รัฐบาลจะเปิดแหล่งก๊าซธรรมชาติและน้ำมันกว่า 75% ในประเทศเพื่อให้มีการสำรวจขุดเจาะ” โอบามา กล่าว โดยย้ำว่าการพัฒนาพลังงานจะต้องไม่กระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน
นอกจากนี้ ยังได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะ พัฒนาและส่งเสริมพลังงานสะอาด เนื่องจากไม่เพียงแต่จะช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเท่านั้น ทว่ายังเป็นการสร้างงานให้กับชาวอเมริกันอีกด้วย พร้อมกับออกโรงเตือนว่า ความเห็นไม่ลงรอยในสภาเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวจะฉุดให้การพัฒนาพลังงานสีเขียวของสหรัฐล้าหลังจีนและเยอรมนี
3.การพัฒนาทักษะของแรงงานชาวอเมริกัน โดยจะมุ่งอบรมทักษะการทำงานด้านต่างๆ แก่ชาวอเมริกันกว่า 2 ล้านคน ซึ่งจะนำไปสู่การจ้างงานที่สูงขึ้น รวมทั้งปฏิรูปการศึกษาในประเทศ เพื่อสร้างพลเมืองคุณภาพสู่สังคมอเมริกัน
4.การคืนคุณค่าในด้านความเป็นธรรมและความรับผิดชอบแก่สังคมอเมริกัน ซึ่งประกอบด้วยการสร้างเศรษฐกิจที่มีความเสมอภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิรูปการเก็บภาษี โดยโอบามาได้ผลักดันมาตรการเก็บภาษีขั้นต่ำ 30% แก่ผู้ที่มีรายไม่ต่ำกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี พร้อมยกเลิกสิทธิพิเศษต่างๆ ของคนรวยไม่ว่าจะเป็นการหักลดหย่อนภาษีด้านที่อยู่อาศัยหรือการดูแลสุขภาพ
“ผู้ที่มีรายได้ปีละไม่เกิน 2.5 แสนเหรียญสหรัฐ ซึ่งก็คือครอบครัวชาวอเมริกันราว 98% ของประเทศ ไม่ควรจะต้องถูกเก็บภาษีเพิ่ม คนพวกนี้ต่างหากที่ควรได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ”
ผู้นำสหรัฐยังได้ประกาศแผนช่วยเหลือชาวอเมริกันที่ต้องแบกภาระหนี้จากการซื้อบ้าน โดยเตรียมออกนโยบายให้ประชาชนสามารถปรับโครงสร้างหนี้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำได้ ซึ่งจะช่วยให้ครอบ ครัวชาวอเมริกันประหยัดเงินได้มากถึงปีละ 3,000 เหรียญสหรัฐ
ในส่วนของนโยบายต่างประเทศ ผู้นำสหรัฐได้ย้ำชัดถึงความสำเร็จของกองทัพสหรัฐในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการลอบสังหาร โอซามา บิน ลาเดน หัวหน้าเครือข่ายก่อการร้ายอัลกออิดะห์ หรือการที่สหรัฐยืนหยัดเพื่อประชาธิปไตยและต่อต้านการใช้ความรุนแรง และการข่มขู่ทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับประเด็นเรื่องความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านนั้น ผู้นำสหรัฐยืนกรานว่าจะไม่ยอมให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์โดยเด็ดขาด
อย่างไรก็ตาม โอบามาได้กล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่า ทั้งสองประเทศจะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างสันติ และหากอิหร่านยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขของนานาชาติ ก็จะสามารถกลับไปเป็นสมาชิกของประชาคมโลกได้อีกครั้ง
ทั้งนี้ แถลงการณ์นโยบายประจำปีครั้งนี้ เป็นที่จับตามองอย่างยิ่งเนื่องจากยังมีขึ้นท่ามกลางเศรษฐกิจของสหรัฐที่กำลังฟื้นตัวอย่างช้าๆ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
ขณะเดียวกัน ยังเป็นช่วงที่คะแนนความนิยมของโอบามาลดลงต่ำกว่า 50% โดยชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการจัดการปัญหาด้านเศรษฐกิจของโอบามาตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา โดยในปัจจุบันหนี้สินของรัฐบาลสหรัฐได้พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 15.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นจาก 10.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อครั้งที่ประธานาธิบดีโอบามาเข้ารับตำแหน่ง







